หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
การเมืองหรือธุรกิจของโซ่ข้อกลาง

นิธิ เอียวศรีวงศ์  มติชนรายสัปดาห์  วันที่ 07 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 28 ฉบับที่ 1425

หนึ่งในหลายต่อหลายจังหวัดที่ถูกประกาศกฎอัยการศึกด้วยเหตุผลที่สอดคล้องกับข้ออ้างคือจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพราะประจวบฯ มีพื้นที่ติดชายแดน อันเป็นทางผ่านทางหนึ่งของยาเสพติด ฉะนั้น พื้นที่ซึ่งเคยถูกประกาศกฎอัยการศึกมา จึงเป็นตำบลที่อยู่ติดชายแดน เช่น ตำบลชัยเกษม, ร่อนทอง, ทองมงคล เป็นต้น

ไม่กี่วันมานี้เอง คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติคำขอยกเลิกกฎอัยการศึก ในตำบลติดชายแดนของประจวบฯ ทั้งหมด แต่ในขณะเดียวกัน กลับอนุมัติให้ประกาศกฎอัยการศึกใหม่ในพื้นที่ตำบลอื่นๆ ของประจวบฯ แทน

ได้แก่ตำบลธงชัย, แม่รำพึง, กำเนิดนพคุณ, ธงประศาสน์ ในอำเภอบางสะพาน ตำบลแสงอรุณในทับสะแก และตำบลบ่อนอกและอื่นๆ ในอำเภอเมือง

เกือบทั้งหมดอยู่ติดทะเลฝั่งอ่าวไทย บางตำบลเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เติบโตมากแล้ว บางตำบลกำลังจะเติบโตต่อไป

เหตุใดจึงประกาศเขตกฎอัยการศึกในพื้นที่เหล่านี้ ซึ่งไม่ได้ติดต่อเป็นผืนเดียวกันด้วย พื้นที่ซึ่งถูกประกาศใหม่เหล่านี้ ไม่เกี่ยวกับยาเสพติด (มากไปกว่ากรุงเทพฯ), ไม่เกี่ยวกับทักษิณ (ผมไม่ได้คิดว่าประกาศกฎอัยการศึก ในพื้นที่ซึ่งนิยมทักษิณเป็นความชอบธรรม แต่ก็เห็นทำกันเป็นปรกติ) และไม่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติแน่นอน

แต่พื้นที่เหล่านี้เกี่ยวข้องกับโรงถลุงเหล็กที่บางสะพานอย่างชัดเจน

โรงถลุงเหล็กมีโครงการขยายการผลิต จึงขยายพื้นที่โรงงาน บางส่วนขยายเข้าไปในเขตซึ่งมีข้อสงสัยว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ จึงถูกประชาชนในพื้นที่รวมตัวกันคัดค้าน

นอกจากข้องใจในเรื่องของการใช้พื้นที่ของโครงการแล้ว ชาวบ้านยังข้องใจกับตัวโครงการอีกหลายประการ นับตั้งแต่มลพิษที่ต้องเพิ่มขึ้นจากกระบวนการถลุงเหล็ก, พื้นที่รับแร่เหล็กและถ่านหินในการผลิต, การใช้ถ่านหินหรือถ่านโค้กเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการผลิต, สะพานรับส่งสินค้าที่ยื่นเข้าไปในทะเล อันจะรบกวนแหล่งเพาะพันธุ์ปลาทูที่ใหญ่สุดในอ่าวไทย และการเดินเรือของประมงชายฝั่ง ฯลฯ

อาจเป็นเพราะการคัดค้านโครงการขยายวงกว้างขึ้น บริษัทเจ้าของโรงถลุงเหล็กจึงขอถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่เคยยื่นไว้ต่อทางการกลับคืนมา เพื่อแก้ไขปรับปรุง บัดนี้ถึงเวลาที่จะต้องยื่นฉบับใหม่กลับเข้าไป ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ 2550 จำเป็นต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ซึ่งอาจได้รับผลกระทบ

