หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ธงขวาจัดของพรรคพปช.

โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์  มติชนรายวัน  วันที่ 03 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10859

เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับคุณสมัคร สุนทรเวช แล้ว คุณสมัครเป็นนักการเมืองที่มีสีสันจัดจ้านกว่ากัน อย่างเทียบไม่ได้ เพราะคุณสมัครสามารถแสดง "จุดยืน" ทางการเมืองและสังคมที่ชัดเจน ในขณะที่มองหา "จุดยืน" อย่างนั้นของคุณอภิสิทธิ์ได้ยาก

ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณอภิสิทธิ์เป็นคนโลเลหาความมั่นคงในความยึดมั่นอะไรไม่ได้เลย คนรู้คิดทั้งหลายต้องยอมรับว่าไม่ใช่ "จุดยืน" ทุกจุดเป็นสิ่งที่แสดงให้ชัดได้ในสังคมไทย โดยเฉพาะสำหรับคนที่อยู่ในวงการเมือง

อย่างไรก็ตาม สีสันอันจัดจ้านของคุณสมัครทำให้ความหล่อเหลาของคุณอภิสิทธิ์จืดสนิทไปเลย

"จุดยืน" ทางการเมืองและสังคมที่คุณสมัครแสดงให้ประจักษ์ในระยะแรกของชีวิตการเมือง จนทำให้กลายเป็นคนเด่นคนดังไปก็คือ "ขวาจัด" ฟังดูเหมือนเข้าใจได้ง่ายนะครับ แต่เมื่อวิเคราะห์ลงไปจริงๆ แล้วก็เข้าใจยากอยู่เหมือนกัน

โดยทั่วๆ ไป "ขวาจัด" ก็คือการยึดมั่นในอุดมการณ์ชาติ, ศาสน์, กษัตริย์ ต้องผดุงสามสถาบันนี้ไว้ ไม่ให้ถูกกระทบกระเทือนด้วยประการใดๆ ทั้งสิ้น แต่สามสถาบันนี้ก็ล้วนเป็นสังขตธรรม คือมีเงื่อนไขให้เกิดและดำรงอยู่ มีสิ่งนี้จึงมีสิ่งนี้แหละครับ ดังนั้น จึงไม่ใช่สิ่งที่หยุดนิ่งกับที่ ใครที่จะผดุงสามสถาบันนี้ไว้ ก็ต้องปรับเปลี่ยนท่าทีของตัว ให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของสามสถาบันนี้

เช่น ในสมัยหนึ่ง คอมมิวนิสต์ถูกถือว่าเป็นภัยคุกคามสามสถาบัน คน "ขวาจัด" ก็ต้องไม่ลดราวาศอก ให้กับมหาอำนาจคอมมิวนิสต์

ผมจำได้ว่าเมื่อตอนที่ประธานเหมาถึงแก่อนิจกรรม คุณสมัครซึ่งเป็นนักการเมืองฝ่ายค้านอยู่ในขณะนั้น คัดค้านคำสั่งรัฐบาลไทยที่ให้ลดธงครึ่งเสา เพราะขณะนั้นประธานเหมาไม่ได้เป็นประมุขแห่งรัฐ และว่าที่จริงไม่ได้ดำรงตำแหน่งในรัฐบาลจีนด้วยซ้ำ เป็นเพียงประธานของพรรคการเมืองที่ปกครองประเทศจีนต่างหาก คุณสมัครถามว่าถ้าอย่างนั้นหากคุณเสนีย์ ปราโมช ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ถึงแก่อนิจกรรมบ้าง ประเทศอื่นที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยมิต้องลดธงครึ่งเสาหมดหรือ

ถูกต้อง แข็งโป๊ก ตามตรรกะเลยนะครับ หากเราคิดว่าครรลองแห่งชีวิตเป็นตรรกะ ก็ไม่รู้จะเถียงคุณสมัครอย่างไร

แต่ไม่นานหลังจากนั้น มหาอำนาจคอมมิวนิสต์ก็ถูกถือว่าไม่เป็นภัยคุกคามสามสถาบันนั้นอีกต่อไป สถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศที่เปลี่ยนไป หลังสงครามเวียดนาม ทำให้เกิดความใกล้ชิดสนิทสนมกับจีน นำเอาชาติ, ศาสน์, กษัตริย์เข้าไปใกล้ชิดกับจีนมากขึ้น เจ้านายชั้นสูงทุกพระองค์ได้เคยเสด็จเยือนจีน บางพระองค์หลายครั้งหลายหนด้วย

ผมถือว่าในครั้งนั้น คุณสมัครปรับความ "ขวาจัด" ของตัวไม่ทัน แต่หลังจากนั้นคุณสมัครก็ปรับได้ เพราะไม่แสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์กับจีนอีกเลย แม้ว่าคุณสมัครอาจกลืนไม่ลงกับอาการประจบประแจงจีนอย่างที่ข้าราชการ และนักการเมืองบางคนแสดงก็ตาม

