หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
เมื่อเส้นชัยไม่นิ่ง

บ้านเขาเมืองเรา : ดร.ไสว บุญมา  กรุงเทพธุรกิจ   วันศุกร์ที่ 07 ธันวาคม พ.ศ. 2550

ไทเกอร์ วู้ดส์ นักกอล์ฟลูกครึ่งไทยโด่งดังและมีค่าสำหรับเวลาและหน้ากระดาษของสื่อ มากเสียจนสื่อ ดูจะรายงานการกระทำทุกอย่างของเขา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อส่วนใหญ่รวมทั้งสื่อไทยด้วย รายงานกันอย่างกว้างขวางเรื่องเขาสร้างบ้านหลังใหม่ในย่านเกาะจูปีเตอร์ ซึ่งอยู่นอกชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ ของรัฐฟลอริดา ตามรายงานของสื่อ ไทเกอร์ได้ซื้อที่ปลูกบ้านประมาณ 25 ไร่ไว้ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วด้วยราคากว่า 1,500 ล้านบาท ในที่ผืนนั้นมีบ้านขนาดใหญ่อยู่แล้ว 1 หลังซึ่งสร้างได้ 13 ปี และเรือนรับแขก 2 หลัง

นอกจากนั้นในเขตบ้านยังมีโรงจอดเรือยอชท์ สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส สนามบาสเกตบอล สนามวอลเลย์บอล และสนามกอล์ฟเล็กอีกด้วย ไทยเกอร์ได้รื้อสิ่งเหล่านั้นทิ้งและกำลังปลูกบ้านพร้อมอาคารประกอบชุดใหม่ ไว้เป็นรังรักของเขากับภรรยาสาวชาวสวีเดนและลูกสาวอายุเพิ่งย่างเข้าเดือนที่ 6

ตามรายงาน บ้านของเขาจะมีพื้นที่ภายในตัวบ้านประมาณ 4-5 เท่าของบ้านอเมริกันโดยทั่วไป ซึ่งถือว่าไม่ใหญ่มากนัก เมื่อเทียบกับบ้านของมหาเศรษฐีและผู้มีชื่อเสียงโด่งดังอื่นๆ ตัวบ้านและอาคารประกอบต่างๆ ที่ไทเกอร์จะสร้างขึ้นใหม่จะใช้เงินราว 600-700 ล้านบาท ก่อนปลูกบ้านหลังนี้ ไทเกอร์มีบ้านหลังใหญ่อยู่แล้ว ในแถวกลางรัฐฟลอริดา นอกจากนั้นเขายังมีบ้านสำหรับแวะพักชั่วคราวในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา ในรัฐไวโอมิงซึ่งเป็นย่านสร้างบ้านพักตากอากาศยอดนิยมของมหาเศรษฐี และในสวีเดนอีกด้วย

จากมุมมองของฐานความคิดอเมริกัน บ้านหลังใหม่ของไทเกอร์ถือว่าเป็นบ้านในฝันของเขา นั่นคือ เมื่อใดเขามีเงินพอ เมื่อนั้นเขาจะสร้างบ้านที่เขาต้องการอาศัยอยู่ตลอดชีวิต การมีบ้านในฝันเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งต่างๆ ที่ชาวอเมริกันต้องการมีที่รวมกันเรียกว่า American Dream ซึ่งพวกเขายึดเป็นจุดหมายของชีวิต

ทั้งที่คำนี้ชาวอเมริกันพูดกันจนติดปาก แต่หากไปถามพวกเขาว่ามันคืออะไร พวกเขาจะตอบไม่ตรงกัน เพราะมันไม่มีคำจำกัดความแน่นอน แม้แต่เรื่องบ้านในฝัน ความคิดของชาวอเมริกันก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ฉะนั้นบ้านของชาวอเมริกันจะมีขนาดใหญ่ขึ้นตลอดเวลา ความจริงข้อนี้มีข้อมูลยืนยัน นั่นคือ บ้านของชาวอเมริกันในปัจจุบันนี้มีขนาดกว่าสองเท่าของบ้านในสมัยตายาย ทั้งที่คนรุ่นนี้มีลูกน้อยกว่าคนรุ่นก่อน

จากฐานความคิดและการปฏิบัติที่ผ่านมาจึงพอจะอนุมานได้ว่า ถ้าพวกเขามีรายได้ในระดับเดียวกับไทเกอร์ วู้ดส์ พวกเขาส่วนใหญ่จะใช้เงินสร้างบ้านไม่น้อยกว่าไทเกอร์อย่างแน่นอน นอกจากนั้นก็ยังจะมีอย่างอื่นที่ไทเกอร์มีอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นบ้านในย่านที่มีทิวทัศน์และอากาศโปร่งใสไว้สำหรับไปพักผ่อน เรือยอชท์ไว้หาความสำราญในท้องทะเล หรือเครื่องบินไว้เดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งที่ในยุคนี้ชาวอเมริกันมีบ้านขนาดใหญ่และมีอะไรต่อมิอะไรมากกว่ารุ่นตายายเพราะมีรายได้สูงกว่า ทว่าชาวอเมริกันโดยทั่วไป มิได้มีความสุขมากกว่าคนรุ่นก่อน ความจริงข้อนี้และเหตุปัจจัยที่ทำให้มันเกิดขึ้น ถูกนำมาเสนอไว้ในหนังสือหลายเล่ม เช่น เรื่อง The Progress Paradox: How Life Gets Better While People Feel Worse ของ Gregg Easterbrook (พิมพ์ปี 2546) เรื่อง The Paradox of Choice: Why More Is Less ของ Barry Schwartz (พิมพ์ปี 2547) และเรื่อง Happiness: Lessons from a New Science ของ Richard Layard (พิมพ์ปี 2548)

