หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
โลกร้อนกับบ้านทรงไทยในสามเหลี่ยมทองคำ

บ้านเขาเมืองเรา : ดร.ไสว บุญมา  กรุงเทพธุรกิจ  วันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2550

การประชุมระหว่างประเทศเกี่ยวกับปัญหาโลกร้อนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ที่เกาะบาหลีสิ้นสุดลงเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ดังที่คอลัมน์นี้คาดไว้ บรรยากาศในการประชุมร้อนผ่าวไม่แพ้หัวข้อของการประชุมเนื่องจากสหรัฐตกอยู่ในสภาพหมาหัวเน่า ผู้พยายามทุกวิถีทางที่จะขัดขวางเสียงส่วนใหญ่ของสังคมโลก

แต่ที่คอลัมน์คาดไม่ถึงคือ อดีตรองประธานาธิบดี อัล กอร์ ของสหรัฐผู้เพิ่งได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ เนื่องจากผลงานในด้านการรณรงค์ให้ชาวโลกตระหนักถึงความหนักหนาสาหัสของปัญหาโลกร้อน จะใช้เวทีที่บาหลีประณามรัฐบาลอเมริกันอย่างเผ็ดร้อนว่า เป็นดั่งอันธพาลท่ามกลางการแสวงหาข้อตกลงของสังคมโลก

เนื่องจากสหรัฐไม่เห็นด้วยกับการตั้งเป้าในรูปของตัวเลขที่กำหนดให้ประเทศต่างๆ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาโลกร้อน ข้อตกลงที่ประกาศออกมาจึงเป็นเพียงกรอบ หรือ "โรดแมพ" ของขั้นตอนต่างๆ ที่สังคมโลกจะกระทำเพื่อแสวงหาข้อตกลงในช่วงเวลา 2 ปีข้างหน้า ทางสายหลักในโรดแมพจะผ่านเมืองปอสนันของโปแลนด์ ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมครั้งต่อไปในปี 2551 และสิ้นสุดลงที่เมืองโคเปนเฮเกนของเดนมาร์กในปี 2552

ในช่วงเวลา 2 ปีจากวันนี้ไปจนถึงปลายปี 2552 สังคมโลกจะแสวงหาข้อตกลงต่างๆ รวมทั้งการตั้งเป้า สำหรับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย การประชุมที่โคเปนเฮเกน จะจบลงด้วยการลงนามในสนธิสัญญา ที่มีข้อกำหนดว่าประเทศต่างๆ จะต้องทำอะไรบ้างหลังจากพิธีสารเกียวโตสิ้นสุดการบังคับใช้ในปี 2555

ก่อนหมดกำหนดเวลา 2 ปี สหรัฐจะมีรัฐบาลใหม่ซึ่งอาจจะไม่แสดงท่าทีเสมือนอันธพาลดังที่รัฐบาลปัจจุบันได้ทำมาตลอด แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลอเมริกันจะเปลี่ยนใจ และกลายเป็นผู้นำในการผลักดันให้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทั้งนี้เพราะฝ่ายบริหารของรัฐบาลนั้นจะตกลงทำอะไรในรูปของสนธิสัญญาระหว่างประเทศกับใครได้ก็ต่อ เมื่อสนธิสัญญาได้ผ่านการเห็นชอบของสภาสูงเสียก่อน เท่าที่ผ่านมาสภานี้ไม่มีทีท่าว่าจะเห็นด้วยกับแนวคิดเรื่องการตั้งเป้า ซึ่งมีค่าเท่ากับการบังคับให้อุตสาหกรรมใหญ่ๆ ในสหรัฐลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตามคำสั่งของรัฐบาล การเลือกตั้งในปลายปี 2551 จะทำให้สภาสูงมีสมาชิกใหม่เพียงไม่กี่คน ฉะนั้นท่าทีของสภานี้จึงน่าจะคงเดิม

เป็นที่ทราบกันดีว่าอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ล้วนมีอิทธิพลทางการเมืองสูง ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตน้ำมัน ถ่านหิน กระแสไฟฟ้า หรือรถยนต์ อุตสาหกรรมเหล่านี้จะใช้เงินแบบแทบไม่อั้นเพื่อต่อต้านการบีบบังคับพร้อมกับสนับสนุนนักการเมืองในการเลือกตั้งครั้งหน้า ฉะนั้นเป็นไปได้สูงว่าสนธิสัญญาที่จะคลอดออกมาที่เมืองโคเปนเฮเกนจะตั้งเป้าเป็นตัวเลข ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขขั้นต่ำที่นักวิทยาศาสตร์คาดว่าสังคมโลกต้องทำ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายใหญ่หลวงจากภาวะโลกร้อน โดยเฉพาะจากการสูงขึ้นของระดับน้ำทะเล

นั่นหมายความว่าจากวันนี้ไปจนถึงสิ้นคริสต์ศตวรรษที่ 21 ในอีก 92 ปีข้างหน้าระดับน้ำทะเลอาจสูงกว่าในระดับปัจจุบันถึง 2 ฟุต หากเราตีความหมายของการทำนายโดยใช้แบบจำลองภูมิอากาศ ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความเปลี่ยนแปลง ของภูมิอากาศ หรือ IPCC ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลร่วมกับ อัล กอร์