อย่างไรก็ตาม คุณสมัครก็ยังรักษาภาพ "ขวาจัด" ของตัวไว้ได้สืบมา ทั้งเป็นภาพที่ "ขายได้" ในทางการเมืองด้วย เมื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯกทม. คุณสมัครได้คะแนนท่วมท้นอย่างที่ไม่เคยมีผู้ว่าฯคนใดเคยได้มาก่อน เมื่อพ้นตำแหน่งก็ลงสมัครเป็น ส.ว.กทม.(ตามร.ธ.น.2540) คุณสมัครก็ได้รับเลือกด้วยคะแนนท่วมท้นอีก

กทม.คือสมัคร สุนทรเวช นี่แหละครับ

บางคนอาจเถียงว่าไม่จริง เพราะแม้ กทม.จะนิยมชมชื่นคุณสมัครอย่างมาก แต่ในระยะหลังมานี้ คุณสมัครไม่สามารถอุ้มคนอื่นเข้าสู่สภาได้อีกแล้ว พรรคประชากรไทยแทบจะสูญพันธุ์ใน กทม.ด้วยซ้ำ

ก็จริงครับ แต่ในขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ด้วยว่า ความนิยมต่อตัวคุณสมัครเองนั้นหาได้เสื่อมคลายลงใน กทม.แต่อย่างใดไม่ และการที่ความนิยมกลายเป็นตัวบุคคล ไม่ใช่พรรคของเขา สะท้อนความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจทีเดียว

นั่นก็คือ อุดมการณ์ "ขวาจัด" แบบคุณสมัคร ไม่มีเสน่ห์แก่คน กทม.เสียแล้ว แม้ว่ายังชื่นชมคุณสมัครเป็นส่วนตัว อย่างไม่เสื่อมคลายก็จริง

และเหตุผลสำคัญที่ทำให้อุดมการณ์ "ขวาจัด" คลายเสน่ห์แก่คนกรุงเทพฯ ก็เพราะว่าไม่มีเหตุอันใดที่จะทำให้เชื่อได้อีกว่าชาติ, ศาสน์, กษัตริย์ กำลังถูกคุกคาม ภัยคอมมิวนิสต์ไม่มีแล้วทั้งจากภายนอกและภายใน ภัยก่อการร้ายถึงน่ากลัว แต่เป็นเรื่องภายในมากกว่า ที่น่าห่วงกว่าก็คือรัฐบาล จะสามารถรักษาเสถียรภาพทางการเมือง พอจะไม่กระทบต่อความเติบโตทางเศรษฐกิจหรือไม่ต่างหาก ไหนบ้าน และรถก็ยังผ่อนไม่หมด ลูกกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย อย่างไรเสีย ก็ขอให้พอเงยหน้าอ้าปากไปสักระยะหนึ่งก่อนเถิด

คุณสมัครให้มโนภาพของคนที่สามารถรักษาเสถียรภาพทางการเมืองได้ดีหรือไม่? ผมคิดว่าไม่ เพราะคุณสมัครถนัดใช้ถ้อยคำรุนแรง เร้าอารมณ์ และสะใจดี แต่คนไทยรู้สึกว่าใช้วาทศิลป์อย่างนี้เพื่อจัดการความสัมพันธ์ไม่ได้ เพราะรังแต่จะก่อให้เกิดความบาดหมางกันหนักขึ้น เรื่องเล็กๆ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่จนรัฐบาลพัง ต้องยุบสภาหรือเกิดรัฐประหารซึ่งล้วนไม่ดีแก่เศรษฐกิจไทยทั้งสิ้น

แม้ว่าคุณสมัครอาจไม่มีความน่าเชื่อถือในด้านเศรษฐกิจ แต่ในช่วงที่คุณสมัครต่อต้านคอมมิวนิสต์อย่างเข้มข้นก่อน 6 ตุลานั้น คุณสมัครแสดงตนเองเป็นผู้ที่มีคำตอบแก่ปัญหาทางสังคมในช่วงนั้นได้เกือบทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นทางเท้า, น้ำท่วม, การเวนคืนที่ดิน, ถนนพัง ฯลฯ ถึงคุณสมัครไม่เคยสังกัดพรรคกิจสังคม แต่คุณสมัครแสดงตัวตามคำขวัญของกิจสังคม ได้ดีกว่าสมาชิกส่วนใหญ่ของพรรคนั้น นั่นก็คือ "เราทำได้" ความสามารถทางวาทศิลป์ของคุณสมัครทำให้ผู้คนเชื่อถือด้วย และส่วนหนึ่งคงเป็นคะแนนเสียงให้คุณสมัครในการลงสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม.

