หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
วัฒนธรรมปักธง

นิธิ เอียวศรีวงศ์  มติชนรายวัน  วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 28 ฉบับที่ 1426

ถ้าการมีคนในชาติของเราได้ขึ้นไปสู่อวกาศกับดาวเทียมของมหาอำนาจเป็นเกียรติยศอันน่าชื่นชม ไทยยังไม่ได้รับเกียรติยศอันน่าชื่นชมนั้นหรอกครับ ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ในอาเซียนหลายประเทศได้รับไปแล้ว

ท้ายสุดที่ได้ยินข่าวก็มาเลเซีย

ส่วนหนึ่งของการนำเอาคนของประเทศกำลังพัฒนาขึ้นไปกับดาวเทียมของตัว เป็นเรื่องผลประโยชน์ทางการเมืองระหว่างประเทศแน่ แต่การเมืองระหว่างประเทศเพียงอย่างเดียว ใช้เป็นบรรทัดฐานในการเลือกว่า จะเอาประเทศใดดีไม่ได้ เพราะประเทศกำลังพัฒนาที่มหาอำนาจอยากเอาใจย่อมมีเกินหนึ่งเสมอ

บรรทัดฐานอีกอย่างหนึ่งคือจะขึ้นไปทำไม

แม้แต่เลือกด้วยบรรทัดฐานเดียวคือ สถานการณ์ตอนนั้นควรเอาใจประเทศนั้นประเทศนี้เป็นพิเศษ จึงเชิญให้ส่งคนขึ้นไปกับดาวเทียมของตัว ประเทศที่ได้รับเลือกจะได้รับเกียรติยศอันน่าชื่นชมจริง ก็ตรงนี้แหละครับ คือขึ้นไปทำไม

ขึ้นไปเฉยๆ เพื่อติดธงของชาติไว้ในอวกาศ (บนหน้าอกเสื้อ) ด้วยยานของคนอื่น จะเป็นเกียรติยศอันน่าชื่นชมตรงไหน ผมมองไม่เห็นนะครับ

ขึ้นไปทำไมนั้นเป็นโอกาสทางวิชาการที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายๆ แก่ประเทศที่ไม่มีกำลังจะสร้างยานอวกาศเอง

มีปัญหาทางวิชาการหลายอย่าง ซึ่งเกิดจากจินต? นา-การของมนุษย์บนพื้นโลก แต่พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ หรือไม่บังเกิดผลเห็นได้ชัด เพราะสร้างเงื่อนไขสำคัญๆ อย่างนั้นบนพื้นโลกไม่ได้ (เช่น สภาพไร้แรงโน้มถ่วง) บางจินตนาการก็พิสูจน์ได้ด้วยการคำนวณ บ้างก็พิสูจน์ความน่าจะเป็นได้ด้วยตรรกะ หรือบางจินตนาการก็เพียงแต่อยากรู้ว่า จะต่างจากบนพื้นโลกอย่างไรเท่านั้นก็ได้

แต่ต้องมีปัญหาที่อยากตอบ ซึ่งจะตอบได้ก็ต้องขึ้นไปบนโน้น

ปัญหาเหล่านี้ต้องมีคุณลักษณะอย่างน้อยสองประการ อันแรกก็คือ เป็นปัญหาที่เกิดจากจินตนาการที่มีรากฐานทางวิชาการบ้าง ไม่เพียงแต่แค่คิดฝันว่าหากได้แคะขี้ฟันในสภาพไร้น้ำหนัก ขี้ฟันจะกระเด็นเข้าตาหรือเข้าจมูก (ใคร) หว่า และแน่นอนไม่ใช่ปัญหาที่เขาตอบได้ชัดเจนแน่นอนมาตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว

อันที่สองก็คือ ปัญหาและคำตอบที่อาจจะได้จากข้างบนโน้นควรมีนัยะสำคัญแก่มนุษยชาติในทางหนึ่งทางใดบ้าง ไม่ว่าจะเป็นคำอธิบายที่จะเพิ่มพูนคลังความรู้ของโลก หรือเป็นแนวทางที่ส่องให้เห็นธรรมชาติของสรรพสิ่ง รวมทั้งของตัวมนุษย์เองก็ได้