โดยปราศจากหลักเกณฑ์และกระบวนการที่รัดกุมใดๆ (ซึ่งต้องกำหนดขึ้นโดยกฎหมาย-แต่ยังไม่มีกฎหมายดังกล่าว) บริษัทได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นมาแล้ว ไม่นานมานี้ก่อนการประกาศกฎอัยการศึก ในพื้นที่ก็มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นเช่นกัน และเพื่อป้องกันเหตุร้าย เจ้าหน้าที่ทางการซึ่งประกอบด้วยตำรวจ และทหารหลายร้อยนาย ได้เข้าควบคุมรักษาความสงบเรียบร้อยแก่ที่ประชุม ทั้งนี้ ยังไม่นับนักเลงอันธพาลอีกเป็นร้อยที่บังเอิญเห็นด้วยกับโครงการ จึงช่วยทำให้ที่ประชุมรับฟังความคิดเห็น มีความคิดเห็นที่สอดคล้องกับโครงการ

ชาวบ้านกลุ่มคัดค้านโครงการตัดสินใจไม่ร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นทั้งสองครั้ง เพราะพิจารณาว่าบรรยากาศ และการจัดการประชุมไม่เอื้อต่อการแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ อีกทั้งเวลาที่ใช้ในการประชุมก็หมดไปกับการชี้แจงโครงการของบริษัทมากกว่าการเปิดรับฟัง

การเข้าร่วมประชุมกลับเป็นการรับรองโครงการโดยไม่มีทางสะท้อนความเห็นของตัวมากกว่า

ตำบลธงชัย, แม่รำพึง, กำเนิดนพคุณ, และธงประศาสน์ คือตำบลที่ประชาชนรวมกันคัดค้านโครงการอย่างเปิดเผย ส่วนหนึ่งได้ตั้งค่ายพักในป่าพรุอันเป็นพื้นที่สาธารณะและครั้งหนึ่งถูกรวมอยู่ในการขยายโครงการของโรงถลุงเหล็ก เพื่อป้องกันการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าของบุคคลลึกลับต่างๆ (และในความเป็นจริง ก็มีการนำเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าไปทำลายเป็นครั้งคราว เมื่อชาวบ้านติดภารกิจอื่นไม่อาจเฝ้าระวังได้)

ในจังหวัดประจวบฯ ยังมีโครงการขนาดใหญ่ที่จะลงในพื้นที่อีกสองโครงการ คือโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ทับสะแก และโครงการเตาเผาขยะ ทั้งหมดนี้ ร่วมกับตำบลบ่อนอกซึ่งได้ผ่านประสบการณ์การต่อสู้กับโรงไฟฟ้าถ่านหินมาแล้ว ได้ร่วมเป็นพันธมิตรในการต่อสู้กับโครงการขยายการผลิตของโรงถลุงเหล็กที่บางสะพาน

และนี่คือเหตุผลเดียวที่สามารถอธิบายการประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่ใหม่ของจังหวัดประจวบฯ ได้ เพราะเป็นเหตุผลเดียวที่ร้อยรัดพื้นที่ซึ่งไม่ติดต่อกันเป็นผืนเดียวนี้เข้าด้วยกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล

ในที่สุด กฎอัยการศึกซึ่งโดยตัวของมันเองก็ขาดความชอบธรรมอยู่แล้ว กำลังถูกนำไปใช้เพื่อสนับสนุน หรือรับใช้ หรือรับจ้าง (ไม่มีใครรู้ว่าอะไรกันแน่) ทุนอุตสาหกรรมซึ่งมีเครือข่ายโยงไยกว้างขวางลึกซึ้ง

ที่ไม่มีทางรู้ว่าอะไรกันแน่ก็เพราะ ในการเคลื่อนไหวทั้งหมดเหล่านี้ ปรากฏร่องรอยของโซ่ข้อกลางให้เห็นอย่างชัดเจน

