หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
อันว่าด้วยเรื่อง "สารพันการกิน" ขององค์กร

คอลัมน์ แยบยลกลยุทธ์  โดย รศ.ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค teerayout@acc.chula.ac.th  ประชาชาติธุรกิจ  วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3960 (3160)

เรื่องรับประทานถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากๆ อีกเรื่องหนึ่งของมนุษย์ จากวลีที่กล่าวว่า "ทำมาหากิน" ก็คงพอทราบครับ ว่าทำไมคนเราจึงต้องดิ้นรนสารพัด หาหนทางมากมาย เพื่อการนี้โดยเฉพาะ ดังนั้นหากเปรียบเทียบกับองค์กรแล้ว การดูแลให้พนักงานเปี่ยมสุขและ อิ่มหมีพีมันย่อมเป็นเรื่องไม่เล็กเลย

สิ่งที่องค์กรจะเติมเต็มความต้องการทางด้านปากท้องให้พนักงานได้ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของ "อาหารกลางวัน" ที่บุคลากรต้องหารับประทานกันในระหว่างวันทำงาน ประเด็นนี้หลายท่านอาจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ ปลีกย่อยไม่สำคัญเท่าไร ก็ให้พนักงานไปหาข้าวทานกันเอาเองที่ไหนก็ได้ กิจการไม่จำเป็นต้องให้ความสนใจนัก

แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องดังกล่าวมี ความสำคัญต่อขวัญและกำลังใจของบุคลากร เป็นอย่างยิ่ง หากกิจการใส่ใจในการกินอยู่ของ บุคลากรแล้วก็จะยิ่งทำให้พนักงานแฮปปี้มีความสุขต่อองค์กรมากขึ้น อันจะสามารถลดอัตราการ ลาออกและขาดงานลงได้มากทีเดียว อีกทั้ง หากกิจการมีการจัดห้องอาหารให้กับพนักงานอย่างดี มีอาหารสุกสะอาด สวยงาม และถูกสุขอนามัย ยังเป็นการสร้างเสริมบรรยากาศที่ดีในการทำงาน และสามารถเป็นที่ที่ให้พนักงานมาสังสรรค์พบปะพูดคุย พัฒนาความเป็นมิตรระหว่างกัน ซึ่งจะกระตุ้นการติดต่อสื่อสาร และในที่สุดจะนำไปสู่ความเข้าใจกัน ไว้วางใจ ซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ จนเป็น บ่อเกิดของนวัตกรรมภายในองค์กรในที่สุด

รวมถึงพนักงานยังไม่ต้องเสียเวลาออกไปวิ่งหาข้าวทานข้างนอก ลดระยะเวลางานที่อาจสูญเสียไป ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง ปัญหาด้านเศรษฐกิจของพนักงานก็น้อยลง ท้ายสุดยังทำให้สุขภาพ แข็งแรงขึ้นจากโภชนาการและความสะอาดของอาหาร ลดรายจ่ายด้านสวัสดิการสุขภาพของ พนักงานและเพิ่มผลิตผลจากการทำงานของบุคลากรได้อีกด้วย

ดังนั้น จึงมีตัวอย่างของกิจการชั้นนำของโลก ที่ใส่ใจในเรื่องนี้อย่างมาก และนำมาใช้ในการจัดการบุคลากรได้อย่างดี

กิจการแห่งแรก คือ กูเกิล ที่ซึ่งได้ชื่อว่าใส่ใจกับบุคลากรมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ได้จัดคาเฟทีเรียสำหรับพนักงานที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เรียกว่าทุ่มทุนอย่างมากกับ การตกแต่ง รวมถึงมีหมวดอาหารที่หลากหลาย ทั้งอาหารอเมริกัน อาหารนานาชาติ และอาหารมังสวิรัติซึ่งทุกอย่างในคาเฟตนี้ ฟรีสำหรับทุกคน โดยมีถึง 15 ห้องอาหารในอาณาเขตสำนักงานใหญ่ของกูเกิลครับ ได้ใจพนักงานไปอย่างมากครับสำหรับเสิร์ชเอ็นจิ้นที่ใหญ่สุดของโลกนี้

แห่งที่ 2 ก็นับว่าใจป้ำไม่แพ้กัน ฟรีทุกอย่างตั้งแต่อาหารเช้า กลางวัน เย็น ตระเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย เรียกว่าสามารถใช้ชีวิตในองค์กรได้อย่างสุขสบายทีเดียว เมื่อเข้ามาเป็นพนักงาน ที่นี่เรียบร้อยแล้วนั่นคือที่ บลูมเบอร์ก สถาบัน การเงินยักษ์ใหญ่ของโลก ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ ในนิวยอร์ก กลยุทธ์อย่างหนึ่งก็คือ จะจัดเตรียมอาหาร ของว่าง สแน็กต่างๆ ไว้ในที่โดดเด่น ให้ทั้งพนักงานและผู้มาเยี่ยมเยียนเห็นถึงความ น่าทานและความใส่ใจต่อบุคลากรอย่างเด่นชัด

นอกจากนี้ อาหารยังเน้นแบบสุขภาพ และปรับเปลี่ยนไปตามโลเกชั่นของออฟฟิศที่ต่างๆ อีกด้วย โดยผู้บริหารของบลูมเบอร์กยึดมั่นในปรัชญาที่ว่า สร้างความสุขให้กับพนักงานถือเป็นสิ่งที่ต้องทำ เนื่องจากจะทำให้เขารักเราอยู่กับเราและไม่หนีไปไหน

