|
||||||||||||||
|
มาออกกำลังสมองกันเถอะครับ
มองมุมใหม่ : รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ pasu@acc.chula.ac.th กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2550 สัปดาห์นี้ยังคงต่อเนื่องจากเนื้อหาในครั้งที่แล้ว ที่ผมนำเสนอเนื้อหาจากบทความชื่อ Cognitive Fitness โดย Roderick Gilkey และ Clint Kilts ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Harvard Business Review ฉบับเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยเมื่อสัปดาห์ก่อนได้นำเสนอถึงความสำคัญ และความจำเป็นในการออกกำลังสมองเรา เพื่อพัฒนาสมองเราอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเพื่อไม่ให้สมองของเราค่อยๆ ฝ่อไปพร้อมกับวัยของพวกเราที่เริ่มร่วงโรยกันไป และสัปดาห์นี้ จะขอนำแนวทางหรือวิธีการที่ผู้เขียนบทความทั้งสองได้เสนอแนะถึงการออกกำลังสมอง เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของสมองเรา เริ่มแรกเลย คือ ถ้าเราอยากจะเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ เราก็ต้องเข้าใจก่อนนะครับ ว่า เราสามารถเรียนรู้ได้ ทั้งผ่านประสบการณ์โดยตรง และจากการสังเกต ในอดีตเรามักจะเข้าใจว่า เราจะเกิดการเรียนรู้ทักษะหรือสิ่งใหม่ๆ ได้โดยประสบการณ์ในการทำจริงๆ แต่การค้นพบเกี่ยวกับสมองสมัยใหม่พบว่า เราย่อมสามารถเรียนรู้ผ่านการสังเกตได้เช่นเดียวกันครับ โดยเมื่อเราสังเกตแล้ว จะไปกระตุ้นเส้นประสาทที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ ทำให้เราสามารถเรียนรู้ และเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ ซึ่งการค้นพบดังกล่าวทำให้ยิ่งเป็นการตอกย้ำครับว่า การใช้กรณีศึกษา หรือการจำลองสถานการณ์จริงนั้น เป็นเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาผู้บริหาร นอกจากนี้ ข้อค้นพบที่สำคัญอีกประการที่เกี่ยวเนื่อง ก็คือผู้บริหารจะต้องบริหารโดยการเดินสำรวจ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Walkabout หรือศัพท์ทางการจัดการ ที่เรียกว่า Management by Walking Around ผู้บริหารที่ดีจะต้องไม่นั่งอยู่แต่ในห้องทำงานสวยหรูของตัวเอง แล้วคอยสั่งการจากในห้องนั้นเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องรู้จักที่จะเดินไปเยี่ยมฝ่ายต่างๆ เยี่ยมโรงงานอย่างสม่ำเสมอ หรือแม้กระทั่งการรับประทานอาหารกลางวัน ก็ไม่ใช่ว่าจะนั่งรับประทานแต่ในห้องอาหารของผู้บริหารอยู่ตลอดเวลา แต่อาจจะลองเปลี่ยนไปนั่งรับประทานในโรงอาหารร่วมกับพนักงานดู ทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เพื่อการสร้างสัมพันธภาพหรือภาพลักษณ์ที่ดีอย่างเดียวนะครับ แต่ยังเป็นการพัฒนาสมองของผู้บริหารด้วย เนื่องจากการที่ผู้บริหารเข้าไปอยู่ในดินแดนหรือถิ่นที่ไม่คุ้นเคย จะเป็นการกระตุ้นพัฒนาการของสมองของผู้บริหาร อีกทั้งทำให้ผู้บริหารได้เกิดการเรียนรู้จากการสังเกตประสบการณ์ต่างๆ ของลูกน้องในการทำงาน ท่านผู้อ่านลองสังเกตไหมครับ บางครั้งที่เรานั่งอยู่ในห้องทำงานแล้วคิดอะไรบางอย่างแล้วมันติดขัด