ในเวลาไล่เลี่ยกันกับที่มีรายงานเรื่องการปลูกบ้านใหม่ของไทเกอร์ วู้ดส์ ปราชญ์อเมริกันบางคนสรุปว่า ปัญหาใหญ่ที่ทำให้ชาวอเมริกันขาดความสุขคือ การไม่มีคำจำกัดความที่แน่นอนสำหรับ American Dream มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนเหมือนกับเส้นชัยที่เลื่อนไปข้างหน้าตลอดกาล ฉะนั้นไม่ว่าพวกเขาจะมีความสำเร็จทางเศรษฐกิจมากเท่าไร พวกเขาจะไม่มีวันรู้สึกว่าถึงเส้นชัยอันจะยังผลให้พวกเขามีความสุข

การที่เส้นชัยเลื่อนไปข้างหน้าตลอดกาล ทำให้ชาวอเมริกันตะเกียกตะกายและใช้ทรัพยากรต่อคนมากขึ้นทุกวัน จนในปัจจุบันนี้พวกเขาใช้มากกว่าชาวโลกกว่า 6 เท่าแล้ว กระนั้นก็ตามชาวอเมริกันส่วนใหญ่ยังไม่คิดจะหยุด ฉะนั้นจุดมุ่งหมายหลักของการบริหารเศรษฐกิจจึงได้แก่ จะทำอย่างไรให้มันขยายตัวต่อไปซึ่งเท่ากับการใช้ทรัพยากรมากขึ้น การรื้อบ้านหลังเก่าซึ่งอายุเพียง 13 ปี และมีราคาเป็นร้อยล้านบาททิ้งแล้วสร้างใหม่ขึ้นมาแทนของไทเกอร์ วู้ดส์ ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวในขณะที่ทรัพยากรถูกนำมาใช้แทนที่ของดีๆ ที่ถูกรื้อทิ้ง กระบวนการนี้ไม่จำกัดอยู่เฉพาะในหมู่มหาเศรษฐี และผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง หากมีอยู่ทั่วไป และไม่หยุดอยู่แค่การสร้างบ้านใหม่เท่านั้น วันดีคืนดีเมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้น ชาวอเมริกันก็เปลี่ยนเครื่องเรือนใหม่ ทั้งที่ของเก่ายังอยู่ในสภาพดี หรือรื้อครัวทิ้งแล้วทำใหม่เพื่อให้มันดูนำสมัยกว่าของเพื่อนบ้าน

ในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา หรือในรุ่นตายายของหนุ่มสาวชาวอเมริกันในปัจจุบันนี้ สหรัฐเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและทางทหารหมายเลข 1 ของโลก ชาวอเมริกันพยายามผลักดันอย่างต่อเนื่อง ให้ชาวโลกคิดเช่นเขาและเลียนแบบวิถีชีวิตของเขา ยังผลให้ชาวโลกตะเกียกตะกายเพราะอยากได้สิ่งที่เขามี และเดินตามวิถีชีวิตที่เขาเดิน เพราะคิดว่ามันน่าจะทำให้มีความสุขโดยไม่ตระหนักเลยว่า การตะเกียกตะกายนั้นจะไม่มีวันประสบความสุข หรือถึงเส้นชัยเพราะมันเลื่อนไปข้างหน้าตลอดกาล ในขณะที่กระบวนการนั้นเกิดขึ้นโดยไม่จำเป็นและผลาญทรัพยากรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่น การรื้อครัวดีๆ หรือบ้านทิ้งทั้งหลังเหมือนอย่างที่ไทเกอร์ทำ

ตอนนี้จึงมีปราชญ์ถามว่า ถ้ามหาอำนาจ เช่น จีนและอินเดียซึ่งรวมกันมีประชากรประมาณ 37% ของประชากรโลก และกำลังพยายามบริโภคและใช้ทรัพยากรตามชาวอเมริกันทำสำเร็จ โลกจะมีทรัพยากรที่ไหน เหลือไว้ให้ชาวโลกอีกนับพันล้านคน ซึ่งอยู่ในประเทศยากจนและไม่ใช่มหาอำนาจในขณะนี้

ชาวโลกโชคดีที่คำถามนี้มีคำตอบ นั่นคือ พวกเขาต้องรู้จักขีดเส้นชัยชนิดที่วางอยู่บนฐานของความต้องการทางชีวภาพ ซึ่งไม่เลื่อนไปข้างหน้าตลอดกาล และเมื่อเดินไปถึงจุดนั้นแล้วก็พอใจ ไม่ตะเกียกตะกายต่อไป และใช้ทรัพยากรเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น น่ายินดีที่คนไทยมีวิธีขีดเส้นชัยนั้นแล้ว แต่ก็น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่ยังไม่ให้ความสำคัญ กับของดีที่สามารถแก้ปัญหาสารพัดของโลกได้นั้นอย่างจริงจัง

ของดีนั้นคืออะไรกรุณาลองไปคิดเล่นๆ เป็นการบ้านในวันหยุดสุดสัปดาห์หลังวันเฉลิมพระชนม์ครบ 80 พรรษา ของพ่อหลวงก็แล้วกันนะครับ