น่าเสียดายที่คนไทย โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ มีทัศนคติต่อปัญหาสังคมเหล่านั้นเปลี่ยนไปเสียแล้ว กล่าวคือคนไทยแม้แต่ชาวชนบทเริ่มรู้สึกในอำนาจของตนเองมากขึ้น จึงคิดว่าปัญหาเหล่านั้น ตนสามารถผลักดันให้แก้ไขได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องการใครมาอาสาทำให้ ในขณะที่อีกหลายปัญหา ทำอะไรไม่ได้ก็ทำใจได้แล้ว ยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเหมือนลมหายใจ

เสน่ห์ข้อนี้ของคุณสมัครจึงไม่แรงเหมือนเดิม

แต่อย่านึกเป็นอันขาดว่าบัดนี้คุณสมัครหมดเสน่ห์ ตรงกันข้ามเลยด้วยซ้ำ จะมีหรือไม่มีอุดมการณ์ "ขวาจัด" ก็ตาม ทุกคนคงยอมรับว่าในบรรดาคน "ขวาจัด" ทั้งหลาย คุณสมัครนี่แหละที่แสดงท่าทียึดมั่นกับอุดมการณ์ "ขวาจัด" ของตัวอย่างจริงใจที่สุด ผมไม่ทราบหรอกว่าคุณสมัครจริงใจหรือไม่จริงใจกับอุดมการณ์นั้น แต่ไม่มีใครในบรรดาคน "ขวาจัด" ที่จะแนบเนียนเท่านี้ อย่างน้อยคุณสมัครเป็นคนที่มีความรู้และประสบการณ์ที่จะ "ขวาจัด" ได้จริง

ภาษาไทยของคุณสมัครเป็นภาษาไทยเก่า ไม่ว่าจะมองการวางรูปประโยค หรือศัพท์แสงที่ใช้ อันเป็นภาษาที่คนรุ่นใหม่ไม่คุ้น แต่ไม่ถึงขนาดฟังไม่รู้เรื่อง สำนวนที่คุณสมัครใช้เสมอก็เป็นสำนวนไทยรุ่นเก่าที่คนรุ่นใหม่เลิกใช้ไปแล้ว ฟังรู้เรื่องหรือไม่ก็ตาม แต่ฟังดูขลังดี คุณสมัครเป็นคนมีความรู้เรื่องเก่าๆ มาก ไม่ว่าจะเป็นนิทานหรือปรัมปราคติต่างๆ ของไทย รวมทั้งค่านิยมและมาตรฐานไทยเก่าๆ ทั้งหลาย เพลงไทยคุณสมัครก็ร้องได้ วรรณคดีไทยก็อ่านมาแยะจนยกขึ้นมาอ้างได้บ่อยๆ ธรรมเนียมประเพณีแต่ก่อนเขาทำกันอย่างไร คุณสมัครก็เคยแสดงความรู้ให้ปรากฏ

ถ้าความมั่นคงของสถาบันชาติทั้งสามไม่เป็นปัญหาอีกแล้ว "ความเป็นไทย" ในโลกาภิวัตน์น่าจะเป็นปัญหาแก่คนรุ่นที่เป็นแฟนคุณสมัครอยู่มาก คุณสมัครจึงเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่คนรุ่นนั้นชื่นชม หรือถึงขนาดโหยหา ตราบเท่าที่มีคนรุ่นนั้นอยู่มากในกรุงเทพฯ คุณสมัครอยากเป็นอะไรก็จะได้รับเลือกอยู่ตราบนั้น

คิดดูก็น่าประหลาดดีนะครับ คุณทักษิณ ชินวัตร ซึ่งถูกเรียกว่าเป็นฝ่ายทุนโลกาภิวัตน์กลับเลือกคุณสมัคร ซึ่งมีข้อเด่นที่ตรงเป็นไท้ยไทยให้ถือธงนำขบวนแทน

แต่ "ความเป็นไทย" ตามอุดมคติของคนรุ่นก่อนก็ตาม ยี่ห้อ "ขวาจัด" ก็ตาม กลับเป็นประโยชน์แก่พรรคที่สืบทอดจากพรรค ทรท.ในช่วงนี้

หากจะมีใครตั้งข้อสงสัยในความจงรักภักดีของหัวหน้าพรรค พปช.กลางสนามหลวงอีก ย่อมฟังไม่ขึ้นเอาเลย ฉะนั้น ชื่อของคุณสมัครจึงสกัดข้อกล่าวหาร้ายแรงที่ปรปักษ์ทางการเมืองอาจใช้ประโยชน์ได้ เพราะชื่อทักษิณ ชินวัตร และชื่ออื่นอีกหลายชื่อไม่อาจสกัดได้

หน้า 6