เช่น นักบินอวกาศมาเลเซียอยากทดลองถือศีลอดในอวกาศ เพื่อศึกษาตรวจสอบจิตใจตนเอง ในระหว่างปฏิบัติธรรมบนอวกาศ อย่างน้อยก็ดูจะเป็นแนวทางให้เราเข้าใจด้านจิตวิญญาณของมนุษย์ได้มากขึ้นนะครับ (แม้ผมไม่สู้จะชื่นชมกระบวนการคัดเลือกนักบินอวกาศของมาเลเซียนักก็ตาม)

ขึ้นไปทำไมจึงเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นเกียรติยศอันน่าชื่นชมกว่าคำเชิญของมหาอำนาจว่า มีที่เหลือให้โดยสารไปด้วยเป็นไหนๆ

แล้วคนไทยจะขึ้นไปบนโน้นทำไมล่ะครับ?

อย่าเข้าใจผิดนะครับว่า ผมเหยียดความก้าวหน้าทางวิชาการของไทยว่าไม่พอที่จะมีคำถามเพื่อหาคำตอบบนโน้น ผมเชื่อว่านักวิทยาศาสตร์, คณิตศาสตร์, ปรัชญา, การศาสนา, จิตวิทยา, ฯลฯ ของไทย (บางคน) มีคำถามที่เหมาะสมจะหาคำตอบบนโน้นแน่

แต่คนไทยที่มีฤทธิ์มีอำนาจในการจัดส่งคนไปยังที่ซึ่งไปยากๆ เหล่านี้ต่างหาก ที่ไม่เคยคิดถึงคำถาม ซึ่งจะไปหาคำตอบในที่ไปยากๆ เหล่านั้นเลย คนเหล่านี้มุ่งประโยชน์เฉพาะหน้า ทางการเมืองบ้าง ทางการค้าบ้าง และไปคิดว่าแค่เอาธงไทยไปติดในที่ไปยากๆ เหล่านั้นก็เป็นเกียรติยศอันน่าชื่นชมแล้ว (และสมประโยชน์ของตนแล้ว)

ฉะนั้น หากสักวันหนึ่งเราได้รับคำเชิญให้ส่งคนโดยสารไปกับยานอวกาศบ้าง (ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูงในอนาคตอันใกล้ เพราะเกือบจะเหลือเพียงประเทศเดียวในอาเซียนแล้ว ที่ยังไม่เคยขึ้นไปโชว์ธง) การจัดการเพื่อส่งคนขึ้นไปกับเขาบ้าง ก็คงทำเพื่อมุ่งจะอวดธงเท่านั้น

เหล่าผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่เหล่านั้นคงไม่คิดจัดกระบวนการ ที่จะเริ่มต้นคัดเลือกจากคำถามทางวิชาการก่อน แล้วค่อยคิดเสริมสร้างความเป็นไปได้ของโครงการส่งคนขึ้นไปหาคำตอบบนอวกาศ

ในทำนองเดียวกันนะครับ มีคนไทยได้รับการส่งเสริมให้ไปที่ไปยากๆ มาแล้ว นับตั้งแต่ขั้วโลก และครั้งล่าสุดก็พยายามจะขึ้นไปถึงยอดเอเวอร์เรสต์

ไปทำไมหรือครับ ก็ไปปักธงชาติล่ะสิครับ

เซอร์เอดมันด์ ฮิลลารี ซึ่งพิชิตยอดเอเวอร์เรสต์ได้เป็นคนแรกของโลกนั้น (ร่วมกับผู้นำทางชาวเชอร์ปาชื่อเทนซิง นอร์เก)สมควรได้รับการยกย่องในความอดทน, รอบคอบ, รอบรู้ของตัวเขาเอง จึงได้เตรียมการได้สำเร็จ แต่ความสำ? เร็จ? ไม่ใช่ธงอังกฤษที่นำไปปัก (แม้เป็นคนนิวซีแลนด์ แต่การสำรวจครั้งนั้นทำในนามคณะสำรวจอังกฤษ) เท่ากับเบื้องหลังของความสำเร็จ ซึ่งประกอบด้วยความรู้ที่คนอื่นๆ รวมทั้งตัวเขาเอง ได้สำรวจภูเขาหิมาลัย และเก็บรวบรวมข้อมูลไว้มากมาย และเท่ากับประสบการณ์การปีนเขาซึ่งคนอื่นๆ และตัวเขาได้สั่งสมกันมา (รวมทั้งของชาวเชอร์ปาด้วย)