กรณีถัดมาที่โด่งดังไม่แพ้กัน คือ บริษัทเฮริท ที่อยู่เบื้องหลังนิตยสารดังๆ มากมาย อาทิ คอสโมโพลิแทน เอสไควร์ ฯลฯ ได้ริเริ่มการจัดคาเฟทีเรียให้กับพนักงานเมื่อไม่นานมานี้เช่นกัน แต่ใน วิธีการที่แตกต่างครับ โดยลงทุนจ้างมืออาชีพ ด้านภัตตาคารหรูแห่งนิวยอร์กมาจัดการห้องอาหารพนักงานของตนเลยทีเดียว ถึงขนาดว่า มีเชฟอาหารญี่ปุ่นชั้นนำมาแสดงฝีมือทำอาหาร ให้ทานกันสดๆ เนื่องจากเชื่อมั่นว่าไอเดียเก๋ๆ ในนิตยสารของตนมาจากความคิดสร้างสรรค์ของพนักงานที่แฮปปี้นั่นเอง

ที่อินเทรนด์สุดๆ เห็นจะหนีไม่พ้นซิสโก้ ผู้นำทางเทคโนโลยีรายใหญ่ที่เกาะกระแสห่วงใยสุขภาพของประชากร เข้ามาใช้ในการพัฒนา คาเฟทีเรียของตนอย่างเคร่งครัด โดยเน้นเสิร์ฟอาหารเพื่อสุขภาพให้กับพนักงานเป็นหลัก ทั้งออร์แกนิก อาหารธรรมชาติที่ปลูกโดยไร้ สารเคมี โดยจะมีการให้พนักงานของซิสโก้พบปะกับเกษตรกรผู้เพาะปลูกอยู่เป็นประจำด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพและคุณค่าของอาหารว่าสุดยอดปลอดภัย

ซึ่งก็คล้ายคลึงกับที่ เจเนอรัล มิลล์ ที่เน้นแนวคิดอาหารเพื่อสุขภาพ โดยจะเน้นของว่างที่ดีต่อสุขภาพ และมีแคมเปญอาหารเพื่อสุขภาพเดือนละครั้ง อาทิ อาหารเพื่อหัวใจแข็งแรง เพื่อรณรงค์ลดไขมันในเส้นเลือด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี สลัดบาร์ที่หลากหลายน่าทาน กิจการเป็นผู้จัดหาสลัดเพื่อสุขภาพนี้ให้ในราคาเกือบฟรีกันทีเดียว

ไมโครซอฟท์ก็เป็นอีกกิจการหนึ่งที่มีการตั้งคาเฟทีเรียคุณภาพหรูหราให้กับพนักงานทุกคน โดยมีถึงนับสิบแห่งในสำนักงานใหญ่ที่กว้างใหญ่ไพศาลของตนที่วอชิงตัน และที่เป็นจุดเด่นแตกต่างจากที่อื่นๆ ก็คือ มีบริการ "ดีลิเวอรี่" ส่งตรงถึงออฟฟิศแต่ละที่ได้โดยตรงเลยทีเดียว เนื่องจากเนื้อที่อันกว้างใหญ่ไพศาลจึงต้องมี การบริการกันถึงที่ด้วย ลดการเสียเวลาใน การเดินทางอีกต่างหาก

นอกจากนี้ หลายแห่งยังอาจมีการใช้คาเฟทีเรียของตนเป็นแนวทางในการส่งเสริมการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย อาทิ มีการทำเป็นโชว์เคสกับหน่วยงานภายนอก ทั้งซัพพลายเออร์และ ลูกค้าของตน รวมถึงเมื่อมีการจัดเลี้ยงในงานต่างๆ ก็สามารถดัดแปลงอาหารและภาชนะให้เข้ากับลูกค้าหรือแขกรายสำคัญที่เข้ามาเยี่ยมเยียนด้วย

ดังจะเห็นได้ว่าแต่ละคาเฟทีเรียสำหรับพนักงาน ต้องใช้ทั้งเงินทุนและทรัพยากรอื่นๆ มากมาย ซึ่งนับว่าเป็นต้นทุนที่สำคัญของกิจการด้วย ซึ่งหากได้รับผลตอบแทนที่ไม่คุ้มค่าแล้วกิจการ ก็คงไม่ลงทุนควักกระเป๋ากันมากขนาดนี้

แต่ในด้านผลตอบแทนนั้น อยากให้มอง ในรูปแบบของผลตอบแทนที่ไม่เป็นตัวเงิน มากกว่า เนื่องจากการลงทุนเหล่านี้ล้วนแล้ว แต่เป็นค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น สร้างกำไรชัดๆ มาไม่ได้ แต่จะสะท้อนออกมาเป็นความภักดีและความ พึงพอใจของพนักงาน ซึ่งถือเป็นทรัพย์สิน ที่สำคัญที่สุดในการสร้างสรรค์สารพัดสิ่งทั้งดี และร้ายกับกิจการได้ ดังนั้นการใส่ใจกับบุคลากรนี้ น่าจะเป็นบ่อเกิดที่สำคัญสำหรับความสามารถทางการแข่งขันที่แข็งแกร่งและยั่งยืนขององค์กรต่อไปในอนาคตระยะยาว

หน้า 42