หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ข้อจำกัด ของ ทฤษฎีการออกแบบกลไก

คอลัมน์ ระดมสมอง  โดย ไสว บุญมา  ประชาชาติธุรกิจ  วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3945 (3145)

คงเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า ผลงาน ของผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขา เศรษฐศาสตร์ประจำปีนี้ ได้แก่ การสร้างทฤษฎีชื่อ Mechanism Design Theory ซึ่งคงแปลเป็นไทยว่า "ทฤษฎีการออกแบบกลไก" ทฤษฎีนี้มีที่มาจากการแสวงหากลไกที่จะทำให้ การทำงานของตลาดเสรีมีประสิทธิภาพในภาวะที่ผู้ซื้อ และผู้ขายมีข้อมูลไม่เท่าเทียมกัน กลไกในที่นี้หมายถึงสถาบัน กระบวนการ และกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่จะสร้างภาวะแวดล้อมและแรงจูงใจให้ผู้อยู่ในสังคมทำสิ่งที่สังคมต้องการในด้านเศรษฐกิจ หนึ่งในสามของผู้ได้รับรางวัล คือ ศาสตราจารย์ ลีโอ เฮอร์วิช ผู้บุกเบิกงานวิจัยที่นำไปสู่การก่อตั้งทฤษฎีเมื่อราว 50 ปีก่อน จากวันนั้นถึงวันนี้ทฤษฎีการออกแบบกลไกได้วิวัฒน์ไปไกล ทั้งในด้าน ของตัวทฤษฎีซึ่งมีความสลับซับซ้อนสูงมาก จนยากแก่การเข้าใจ เพราะมันมักแสดงออกมาในรูปของสมการทางคณิตศาสตร์ และด้านการนำไปประยุกต์ใช้ ซึ่งไม่จำกัดอยู่ในวงการเศรษฐกิจ เพียงอย่างเดียว

ย้อนไปเมื่อสมัย อดัม สมิธ รวบรวม แนวคิดเกี่ยวกับเศรษฐกิจระบบตลาดเสรีขึ้นมา นักเศรษฐศาสตร์มักเชื่อกันว่า ตลาดเสรีจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ถึงแม้ว่าผู้ที่อยู่ในตลาดจะ มุ่งแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้งก็ตาม แต่เมื่อเวลาผ่านไปผู้ศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์พบว่า ตลาดเสรีมีข้อจำกัดหลายอย่าง รวมทั้งการมีข้อมูลไม่เท่าเทียมกันของผู้ต้องการซื้อขายในตลาดด้วย ข้อจำกัดต่างๆ ถูกภาครัฐใช้เป็นข้ออ้าง เพื่อเข้าไปแทรกแซงการทำงานของตลาด ฉะนั้นในปัจจุบันนี้จึงไม่มีประเทศไหนใช้ระบบเศรษฐกิจแนวตลาดเสรีแบบพันธุ์แท้ นั่นคือปราศจากบทบาทหรือ การแทรกแซงของรัฐ

เท่าที่ผ่านมาประเทศที่ยึดระบบตลาดเสรีเป็นแนวบริหารจัดการเศรษฐกิจ ใช้ทฤษฎีออกแบบกลไก เป็นฐานของการสร้างระบบต่างๆ กัน อย่างกว้างขวางทั้งในระดับมหภาคและระดับจุลภาค เช่น การออกแบบระบบการเก็บภาษี ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การออกแบบการประมูลคลื่นวิทยุและโครงการของรัฐเพื่อป้องกันการฮั้วกันของผู้เข้าประมูล การออกแบบกฎระเบียบสำหรับควบคุมองค์กรที่ให้บริการด้านสาธารณูปโภคเชิงผูกขาด และการออกระบบ ค่าตอบแทนของผู้บริหารในบริษัทใหญ่ๆ ในขณะเดียวกันประเทศคอมมิวนิสต์ก็เคยใช้ทฤษฎีนี้ ก่อตั้งสำนักงานกลาง เพื่อวางแผนการพัฒนาเศรษฐกิจ นอกจากนั้นทฤษฎีการออกแบบกลไก ยังถูกนำไปประยุกต์ใช้ในด้านสังคม และการเมืองอย่างกว้างขวาง รวมทั้งการออกแบบระบบการรักษาพยาบาลและระบบการเลือกตั้งด้วย

ผู้ที่ติดตามความเป็นไปในวิวัฒนาการของแนวคิดด้านระบบเศรษฐกิจย่อมทราบดีว่า ทุกระบบมีข้อจำกัด เท่าที่ผ่านมาเป็นที่ประจักษ์ว่าระบบตลาดเสรีมีข้อจำกัดน้อยที่สุด เช่นเดียวกับการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมีข้อบกพร่องแต่ก็น้อยกว่าระบบอื่น เช่น ระบบคอมมิวนิสต์ อดัม สมิธ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ยกย่องว่าเป็น บิดาแห่งระบบตลาดเสรี ตระหนักเป็นอย่างดี ถึงข้อจำกัดของมันโดยเฉพาะในด้านพื้นฐาน ทางจริยธรรมของสังคม ผู้ที่ศึกษาแนวคิดของเขาย่อมทราบดีว่า 17 ปีก่อนที่จะเขียนตำราซึ่ง นักเศรษฐศาสตร์ถือว่าเป็นต้นตำรับของตลาดเสรี เมื่อปี 2319 เรื่อง The Wealth of Nations อดัม สมิธ ได้เขียนหนังสือชื่อ The Theory of Moral Sentiments เพื่อเป็นตำราวิชาจริยศาสตร์ เขาจึงตระหนักมากเป็นพิเศษเกี่ยวกับความอ่อนแอของฐานทางด้านจริยธรรมซึ่งอาจทำให้ระบบตลาดเสรีประสบปัญหาใหญ่หลวง เขาแสดงความวิตก เรื่องการบูชาเงินออกมาโดยเฉพาะว่ามันจะเป็น ตัวทำลายฐานทางจริยธรรม