ธงอังกฤษซึ่งปักที่ยอดเอเวอร์เรสต์เป็นผืนแรกจึงประกาศพลังแห่งวิทยาการนานาชนิดที่อังกฤษ (และโลกตะวันตก) ได้สั่งสมมาเป็นสมบัติของมนุษยชาติ ผมเรียกว่าพลังเพราะมันเป็นพลังจริงๆ ตัววิทยาการก็เป็นพลัง การสั่งสมในลักษณะที่ใครๆ ก็สามารถหยิบไปใช้ได้ก็เป็นพลัง สังคมที่ยังมีคนหยิบความรู้ไปใช้ก็เป็นพลัง ความรู้ใหม่ที่ได้มาจากการบรรลุถึงยอดเอเวอร์เรสต์ก็เป็นพลัง

สมมติว่าทีมไทยสามารถปักธงไทยบนยอดเอเวอร์เรสต์ได้บ้าง ธงไทยจะแสดงอะไรครับ

ผมคิดว่าธงจะแสดงให้เห็นว่าคณะคนไทยเหล่านั้นมีความอดทนเก่งกล้ารอบคอบแน่นอน และแสดงว่าต้องมีคนไทยที่รอบรู้พอจะเตรียมการจากข้อมูลมาอย่างดี เป็นเรื่องที่พิสูจน์ว่าคนไทยที่เก่งๆ อย่างนั้นก็มี อันเป็นข้อพิสูจน์ที่ถึงไม่ไต่เอเวอร์เรสต์ ใครๆ ก็เชื่อ คนตั้ง 60 ล้าน จะหาคนเก่งอย่างนั้นไม่ได้เชียวหรือ

ฉะนั้น แม้ว่าครั้งนี้ล้มเหลว ผมแน่ใจว่าครั้งหน้าก็ต้องสำเร็จเข้าไม่ครั้งใดก็ครั้งหนึ่งแหงแซะ

แต่ธงไทยแสดงอะไรให้ชื่นชมเกี่ยวกับชาติไทยหรือสังคมไทยบ้างครับ ไม่ว่าจะเป็นธงที่เอเวอร์เรสต์หรือขั้วโลกใต้ก็ตาม?

การเดินทางไปที่ซึ่งไปยากเหล่านี้ สมัยก่อนมักได้รับการอุดหนุนจากสมาคมวิชาการหรือราชบัณฑิตยสภา แต่ปัจจุบันถ้าไม่นับการเดินทางสู่อวกาศแล้ว ผู้สนับสนุ? นกลับเป็นธุรกิจในรูปต่างๆ นับตั้งแต่ที่ขายสินค้าและบริการ ไปจนถึงขายสื่อ เช่น รายการโทรทัศน์

ก็เป็นวิธีการโฆษณาอย่างหนึ่งล่ะครับ และในสังคมที่ชื่นชมวัฒนธรรมปักธง ต้องนับว่าเป็นวิธีโฆษณาที่ได้ผลทีเดียว เพราะการเดินทางนั้นถูกจับตามองในวงกว้าง และได้พื้นที่ในสื่อโดยบางทีไม่ต้องเสียสตางค์เสียด้วย