ความคิดเรื่องโซ่ข้อกลาง อาจฟังดูดีแก่คนชั้นกลาง เพราะความติดขัดของบ้านเมืองในเวลากว่าปีที่ผ่านมา ก็คือความขัดแย้งของกลุ่มการเมืองต่างๆ (ระหว่างทุนเก่ากับทุนใหม่, ระหว่างข้าราชการทหารพลเรือนกับนักการเมือง, ระหว่างนักการเมืองกับนักการเมืองต่างค่าย, ระหว่างปัญญาชนฝ่ายหนึ่ง กับอีกฝ่ายหนึ่ง, ระหว่างเทคโนแครตกับมาเวอร์ริค ฯลฯ ซึ่งล้วนสังกัดอยู่ในกลุ่มชนชั้นนำของสังคม) ฉะนั้น ความสมานฉันท์จึงเป็นคำที่มีเสน่ห์ทางการเมือง และทุกฝ่ายต่างใช้คำนี้เพื่อยึดกุมอำนาจทางการเมืองได้สูงสุด

แต่ขงเบ้งย่อมใช้คำอื่น เพื่อให้ฟังดูลึกซึ้งกว่าคำของโลซกและจิวยี่ นั่นคือโซ่ข้อกลาง

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะเป็นโซ่ข้อกลาง ต้องเข้าใจก่อนว่าโซ่อีกสองข้อที่ตัวเราจะเข้าไปเชื่อมต่อนั้นคืออะไร

นับตั้งแต่รัฐไทยขยายการบริหารจัดการของตนลงไปในชนบท เพื่อหนุนการขยายตัวของทุน ทรัพยากรของชาวบ้านในชนบทซึ่งตัวเคยบริหารจัดการกันมา ถูกรัฐและทุนแย่งยื้อไปใช้ประโยชน์ จนเกิดความปั่นป่วนวุ่นวายในชนบท ความยากจนกระจายไปทั่ว

(รายงานการตรวจราชการมณฑลอุดรและอิสานของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตั้งข้อสังเกตว่าชาวชนบทในมณฑลทั้งสองนั้นจะว่าจนก็ไม่ใช่ เพียงแต่ไม่มีเงินสด แต่มีกินมีใช้บริบูรณ์ ทั้งหมู่บ้านไม่มีนายไม่มีบ่าว)

14 ตุลาเปิดเวทีใหม่ให้ชาวบ้านลุกขึ้นมาสู้เพื่อความเป็นธรรม ก่อให้เกิดความรุนแรงในชนบทอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งการลอบสังหารผู้นำและการปราบปรามของรัฐต่อกลุ่มที่ถูกเรียกว่าพวกคอมฯ

ประมาณหลังทศวรรษ 2520 เป็นต้นมา การต่อสู้ของชาวบ้านในชนบท แปรเปลี่ยนมาเป็นการต่อสู้เพื่อรักษาทรัพยากรในท้องถิ่นของตนเอง ทำให้กระบวนการชาวบ้าน ยิ่งขยายตัวเพิ่มมากขึ้นทั้งประเทศ เป็นผลให้แม้ประชาชนระดับล่างในเขตเมืองเองก็ลุกขึ้นมาทำอย่างเดียวกัน

ความร้าวฉานที่แท้จริงในสังคมไทย ไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างพวกรักทักษิณกับเกลียดทักษิณ เพราะที่จริงแล้ว ทักษิณก็คือทุน ไม่ต่างจากทุนอื่นๆ ที่เคยยึดกุมกลไกรัฐมาแล้ว ทักษิณเป็นเพียงทุนอีกกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

จะทำให้เกิดความสมานฉันท์ที่แท้จริงขึ้นในสังคมไทยปัจจุบันได้ ก็ต้องจัดการเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นธรรม เพื่อให้ทุนและชาวบ้านสามารถอยู่ร่วมกันโดยสันติได้

ชนชั้นนำไทยบางกลุ่มมองเห็นปัญหานี้ และได้บรรจุอำนาจต่อรองของชาวบ้านไว้ในรัฐธรรมนูญ 2540 แต่ไม่บังเกิดผลจริงจัง เพราะกฎหมายต่างๆ ที่ออกมาเพื่อการนี้ไม่สอดรับการเพิ่มอำนาจต่อรองของชาวบ้านจริง (อันที่จริงแทบไม่มีกฎหมายที่ออกมาเพื่อรองรับโดยตรงสักฉบับ)

