หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
โฉมใหม่ของละตินอเมริกา ในสายตาของกรีนสแปน

บ้านเขาเมืองเรา : ไสว บุญมา  กรุงเทพธุรกิจ  วันศุกร์ที่ 09 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ชาวอาร์เจนตินาเลือกภรรยาของประธานาธิบดีคนปัจจุบันให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไป เธอเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของอาร์เจนตินา แต่ไม่ใช่คนเดียวในละตินอเมริกา เพราะตอนนี้ประธานาธิบดีของชิลีก็เป็นหญิง

การเลือกตั้งในอาร์เจนตินาและในชิลีที่ยังผลให้สตรีเข้ามาเป็นผู้บริหารประเทศ ต่างกับของเมืองไทยในปัจจุบัน ในแง่ที่ภรรยาของนักการเมืองไทยหลายคนออกมารับหน้าแทนสามี เพราะสามีตกอยู่ในข่ายกระทำความผิด จนถูกตัดสิทธิทางการเมือง

นอกจากนั้น กระบวนการเลือกตั้งของเขายังต่างกับของไทย ซึ่งกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นอยู่ในขณะนี้อีกด้วย

นั่นคือ ของเขาปราศจากความสับสนวุ่นวายอันเกิดจากการวิ่งย้ายพรรคเช่นของนักการเมืองไทยซึ่งทำให้นักวิจารณ์พูดกันว่า เป็นเสมือนฤดูติดสัดของสุนัขจรจัดตามข้างถนน

คาดกันว่าปีหน้าปารากวัยก็จะได้ประธานาธิบดีหญิงเป็นคนแรก และหลังจากนั้น บราซิลก็อาจจะเจริญรอยตาม

การมีผู้นำเป็นสตรีจะมีผลในด้านการทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่หรือไม่คงต้องดูกันไปอีกหลายปี ในช่วงนี้ละตินอเมริกายังมีปัญหาดังที่เป็นมาหลายทศวรรษ

แน่ละ เมื่อกล่าวถึงละตินอเมริกาคงหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงปัญหาอันเกิดจากความเลวร้ายของนโยบายประชานิยมได้ยาก แต่เนื่องจากผมพูดถึงประเด็นนี้หลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งจะเข้าขั้นแผ่นเสียตกร่องอยู่แล้ว จึงขอนำเนื้อความในหนังสือของ อลัน กรีนสแปน อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางของสหรัฐ เรื่อง The Age of Turbulence มาเล่า

เขากล่าวถึงเรื่องละตินอเมริกาและลัทธิประชานิยมโดยเฉพาะไว้ในบทที่ 17 (หนังสือเรื่องนี้ตีพิมพ์เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา หนา 500 กว่าหน้าและแบ่งเป็น 25 บท)

กรีนสแปนเขียนว่า ละตินอเมริกาเกือบทั้งทวีปตกอยู่ในวังวนของวิกฤติเศรษฐกิจและการเมืองอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน เพราะผลพวงของการใช้นโยบายประชานิยม

เขาอ้างว่าการใช้นโยบายประชานิยมมีเหตุพื้นฐานมาจากการมีช่องว่างทางรายได้ของประชาชนกลุ่มต่างๆ กว้างที่สุดในโลก ละตินอเมริกามีช่องว่างกว้างเช่นนั้นสืบเนื่องมาจากการเป็นเมืองขึ้นของคนผิวขาว ซึ่งจ้องเอาเปรียบชาวพื้นเมืองและทาสอยู่หลายศตวรรษ

ต่อมารัฐบาลต้องการเอาใจประชาชนซึ่งยากจนเป็นส่วนใหญ่ด้วยนโยบายประชานิยม ซึ่งมักประกอบด้วยคำมั่นสัญญาที่จะจัดหาสารพัดสิ่งมาให้แบบแทบไม่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นความเป็นธรรม ที่ดิน ที่อยู่อาศัย หนทางหารายได้ หรืออะไรก็ตามที่ประชาชนเรียกร้อง

ในระดับของแนวคิด กรีนสแปน กล่าวว่า ประชานิยมเป็นลัทธิที่ไม่มีหลักเกณฑ์แน่นอนสำหรับสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ เพื่อยกมาตรฐานการดำรงชีวิตของประชาชน

ต่างกับลัทธิสังคมนิยมและทุนนิยมแบบตลาดเสรีซึ่งมีกฎเกณฑ์แน่นอน ลัทธิประชานิยมเป็นเสมือนกระบวนการตอบสนองของผู้ที่อยู่ในสภาพเจ็บปวดโดยการร้องด้วยเสียงอันดัง และคำมั่นสัญญาที่รัฐบาลนำมาเสนอเป็นวิธีการแก้ปัญหาเพียงชั่วคราว โดยไม่บอกว่าจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย

เมื่อไม่สามารถหยิบยืมใครได้รัฐบาลก็มักปิดงบประมาณด้วยการพิมพ์ธนบัตรจำนวนมหาศาลซึ่งนำไปสู่ปัญหาเงินเฟ้อร้ายแรง

