หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ก้าวสู่โอกาสทอง ลงทุนในยุค Luxurious World !!

คอลัมน์ แยบยลกลยุทธ์  โดย ผศ.ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ประชาชาติธุรกิจ  วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3932 (3132)

แม้ว่าช่วงนี้จะมีแต่ผู้คนบ่นกันถึงยุคเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพง รายได้หด กำไรหาย ค่าครองชีพสูง วิกฤตพลังงานต่างๆ จนกระทั่งห่อเหี่ยวไปตามๆ กัน แต่เชื่อหรือไม่ว่าขณะที่หลายๆ คนกำลังประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ หาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ไม่เพียงพอ  แต่คนที่ร่ำรวยก็กลับมีจำนวนมากขึ้น ร่ำรวยมีรายได้และทรัพย์สินสูงขึ้นอย่างมาก

โดยจากรายงานของปี 2007 World Wealth Report ที่เพิ่งผ่านไปได้สร้างความฮือฮา อย่างยิ่ง เนื่องจากมีผู้ที่ได้รับการขนานนามว่า "millionaires" หรือมีทรัพย์สินนับร้อยๆ ล้านนั้นมีปริมาณเพิ่มขึ้นสองเท่านับจากปี 1996 ทีเดียวครับ นับเป็นจำนวนโดยประมาณถึงเกือบ 10 ล้านคนทั่วโลกทีเดียว

แน่นอนว่าเมื่อมีประชากรที่เป็นมหาเศรษฐี เพิ่มขึ้น ถึงขนาดนี้ก็เสมือนกับว่าขนาดตลาดเติบโตมากขึ้นเป็นดับเบิลเช่นเดียวกัน เรียกว่าเปิดโอกาสทางธุรกิจที่จะเจาะตลาดกระเป๋าหนัก และได้ทั้งใจได้ทั้งกำไรกลับไปยังกิจการอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรูหรา แบรนด์เนม รวมถึงบริการระดับ ไฮคลาส 5 ดาวต่างๆ ก็จะมีโอกาสเติบโตสูงมากๆ เช่นกัน

อาทิ บริษัทคริสเตียน ดิออร์ ซึ่งผลประกอบ การดีมาก ราคาหุ้นเพิ่มจาก 5 ปีที่แล้วถึง 247% มิใช่แค่นี้ครับ กิจการแบรนด์เนมอย่างคาเทียร์ และโคลอี้ก็มีมูลค่าตลาดของหุ้นเพิ่มทะลุสถิติไปถึง 337% ทีเดียว ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่ากิจการเหล่านี้กำลังทำกำไรเหนือกิจการอื่นๆ อย่างมากมายมหาศาลทีเดียว

อย่างไรก็ตาม คนรวยหรูหราเหล่านี้ก็ไม่ใช่จะเจาะเข้าไปได้ง่ายๆ นะครับ เพราะยิ่งเขามีกำลังซื้อที่จะจ่าย ก็ยิ่งจะต้องจู้จี้ พยายามหาความคุ้มค่า แปลกใหม่เป็นเอกลักษณ์พิเศษ และต้องพรีเมี่ยมได้ใจจริงๆ จึงจะจับใจตลาดคนรวยคนหรูเหล่านี้ได้ ดังนั้นจึงไม่ทุกกิจการที่จะประสบความสำเร็จในการจับโอกาสในตลาดไฮโซฯดังกล่าว แต่ก็มิใช่ว่าจะหมดโอกาสในการตักตวงผลประโยชน์จากตลาดขยายตัวในยุคหรูหรานี้นะครับ เพราะถึงแม้ว่าจะไม่สามารถไปลงทุนตักตวงผลกำไรโดยตรงกับตลาดนี้ แต่ก็สามารถไปลงทุน กับกิจการที่จะได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของโลกแห่งความหรูหรานี้ โดยผ่านทางการซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ที่เพิ่งพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะนั่นคือ กองทุนและดัชนีของกองทุนที่เข้าไปซื้อหุ้นของกิจการไฮโซฯ เหล่านี้นี่เอง

ที่โดดเด่นเป็นที่กล่าวขวัญในขณะนี้ อาทิ ดัชนีกิจการหรูหราของโลก (The world luxury index) ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นมาโดยสถาบันการเงินของฝรั่งเศส และเยอรมนี ซึ่งดัชนีกิจการหรูหรานี้ จะเข้าไปผูกกับกิจการหรูหราที่โดดเด่นที่สุดของโลก 20 กิจการ ตั้งแต่แอร์เมสยันหลุยส์ วิตตองกันเลย เรียกว่าซื้อ 1 ได้ถึง 20 ทีเดียว ตามมาด้วยสถาบันการเงินชื่อก้องโลก เมอร์ริล ลินช์ที่นำเสนอ lifestyle index ซึ่งเกี่ยวพันกับหุ้นของกิจการหรูหราพรีเมี่ยมถึง 50 แห่ง และเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาบริษัทกองทุนรวมของอังกฤษ ก็เพิ่งนำเสนอกองทุนที่มุ่งเจาะกิจการไฮเอนด์ของโลกกว่า 60 แห่ง ซึ่งก็จะสร้างโอกาสให้กับนักลงทุน ในการได้ผลตอบแทนที่น่าดึงดูดใจ ดังที่กิจการชั้นสูงเหล่านี้ได้มาด้วยครับ