ความจริงแล้ว ผมเชื่อว่าหากหวังผลการโฆษณาให้ยิ่งกว่านี้ก็ทำได้ โดยออกมาเสียจากวัฒนธรรมปักธง แล้วมองหาปัญหาที่มีนัยะสำคัญต่อประเทศไทยเป็นหลักในการเดินทางไปสำรวจเพื่อค้นหาคำตอบ ระดมสติปัญญาและความรู้ในสังคมเราเอง ที่จะวางแผนการสำรวจอย่างรอบคอบรัดกุม จะถึงเป้าหมายปลายทางหรือไม่ก็ตาม ก็จะได้มาซึ่งอะไรบางอย่างที่ช่วยให้เราตอบคำถามนั้นได้ ไม่ในปัจจุบันก็ในอนาคต

เช่นผลกระทบของโลกร้อนต่อยอดเอเวอร์เรสต์หรือขั้วโลกใต้ ให้คนไทยได้เห็นกับตาตัวเองสักที จะเกิดอะไรกับแม่น้ำโขงและสาลวินซึ่งมีต้นกำเนิดบนเทือกหิมาลัย และจะกระทบต่อคนไทยริมฝั่งน้ำอย่างไร

ปักธงไม่สำเร็จก็ช่างมันเถิดครับ แต่ทุกครั้งที่ใครในโลกนี้พยายามประเมินผลกระทบของโลกร้อน ไม่ว่าจากสภาวะจริงหรือจากแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ก็จะมีข้อมูลส่วนหนึ่งมาจากคณะสำรวจคนไทย และผู้สนับสนุนการสำรวจซึ่งเป็นบริษัทธุรกิจนั้นๆ

อ้างกันได้อีกเป็นร้อยปี ไม่ใช่แค่ติดตามรายการข่าวทางทีวีแค่เดือนสองเดือน และตลาดโลกด้วยนะครับ ไม่ใช่แค่ตลาดไทยเท่านั้น

แต่วิธีโฆษณาอย่างนี้เป็นวิธีเย็นๆ ค่อยๆ กินกันไปนานๆ จึงไม่เหมาะกับธุรกิจในเมืองไทยซึ่งยังเป็นธุรกิจงานวัด หมดงานวัดนี้ก็จะพับเต็นท์ไปขายต่อที่วัดอื่น

ไม่แต่เพียงการเดินทางสำรวจในที่ซึ่งไปยากเท่านั้น การปักธงเป็นเป้าหมายหลักของวัฒนธรรมปักธงเสมอ เราอยากให้นักฟุตบอลไทยได้ไปเล่นในทีมยุโรป อยากให้ได้เข้ารอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก อยากให้นักกีฬาไทยกวาดเหรียญทองในการแข่งขันนานาชาติมาให้มากที่สุด เพราะธงชาติไทย จะได้ปักในสนามหรือบนจอทีวี แต่ประเทศไทยในทุกวันนี้มีที่ว่างให้เด็กวิ่งเล่นน้อยอย่างไม่น่าเชื่อ

เด็กของแชมป์บอลซีเกมส์ยังเตะบอลใต้ทางด่วนอยู่เลยครับ

ประเทศที่ถูกจัดอันดับการศึกษาไว้แทบจะเป็นที่โหล่ในอาเซียน กลับเป็นประเทศที่กวาดเหรียญวิชาการโอลิมปิคได้มากที่สุด

ไชโยโห่ฮิ้วกับแชมป์ฝีมือแรงงานคนพิการ หรือกีฬาคนพิการ ในประเทศที่แทบไม่มีสาธารณูปโภคสำหรับคนพิการเลย แม้แต่ทางเท้าในเมืองใหญ่ก็ใช้รถเข็นไม่ได้

เพราะวัฒนธรรมปักธงหรือมิใช่ ที่การแสดงความรักชาติของนักการเมืองจึงมักตื้นเขินเสมอ เช่น ใช้หนี้ไอเอมเอฟก่อนกำหนด, มีหอบังคับการบินสูงสุดในโลก, ฯลฯ และท้ายสุดที่เพิ่งได้ยินก็คือจะบังคับให้หยุดรถทั้งเมืองเพื่อเคารพธงชาติ

และเพราะวัฒนธรรมปักธงมิใช่หรือ ที่ทำให้คนไทยมองไม่เห็นคนไทยด้วยกัน เพราะมัวแต่จ้องธงอยู่อย่างเดียว

หน้า 25