เขาอ้างถึงตัวอย่างในบางประเทศ เช่น บราซิล ซึ่งเงินเฟ้อถึง 5,000% ในช่วงเวลา 12 เดือนระหว่างปี 2536-2537 แต่นั่นยังไม่ร้ายเท่ากับในอาร์เจนตินา ซึ่ง 3 ปีก่อนนั้นสินค้าขึ้นราคาในอัตราสูงถึง 20,000% ต่อปี

อัตราเงินเฟ้อในระดับนี้ยากที่คนไทยจะจินตนาการ แต่มันเกิดขึ้นบ่อยๆ ในละตินอเมริกา ผลที่ตามมามักได้แก่ รัฐบาลถูกโค่นและความแตกแยกทางสังคมเพิ่มขึ้น

ทั้งที่นโยบายประชานิยมมีผลกระทบร้ายแรงจนเป็นที่ประจักษ์อย่างแจ้งชัดทั่วละตินอเมริกา แต่ประชาชนก็ยังไม่เข็ดหลาบและรัฐบาลต่างๆ ก็ยังนำมันกลับมาเสนอใช้อย่างต่อเนื่อง แต่กรีนสแปนไม่ได้กล่าวว่าประชานิยมเป็นยาเสพติดชนิดที่เริ่มแล้วเลิกไม่ได้

เขายกบราซิลมาเป็นตัวอย่างคล้ายจะชี้ว่า ปัญหายังไม่สายเกินแก้ถ้ารัฐบาลใช้นโยบายที่เหมาะสม

เขาไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดของวิธีเยียวยาผลร้ายของนโยบายประชานิยมของประเทศนั้น ซึ่งมีส่วนประกอบหลายอย่าง เช่น การจำกัดการใช้จ่ายของภาครัฐอย่างเคร่งครัด การออกเงินสกุลใหม่แล้วกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนตายตัวกับเงินสกุลดอลลาร์ และการตั้งอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูง เพื่อดึงเงินทุนจากต่างประเทศ ในขณะที่ให้ความหวังในกรณีของบราซิล กรีนสแปนแทบไม่ให้ความหวังแก่เวเนซุเอลาและอาร์เจนตินาเลย

เวเนซุเอลา มีปัญหาร้ายแรงมายาวนาน ทั้งที่มีน้ำมันปิโตรเลียมมากที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง ในช่วงนี้ประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ เข้าไปก้าวก่ายในกิจการน้ำมันมากขึ้น โดยเฉพาะการแต่งตั้งนักการเมืองเข้าไปแทนผู้ที่มีความรอบรู้ทางเทคนิค เพื่อหวังจะนำเงินไปใช้สนับสนุนนโยบายประชานิยมของเขา

การกระทำเช่นนั้นยังผลให้การผลิตน้ำมันลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะนี้ ผลเสียยังไม่เป็นที่ประจักษ์ เพราะราคาน้ำมันยังขึ้นไปเรื่อยๆ กรีนสแปนทำนายว่า เมื่อไรราคาน้ำมันหยุดขึ้น เมื่อนั้นเวเนซุเอลาจะประสบปัญหาร้ายแรงทันที

สำหรับอาร์เจนตินากรีนสแปนมองว่า ปัญหาหนักหนาสาหัสกว่าประเทศอื่น เพราะนโยบายประชานิยมมีผลกระทบในนัยสำคัญ นั่นคือ มันได้เปลี่ยนฐานความคิดของชาวอาร์เจนตินาไปจนยากแก่การเยียวยาแล้ว

จริงอยู่เขาไม่ได้กล่าวว่าชาวอาร์เจนตินาเปลี่ยนฐานความคิดไปเป็นอะไร แต่ในบริบทเขาหมายถึงการขาดวินัย และการหวังได้ของเปล่าจากรัฐอย่างพร่ำเพรื่อ

เมืองไทยกำลังจะมีการเลือกตั้งครั้งสำคัญ เพราะมันจะชี้ว่าประเทศจะเดินไปทางไหน เท่าที่พอจะประเมินได้ในขณะนี้ ทุกพรรคการเมืองต่างเสนอนโยบายประชานิยม เพื่อต่อยอดนโยบายอันเลวร้ายของรัฐบาลก่อนทั้งสิ้น

ในขณะเดียวกัน ก็ยังไม่มีพรรคไหนเสนอการหารายได้เพื่อนำนโยบายของตนเข้าสู่ภาคปฏิบัติ ทุกพรรคพูดเสมือนว่าในโลกนี้มีของเปล่า หรือสามารถเสกเป่าเอาทุกอย่างได้ตามใจชอบ หากคนไทยยังไม่ยอมอ่านประวัติศาสตร์ โอกาสที่เมืองไทยจะเดินไปตามทางของบางประเทศในละตินอเมริกามีอยู่สูง