|
||||||||||||||
|
ความเสี่ยงแบงก์พาณิชย์ไทย
:
มุมมองจากการวิเคราะห์โครงสร้างสินเชื่อธุรกิจ
ดอน นาครทรรพ, กรองแก้ว กฤตยากีรณ, สุคนธ์พัฒน์ จันทพันธ์ กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2550 ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ไทยได้ฟื้นตัวจากสภาพที่มีหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้จากวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากผลกำไรและคุณภาพของทรัพย์สินที่ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ ถึงแม้ในช่วงปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยจะมีการชะลอตัว แต่ระบบสถาบันการเงินไทยยังคงมีเสถียรภาพและได้รับความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการวิเคราะห์ความเข้มแข็งของระบบสถาบันการเงินโดยใช้ข้อมูลทางการเงินหรือผลกำไรในระยะสั้น อาจมองข้ามความเปราะบางที่แอบแฝงอยู่ในระบบไปได้ ดังนั้นการมองภาพรวม ของเสถียรภาพธนาคารพาณิชย์อย่างรอบคอบ จึงต้องมีการคาดการณ์ไปล่วงหน้าถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ในบทศึกษานี้ ผู้เขียนใช้ข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มของคุณภาพสินเชื่อธุรกิจเอกชนในประเทศ รวมถึงโครงสร้างสินเชื่อในมุมมองต่างๆ โดยแยกตามขนาดของลูกหนี้และกลุ่มอุตสาหกรรม นับตั้งแต่ช่วงของวิกฤติเศรษฐกิจเป็นต้นมา อัตราของสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่เกิดขึ้นใหม่ (New non-performing loans) ได้ลดลงตามลำดับ โดยทั่วไปคุณภาพสินทรัพย์มักจะแปรผันตามแนวโน้มของเศรษฐกิจมหภาค แต่ธนาคารพาณิชย์ไทยยังคงสามารถติดตามดูแล และควบคุมความเสี่ยงในพอร์ต ลูกหนี้สินเชื่อได้ค่อนข้างดี แม้ว่าจะมีการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศในช่วงปีที่ผ่านมา กระนั้นก็ตามธนาคารพาณิชย์ไทย ยังคงต้องพยายามพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาวะที่ตลาดมีความผันผวน นอกจากนี้ธนาคารพาณิชย์จะต้องฝึกฝนการคาดการณ์สถานการณ์ที่มีทั้งดี และไม่ดีไปล่วงหน้า โดยต้องนำวัฏจักรเศรษฐกิจ (Through-the-business-cycle) เข้ามาร่วมวิเคราะห์และเตรียมพร้อมรับมือกับความเสียหาย ที่อาจเกิดขึ้นได้ สิ่งหนึ่งที่จะต้องคำนึงถึงสำหรับสินเชื่อธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ไทย คือ ความเกี่ยวข้องเชื่อมโยง ของบริษัทที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจเดียวกัน ดังนั้นเมื่อบริษัทหนึ่งมีปัญหาในเรื่องการชำระหนี้ อาจมีผลกระทบทำให้บริษัทคู่ค้าที่เกี่ยวข้องกัน ไม่สามารถชำระหนี้ได้ไปด้วย ซึ่งจากผลการวิจัยผู้เขียนพบว่า ความเชื่อมโยงนี้อยู่ในระดับต่ำในช่วงเศรษฐกิจขยายตัว และพบว่าบริษัทขนาดใหญ่มีความเชื่อมโยงระหว่างกัน ในระดับที่สูงกว่าบริษัทขนาดเล็ก การดำเนินธุรกิจทุกประเภทรวมทั้งธุรกิจธนาคารพาณิชย์ย่อมมีความเสี่ยง แต่สิ่งสำคัญ คือ ต้องมีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสมและได้รับผลตอบแทนความเสี่ยงที่คุ้มค่าพอ เท่าที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ไทยได้ให้ความสำคัญ และดำเนินการพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยได้พัฒนาความสามารถในการแยกกลุ่มลูกหนี้ที่ดีออกจากกลุ่มลูกหนี้ที่ไม่ดี และสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่สะท้อนถึงความสามารถในการชำระหนี้ที่แท้จริงของลูกหนี้ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งความสามารถในการแยกความเสี่ยงของลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้นนี้จะส่งผลดีแก่ลูกหนี้ที่มีคุณภาพ โดยการลดต้นทุนทางการเงินต่อไปในอนาคต การนำเกณฑ์มาตรฐาน Basel II Capital Accord มาใช้จะช่วยผลักดันให้ธนาคารพาณิชย์ มีการพัฒนาในด้านการบริหารความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น เพราะธนาคารพาณิชย์ที่มีระบบที่ดีจะเป็นที่ยอมรับจากผู้ลงทุนในตลาด และผู้กำกับดูแล การดำรงเงินกองทุนตามเกณฑ์ Basel II จะทำให้ ธนาคารพาณิชย์ที่มีคุณภาพของพอร์ตสินเชื่อต่ำ หรือมีนโยบายการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้รายใหญ่จำนวนไม่กี่รายจะต้องดำรงเงินกองทุนสูงตามไปด้วย การพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงสู่ระดับมาตรฐานสากลจึงจำเป็นอย่างยิ่งต่อความสามารถในการแข่งขัน และความมีเสถียรภาพของธนาคารพาณิชย์ต่อไปในอนาคต บทวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทความในการสัมมนาทางวิชาการประจำปี 2550 ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยจะจัดขึ้นที่ โรงแรมแชงกรี-ลา, กรุงเทพฯ ในวันที่ 3-4 ต.ค.50 ข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัว ของคณะผู้เขียนโดยเฉพาะ ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย
|