การออกไปเดินเล่นภายนอก อาจจะช่วยทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหาที่ติดขัดอยู่ก็ได้ เรื่องที่สอง คือ เรื่องของการเล่น หรือ Play ครับ ซึ่งในบทความนั้นเขาให้ความหมายของคำว่า play ไว้ว่า เป็นสิ่งที่เราทำแล้วทำให้เราเกิดความสุข เป็นเสมือนกับของขวัญ หรือรางวัลให้กับสมองเรา อีกทั้งนำไปสู่ความสามารถในการคิด และสร้างสรรค์ จากการศึกษาเรื่องของสมอง ทำให้เราพบว่า ความสุข (Joy) ที่เกิดขึ้นจากการเล่นนั้นเป็นเสมือนเชื้อเพลิงในการหล่อเลี้ยงพัฒนาการของสมองเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทุกวันนี้ เราต้องทำงานกันอย่างหนักหนาสาหัสแล้ว เราต้องอย่าลืมที่จะแบ่งเวลาให้กับการ "เล่น" บ้างนะครับ โดยเฉพาะเมื่อเราอายุมากขึ้น หรือก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น เราก็มักจะ "เล่น" น้อยลง การ "เล่น" จริงๆ แล้ว หลายองค์กรก็เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการ "เล่น" แล้วนะครับ บริษัทชั้นนำด้าน IT หลายๆ แห่งของอเมริกา มีการแบ่งพื้นที่ในที่ทำงานให้เป็นสถานที่เล่น พักผ่อน หย่อนใจ ของพนักงานเขา เนื่องจากการ "เล่น" จะมีส่วนสำคัญสำหรับการพัฒนาความสามารถในด้านความคิดสร้างสรรค์และสุขภาพของสมองเรา ถ้าองค์กรของท่านผู้อ่านไม่สนับสนุนให้มีการ "เล่น" เพื่อพัฒนาสมอง ท่านผู้อ่านก็อาจจะหาการ "เล่น" ของท่านเองก็ได้นะครับ เช่น การเล่น Sudoku การแก้ไขปัญหา Crossword ในหนังสือพิมพ์ หรือแม้กระทั่งเกมเล็กๆ สั้นๆ ออนไลน์ก็ได้เช่นเดียวกันครับ แต่สำคัญ คือต้องอย่าลืมแบ่งเวลาให้เหมาะสมนะครับ ไม่ใช่มัวแต่ "เล่น" จนลืมที่จะทำงานให้เสร็จ การเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการออกกำลัง และพัฒนาสมองของเราครับ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ เรียนรู้เครื่องดนตรีใหม่ๆ หรือการเปลี่ยนประเภทของหนังสือที่อ่านเป็นประจำ เช่น จากที่เคยอ่านแต่นิยายรักหวานแหวว ก็หันมาอ่านนิยายกำลังภายในบ้าง หรือ เวลาท่านเดินทางไปประเทศต่างๆ ก็ต้องหมั่นที่จะเรียนรู้ขนบธรรมเนียม ประเพณี ประวัติศาสตร์ ของประเทศนั้นๆ หรือการเรียนรู้ในเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อพัฒนาการของสมองเราทั้งสิ้นครับ การเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ ย่อมส่งผลทำให้สมองเราพัฒนาขึ้น และถ้ายิ่งสามารถเชื่อมโยงสิ่งที่ได้เรียนรู้เข้ากับงานที่เราทำอยู่ ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์สองทางเลยครับ เป็นอย่างไรบ้างครับ แนวทางง่ายๆ ในการออกกำลังและพัฒนาสมองเรา ดูเหมือนไม่ยากนะครับ และก็น่าจะเป็นสิ่งที่องค์กรสามารถส่งเสริมให้เกิดขึ้นได้เช่นกัน เพื่อพัฒนาสมองของบุคลากรตนเอง และท่านผู้อ่านก็อย่าลืมนะครับว่า จากการพัฒนาการของเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้เราค้นพบความลับต่างๆ ของสมองคนได้มากขึ้น และเชื่อว่า สิ่งที่ค้นพบใหม่ๆ นั้น จะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการ ทั้งการบริหารองค์กร และบริหารตนเอง
|