และเพราะนักการเมืองที่ได้อำนาจหลังรัฐธรรมนูญฉบับนั้นล้วนอิงแอบอยู่กับฝ่ายทุนอย่างแนบแน่น รัฐจึงไม่เป็นโซ่ข้อกลาง ที่จะสร้างความสมานฉันท์อันแท้จริงระหว่างทุนและชาวบ้าน ฉะนั้น แทนที่ทุนจะหาทางประนีประนอมกับชาวบ้าน ทุนหรือแม้แต่รัฐวิสาหกิจกลับใช้วิธีอันธพาล กับชาวบ้านที่คัดค้านโครงการของตนตลอดมา ท่ามกลางการหลิ่วตาของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งถึงอย่างไรก็อยู่ฝ่ายเดียวกับทุนอยู่แล้ว

นี่คือความร้าวฉานของโซ่สองข้อที่นับวันจะร้าวลึกมากขึ้น หากมีปัจจัยอื่นๆ ช่วยหนุน สถานการณ์ความร้าวฉาน อาจแปรเปลี่ยนไปสู่การต่อสู้กันด้วยกำลังอาวุธ อย่างที่เกิดในภาคใต้ตอนล่างขณะนี้

(อันที่จริง ข้อถกเถียงว่าความรุนแรงของผู้ก่อการในภาคใต้ทำให้ทุนไม่อาจเติบโตได้ กลับเป็นข้อถกเถียงที่สนับสนุนปฏิบัติการของเขา เพราะทุนที่เติบโตนอกกฎเกณฑ์ความสัมพันธ์ซึ่งศาสนา และวัฒนธรรมของชาติพันธุ์กำหนดไว้นั่นแหละ คือศัตรูอย่างหนึ่งที่พวกเขาต้องการทำลาย)

ความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ของกลุ่มชนชั้นนำทางการเมือง ซึ่งปรากฏให้เห็นในข่าวหนังสือพิมพ์นั้น เป็นความขัดแย้งที่ผิวเผิน ทั้งไม่ใช่ความขัดแย้งที่มีรากลึกลงไปถึงสังคมอีกด้วย ในบัดนี้ แม้แต่เกณฑ์ว่าใครเป็นหรือไม่เป็นพวกทักษิณกันแน่ ก็ใช้อธิบายการเกาะกลุ่มทางการเมืองไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ

สังคมไทยต้องการโซ่ข้อกลางแน่ แต่ไม่ใช่โซ่ข้อกลางที่ตื้นเขิน จนมองไม่เห็นความร้าวฉานที่แท้จริงของสังคม หรือกลับก่อให้เกิดความร้าวฉานมากขึ้น และโซ่ข้อกลางนั้นอาจไม่ใช่บุคคล หากเป็นนโยบายที่เป็นรูปธรรม

นโยบายดังกล่าว ไม่จำเป็นต้องผลิตขึ้นโดยพรรคการเมืองเสมอไป กว่าที่พรรคการเมืองจะผลิตนโยบายอย่างนั้นออกมา จำเป็นต้องมีข้อเสนอซึ่งมาจากหลายฝ่ายเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งจากภาคประชาชน, ภาคธุรกิจที่มองการณ์ไกล, ภาควิชาการ, และภาครัฐที่เที่ยงธรรมและรอบรู้

ข้อเสนอเหล่านั้นมีปรากฏอยู่ไม่น้อย แต่พรรคการเมืองซึ่งอิงแอบอยู่กับทุนอย่างแนบแน่นไม่สนใจ และคนที่เสนอตัวเป็นโซ่ข้อกลางก็ไม่เคยใส่ใจ

ผลก็คือการประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่ซึ่งคัดค้านโรงงานอุตสาหกรรม และการเผชิญหน้ากันระหว่างทุน และชาวบ้านที่นับวันจะแหลมคมขึ้น กับทั้งหลีกเลี่ยงความรุนแรงได้ยากขึ้น จนในที่สุด ก็กลายเป็นความร้าวฉานที่เกินกว่าจะเยียวยาได้ด้วยสันติวิธี

หน้า 91