น้ำทะเลที่ขึ้นไปในระดับนี้ย่อมมีผลเสียหายใหญ่หลวง ประเทศเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนหมู่เกาะปริ่มน้ำทะเล เช่น มัลดีฟส์ จะจมหายลงใต้ท้องทะเล เช่นเดียวกับพื้นที่ส่วนมากของประเทศยากจนซึ่งมีประชาชนอยู่กันอย่างหนาแน่น ในย่านสันดอนปากแม่น้ำ เช่น บังกลาเทศ นอกจากนั้นเมืองใหญ่ๆ เช่น เซี่ยงไฮ้ ไมอามี กรุงเทพฯ และพื้นที่ชายฝั่งทั่วทั้งโลกจะถูกน้ำทะเลท่วมบ่อยขึ้นและร้ายแรงยิ่งขึ้น เมืองและพื้นที่เหล่านี้มีโอกาสถูกซ้ำเติม ด้วยฝนที่นักวิทยาศาสตร์คาดว่าจะตกหนักขึ้นในบางพื้นที่ ซึ่งตอนนี้ยังทำนายไม่ได้ว่าจะเป็นย่านไหนบ้าง

เนื่องจากคำทำนายดังกล่าวมีความไม่แน่นอนอยู่บ้างนั่นคือ โอกาสที่น้ำทะเลจะไม่ท่วมก็ยังมีอยู่ ผู้ที่ไม่ต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือเพื่อเตรียมตัวรับมือกับปัญหาโลกร้อน มักใช้ความไม่แน่นอนนั้นเป็นข้ออ้างทั้งที่ในความเห็นของนักวิทยาศาสตร์โอกาสที่จะเกิดความเสียหายใหญ่หลวง มีสูงกว่าที่จะไม่เกิดหลายสิบเท่า ฉะนั้นมันคงไม่คุ้มค่าที่จะเสี่ยงต่อความเสียหายโดยไม่ทำอะไรเลย

เมืองไทยได้มีการพูดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในกรณีที่น้ำทะเลขยับระดับขึ้นต่อไปตามการทำนายของนักวิทยาศาสตร์แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่มุ่งไปที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเพราะย่านนี้เป็นทั้งที่ต่ำ และศูนย์กลางความมั่งคั่งของประเทศ แม้จะเป็นการมุ่งเน้นที่ถูกต้อง แต่มันแคบเกินไปเพราะอีกหลายส่วนของเมืองไทยก็เสี่ยงต่อความเสียหายใหญ่หลวงเช่นกัน

นอกจากพื้นที่ และเขตเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่ตามชายฝั่งทะเลแล้ว พื้นที่ขนาดใหญ่ซึ่งมีความเสี่ยงสูงได้แก่ สามเหลี่ยมทองคำที่แท้จริงของไทย นั่นคือ พื้นที่ในเขตรูปสามเหลี่ยมซึ่งมีฐานอยู่ที่การลากเส้นจากปากแม่น้ำบางปะกง ไปยังปากแม่น้ำกลอง และมีด้านข้างเป็นเส้นที่ลากจากปากแม่น้ำทั้งสองขึ้นไปบรรจบกันที่นครสวรรค์

พื้นที่ในสามเหลี่ยมนี้เป็นที่ต่ำ และอู่ข้าวอู่น้ำของไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณและในขณะนี้ก็ยังมีความสำคัญไม่น้อยกว่าเดิม ฉะนั้นในระดับนโยบาย การวางแผนรับมือกับปัญหาโลกร้อนจะต้องขยายจากกรุงเทพฯ และปริมณฑลออกไปให้ครอบคลุมพื้นที่ในเขตสามเหลี่ยมนี้ทั้งหมด

ในระดับบุคคล คอลัมน์นี้เคยเสนอไว้หลายอย่างรวมทั้งในการเลือกที่อยู่อาศัยให้พิจารณาทางหนีทีไล่ เกี่ยวกับการระบายน้ำอย่างรอบคอบ วันนี้ขอเสนอว่าให้พิจารณาภูมิปัญญาไทยในการปลูกบ้านในย่านสามเหลี่ยมทองคำ นั่นคือ บ้านที่มีใต้ถุนสูง และอากาศถ่ายเทสะดวก บ้านแบบนี้จะหลีกเลี่ยงปัญหาน้ำท่วม ได้ดีกว่าบ้านชนิดปิดทึบซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบัน นอกจากนั้นมันยังช่วยลดความจำเป็นในการใช้เครื่องปรับอากาศ เมื่อโลกร้อนขึ้นอีกด้วย เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าการผลิตไฟฟ้าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาโลกร้อน การหันกลับไปสร้างบ้านตามภูมิปัญญาไทย จึงน่าจะช่วยป้องกันปัญหาได้อีกวิธีหนึ่ง และช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าพร้อมกันไปด้วย