หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
การทุ่มตลาด และการขายสินค้าต่ำกว่าทุน

คอลัมน์ คลื่นความคิด โดย สกล หาญสุทธิวารินทร์  มติชนรายวัน  วันที่ 03 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10859

การทุ่มตลาด คือ การส่งสินค้าจากประเทศหนึ่งไปจำหน่ายในอีกประเทศหนึ่ง ในราคาที่ถูกกว่าสินค้าชนิดเดียวกัน ที่จำหน่ายในประเทศผู้ผลิตหรือผู้ส่งออก การส่งสินค้าทุ่มตลาดเข้าไปจำหน่ายในประเทศผู้นำเข้า ดูเผินๆ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคหรือผู้ผลิตที่ต้องใช้สินค้านั้นเป็นวัตถุดิบในการผลิต แต่กติกาสากลทั้งแกตต์ และองค์การการค้าโลกถือว่าการทุ่มตลาดเป็นการค้าที่ไม่เป็นธรรม เพราะเป็นการบิดเบือนและเอาเปรียบด้านราคา ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้ผลิตสินค้าชนิดเดียวกันภายในประเทศ อาจต้องลดกำลังการผลิต หรือเลิกกิจการเกิดผลเสียต่อการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรม และในระยะยาวมีผลกระทบต่อผู้บริโภค เพราะจะเกิดการผูกขาด ผู้นำเข้าสามารถขึ้นราคาได้ตามใจชอบ ในกรณีเช่นนี้ประเทศผู้นำเข้า สามารถตอบโต้ได้โดยการเรียกเก็บอากรขาเข้าเพิ่มขึ้นจากอากรปกติ

การขายสินค้าต่ำกว่าทุน คือ กรณีที่ผู้ประกอบกิจการการผลิตหรือจำหน่ายสินค้าในประเทศ ขายสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนที่ผลิต หรือซื้อมา คือการขายสินค้าโดยยอมขาดทุนนั่นเอง จุดประสงค์โดยวิสัยปกติของการประกอบธุรกิจคือ การแสวงหากำไร การที่มีผู้ผลิต หรือผู้จำหน่ายขายสินค้าต่ำกว่าต้นทุน หรือยอมขาดทุนจึงเป็นวิสัยที่ผิดปกติของการทำการค้า เว้นแต่กรณีที่มีเหตุผลจำเป็น เช่น เป็นสินค้าตกรุ่น ล้าสมัย หรือเป็นสินค้าใกล้หมดอายุ หรือเป็นสินค้าเน่าเสียง่ายและอยู่ในช่วงตลาดกำลังวายเป็นต้น

การขายสินค้าต่ำกว่าทุนหรือยอมขาดทุนโดยไม่มีเหตุอันควรดังกล่าวข้างต้น ดูเผินๆ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค เช่นเดียวกับกรณีทุ่มตลาด เพราะทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อของได้ถูก แต่ดังได้กล่าวแล้วว่า ปกติวิสัยของผู้ประกอบการ คือการแสวงหากำไร การขายสินค้าต่ำกว่าทุน จึงย่อมต้องมีเจตนาแอบแฝง เช่นอาจต้องการขจัดคู่แข่งที่มีอยู่เดิม หรือกีดกันรายใหม่ เมื่อคู่แข่งสู้ราคาไม่ไหวที่สุดต้องเลิกกิจการไป หรือรายใหม่ไม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้ ก็จะเกิดการผูกขาดมีผลเสียต่อผู้บริโภคในที่สุด การขายสินค้าต่ำกว่าทุนเช่นนี้หลายประเทศมีการตรากฎหมายออกใช้บังคับ ถือว่าเป็นการค้าที่ไม่เป็นธรรม และมีโทษกำหนดไว้

ประเทศไทยในยุคที่การค้าปลีกสมัยใหม่รายใหญ่ทั้งหลายรุกคืบเข้าครองตลาดมากขึ้น นอกจากจะส่งผลกระทบต่อผู้ค้าปลีกรายย่อยดั้งเดิมแล้ว ยังเกิดการแข่งขันกันอย่างรุนแรง ระหว่างผู้ประกอบรายใหญ่ด้วยกันเอง มีการใช้กลยุทธ์ด้านการตลาดเข้าสู้กัน หนึ่งในกลยุทธ์นั้นคือ การขายสินค้าบางรายการต่ำกว่าทุน และย่อมเกิดผลกระทบกับผู้ประกอบการรายเล็กดั้งเดิม ซึ่งมีเงินทุนจำกัดไม่สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ได้อยู่แล้ว

ส่วนที่มีการอ้างว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภครวมทั้งผู้ประกอบการรายย่อยด้วยก็มีข้อน่ากังขา เพราะราคาถูกเฉพาะบางรายการ และบางช่วงเวลาเท่านั้น และซื้อได้ในปริมาณจำกัด การขายสินค้าต่ำกว่าทุนในกรณีเช่นนี้ จึงน่าจะถือได้ว่าเป็นการค้าที่ไม่เป็นธรรม

หน้า 20