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ก็ยังมีอีกหลายแห่งที่กำลังนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับโลกหรูหรานี้ หลายๆ ท่านอาจจะกำลังสงสัยว่า แล้วเหตุใดประชาชนและนักลงทุนจึงต้องเกิดความสนใจกับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ที่เจาะโลกยุคหรูหราดังกล่าว ซึ่งเหตุผลก็เนื่องมาจากหากย้อนกลับไปดูผลประกอบการที่ผ่านมา 5 ปีของผลิตภัณฑ์ทางการเงินเหล่านี้ จะเห็นว่าโดดเด่นเข้าตา กรรมการมากๆ อัตราผลตอบแทนสูงทะลุเพดานเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ

เริ่มจาก The world luxury index ที่กล่าวเมื่อสักครู่ หากย้อนกลับไปดูผลประกอบการขณะนี้เปรียบเทียบกับ 5 ปีที่ผ่านมา ปรากฏว่าดัชนีนี้สร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนได้ถึง 207% ทีเดียว สูงกว่ากองทุนใดๆ ในโลกเสียอีกครับ หรือจะเป็น lifestyle index ของเมอร์ริล ลินช์ก็แสดงผลประกอบการมูลค่าพุ่งสูงขึ้นถึง 142% เรียกว่าทิ้งห่างดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ของการลงทุนแบบปกติไป ไม่เห็นฝุ่นทีเดียว

และเมื่อมีการแสดงให้เห็นถึงผลตอบแทนที่ยั่วใจกันขนาดนี้ ทั้งประชาชนทั่วไป และนักลงทุนจึงหันเหความสนใจไปทุ่มเทตักตวงผลประโยชน์ จากโลกแห่งความหรูหรานี้กันอย่างคึกคักครับ เรียกว่ามีดีมานด์ล้นซัพพลายกันทีเดียว เนื่องจากแต่ละคนก็ทราบดีถึงมาร์จิ้นของกิจการเหล่านี้ว่าสูงขนาดไหน

ยิ่งกิจการมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งมากขึ้นแล้ว ราคาที่ตั้งไว้ไม่เป็นอุปสรรคใดๆ ต่อลูกค้าเลยครับ ไม่ต้องขึ้นอยู่กับต้นทุนหรือการแข่งขันใดๆ ทั้งสิ้น ท่านผู้อ่านลองจิตนาการถึงกระเป๋าเดินทางใบละกว่าล้าน ซึ่งก็ยังมีการทำตลาดอย่างประสบความสำเร็จมาแล้ว ดังนั้นส่วนต่างกำไรจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สำหรับกิจการไฮโซฯประเภทนี้

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องการจะเข้าไปตักตวงผลประโยชน์จากโลกแห่งความหรูหรานี้ ก็ต้องอย่าละเลยความเสี่ยงนะครับ เนื่องจากไม่มีใครทราบว่าแนวโน้มนี้จะยังต่อเนื่องไปในระยะยาวหรือไม่ เพราะภาวะเศรษฐกิจ และการเมืองในปัจจุบันก็มีความผันแปรสูงมาก สิ่งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อทศวรรษที่แล้วอาจจะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคตก็เป็นไปได้ ดังนั้นภาพผลตอบแทนที่งดงามที่ผ่านมาอาจไม่การันตี ความสำเร็จของกิจการไฮเอนด์เหล่านี้ นักลงทุนจึงควรต้องเผื่อใจกับความเสี่ยงดังกล่าวเอาไว้ส่วนหนึ่งก่อนด้วย

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นในเรื่องของ "จังหวะเวลา" อีกด้วย ซึ่งหากนักลงทุนกระโจนเข้าไปในช่วงนี้ ก็อาจจะค่อนข้างสายไปเสียหน่อยครับ เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์ทางการเงินเหล่านี้ อาจจะพุ่งสูงขึ้นมากแล้ว ทำให้ไม่ได้รับผลตอบแทนอย่างที่คาดหวังไว้สวยหรูก็เป็นไปได้ เพราะโดยทั่วไปสิ่งที่เริ่มออกสู่ความสนใจของสาธารณชนแล้ว มักจะช้าไปเสมอ ไม่เหมือนกับที่คนวงในได้ผลตอบแทนงามๆ กันไปก่อนแล้ว แม้ว่าจะเห็นโอกาสในยุคแห่งความหรูหรานี้ ก็อย่าประมาทกันทีเดียวนะครับ

หน้า 50