นักเศรษฐศาสตร์ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลในปีนี้ อยู่ในกลุ่มของผู้ที่ตระหนักดีถึงข้อจำกัดต่างๆ ของระบบตลาดเสรี และพยายามหาทางแก้ไข แต่วิธีแก้ไขได้ผลเพียงจำกัดเมื่อนำไปประยุกต์ใช้ในสังคมที่มีจริยธรรมต่ำมากๆ ผู้ที่ติดตามวิวัฒนาการด้านการพัฒนาเศรษฐกิจในช่วง 50 ปีที่ผ่านมาย่อมทราบดีแล้วว่า อุปสรรคสำคัญของ การพัฒนาไม่ได้อยู่ที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจ เช่น การขาดแคลนทรัพยากรและขาดเงินทุน หากเป็นปัจจัยทางด้านสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความฉ้อฉลของพนักงานของรัฐ เมืองไทยมีความฉ้อฉลสูงขนาดไหนย่อมเป็นที่ทราบกันดี และปัจจัยนี้แหละที่ทำให้การพัฒนาของไทย เป็นไปอย่างต้วมเตี้ยมมานาน ย้อนไปในยุคที่ อดัม สมิธ เขียนตำรา นักเศรษฐศาสตร์ไม่ค่อยนึกถึงประเด็นนี้ เพราะสังคมของเขามักมีความฉ้อฉลต่ำ อดัม สมิธเอง ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าผู้ดูแลด่านศุลกากรในสกอตแลนด์เป็นเวลานาน ก็ไม่ถือโอกาสนั้น สร้างรายได้พิเศษให้แก่ตัวเอง

ในช่วงนี้เมืองไทยกำลังเดินเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งสำคัญ เพราะมันจะชี้บ่งว่าสังคมไทยได้พัฒนาไปถึงไหนแล้ว รัฐบาลและคณะกรรมการเลือกตั้งกำลังออกแบบกลไกเพื่อจะทำให้การเลือกตั้ง เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง การออกแบบกลไกครั้งนี้จะใช้ทฤษฎีที่มีความสำคัญถึงกับทำให้ผู้ก่อตั้งมันขึ้นมาได้รับรางวัล โนเบลหรือ ไม่ยังไม่เป็นที่ประจักษ์ แต่ข่าวสารข้อมูลที่ปรากฏออกมาชี้บ่งอย่างแจ้งชัดว่า กลไก ที่ออกมาไม่ว่าจะวางอยู่บนฐานของทฤษฎีดังกล่าวหรือไม่ จะใช้ไม่ได้ผลนัก เพราะคนไทยส่วนใหญ่มีฐานทางจริยธรรมต่ำมาก ซึ่งปรากฏออกมาให้เห็นอย่างแจ้งชัด จากการสุ่มตัวอย่างผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งของสำนักเอแบค ระหว่างวันที่ 15-20 ตุลาคมที่ผ่านมา การสุ่มตัวอย่างนั้นพบว่าราว 65% ของผู้มีสิทธิออกเสียงยินดีที่จะขายเสียง ของตนในการเลือกตั้งครั้งที่จะมาถึงในวันที่ 23 ธันวาคม นอกจากนั้น 83% แสดงความเห็นว่า พวกเขาจะไม่รายงานการซื้อสิทธิขายเสียงต่อคณะกรรมการเลือกตั้ง แม้ว่าจะมีหลักฐานชัดเจนก็ตาม

นอกจากนั้นในช่วงนี้มีปรากฏการณ์สำคัญ อย่างหนึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนั่นคือ นักการเมือง พยายามวิ่งหาพรรคกันอย่างเข้มข้น จนมีผู้วิจารณ์ว่าเป็นเสมือนฤดูกาลติดสัดของสุนัขข้างถนน เมื่อตัวเมียพยายามเสาะหาพ่อพันธุ์ตัวใหญ่ๆ ที่มันคิดว่าจะทำให้ลูกของมันแข็งแรง และรอดตาย ซึ่งเท่ากับนักการเมืองทั้งหลาย พยายามแสวงหาพรรคที่จะทำให้พวกเขามีโอกาสสูงสุดที่จะได้เข้าไปในนั่งในรัฐสภาและร่วมรัฐบาล ในขณะที่นโยบายและอุดมการณ์ไม่มีความสำคัญสำหรับพวกเขาแม้แต่น้อย

วิวัฒนาการและข้อมูลที่กล่าวถึงเหล่านี้ ชี้ให้เห็นว่า แม้ทฤษฎีออกแบบกลไกจะถูกนำไปประยุกต์ใช้อย่างได้ผล จนทำให้ผู้คิดค้นมันขึ้นมา ได้รับรางวัลโนเบล แต่คงนำมาใช้ในเมืองไทยได้อย่างจำกัด เพราะกลไกก็เหมือนกฎหมายในแง่ที่ มันไม่สามารถทำให้คนมีจริยธรรมสูงขึ้นได้ ฉะนั้นการพัฒนาของไทยจึงจะต้วมเตี้ยมต่อไป และการเลือกตั้งที่จะมาถึงจะไม่เป็นไปตาม แนวประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

หน้า 42