|
||||||||||||||
|
กขช.
และปัญหาข้าวที่กำลังรอการแก้ปัญหา
In Step with AFET Futures : ดร.พีรพล ประเสริฐศรี กรุงเทพธุรกิจ วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2550 ผมขอเริ่มบทความในวันนี้ด้วยการขอแสดงความยินดีกับ ท่านศิริพล ยอดเมืองเจริญ อธิบดีกรมการค้าภายในคนปัจจุบัน ที่ได้รับการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็น ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ครับ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 50 นี้ ท่านศิริพล เป็นผู้ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการผลักดันให้มีการจัดตั้งตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าขึ้นมาในประเทศเรา และเป็นผู้ที่ช่วยผลักดันให้ภาครัฐเข้ามาใช้ประโยชน์จาก AFET โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการแก้ปัญหา เกี่ยวกับราคาสินค้าเกษตรในระยะยาว ช่วยลดงบประมาณแผ่นดินที่เสียไปมากมายกับนโยบายแทรกแซงราคาในอดีต โครงการจำหน่ายข้าวสารของรัฐบาลโดยอิงราคาจาก AFET (หลายท่านอาจเคยได้ยินชื่อนี้แล้ว ในขณะที่หลายท่านอาจยังไม่เคยได้ยินครับ) ก็เป็นหนึ่งในหลายๆ โครงการที่ท่านศิริพลผลักดันให้เกิดขึ้น โดยเริ่มเปิดประมูลตามวิธีการแบบใหม่นี้ครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. 50 ต่อเนื่องกันมาจนถึงในวันที่ 12 ก.ย. 50 (เมื่อวานนี้) นับเป็นการเปิดประมูลแบบใหม่เป็นครั้งที่ 4 แล้ว (รายละเอียดของโครงการจาก website ของ กรมการค้าภายใน www.dit.go.th องค์การคลังสินค้า www.pwo.co.th หรือ AFET www.afet.or.th ครับ) ปัญหาเรื่องข้าวนี้ นับว่าเป็นปัญหาระดับชาติครับ เพราะว่าข้าวนี้เกี่ยวข้องกับพี่น้องเกษตรกรคนไทยเป็นจำนวนมาก เกี่ยวข้องวัฒนธรรมไทยในหลายท้องถิ่น (เช่น วัฒนธรรมลงแขกเกี่ยวข้าว) ยังไม่นับรวมว่าคนไทยเรานี้กินข้าวเป็นอาหารหลัก ที่แล้วมาภาครัฐจัดให้มีคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งที่มีนายกรัฐมนตรี มีชื่อเรียกว่า "คณะกรรมการนโยบายข้าว หรือ กนข." และรัฐบาลท่านพลเอกสุรยุทธ์ เพิ่งเปลี่ยนชื่อคณะกรรมการดังกล่าวมาเป็น "คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือ กขช." ซึ่งยังคงมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มี รมว. กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงการคลัง เป็นรองประธาน มีปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นกรรมการและเลขานุการ มีอธิบดีกรมการค้าภายในและอธิบดีกรมการข้าว เป็นกรรมการและผู้ช่วยแลขานุการ อีกทั้งยังมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใน กนช. อีก 4 คณะ อันประกอบด้วย คณะอนุกรรมการด้านการผลิตมี รมว.เกษตรฯ เป็นประธาน ทำหน้าที่ดูแลเรื่องการผลิตข้าวทั้งระบบ คณะอนุกรรมการด้านการตลาดมี รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ทำหน้าที่ดูแลด้านการตลาดข้าวทั้งระบบซึ่งหมายรวมถึงโครงการแทรกแซงราคา คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ข้าวแห่งชาติมี รมว.พาณิชย์เป็นประธาน ทำหน้าที่ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ข้าวแห่งชาติที่ได้มีการจัดทำขึ้นก่อนหน้านี้ให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดมีผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัดเป็นประธาน ทำหน้าที่วางแผนและแก้ปัญหาในระดับพื้นที่ นอกจากนี้ท่านนายกฯ สุรยุทธ์ ยังมีนโยบายที่ให้เอาเกษตรกรเป็นที่ตั้ง ว่าทำอย่างไร ให้เกษตรกรผลิตข้าวแล้วจะไม่ขาดทุน เกษตรกรมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีการใช้ทรัพยากร ธรรมชาติทั้งเรื่องการชลประทาน หรือเรื่องที่ดินให้เป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น (ดูรายละเอียดใน "กขช. เห็นชอบยุทธศาสตร์ข้าวแห่งชาติ เน้นช่วยเหลือเกษตรกรเป็นหลัก" www.thaigov.go.th ) นับเป็นนิมิตหมายที่ดีของวงการข้าวไทยที่จะมีโครงสร้างการกำหนดนโยบายและการดำเนินงานที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ถือเป็นผลงานด้านสินค้าข้าวของรัฐบาลชุดนี้ ต่อเนื่องมาจากนโยบายของท่านเกริกไกร จีระแพทย์ รมว.พาณิชย์ เกี่ยวกับการกำหนดราคาจำนำที่สมเหตุผลใกล้เคียงกับราคาตลาด ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ทำให้ปัจจุบันกลไกตลาดของข้าวเริ่มทำงานได้ (ดูรายละเอียดใน "เกริกไกรปลื้มปรับนโยบายจำนำได้ผลข้าวราคาพุ่ง-รัฐ ไม่ต้องแบกภาระสต็อก" ผู้จัดการรายวัน วันที่ 30 ม.ค. 50) อย่างไรก็ดี ก็ยังมีปัญหารอให้รัฐบาล หรือ กขช. แก้ไขอยู่อีกมาก เช่น ปัญหาเฉพาะหน้าอันได้แก่ ปัญหาสต็อกข้าว ที่ยังเหลืออยู่เป็นจำนวนมากอยู่ในโกดังภาครัฐ (ที่เกิดจากการดำเนินนโยบายการกำหนดราคาจำนำ ที่สูงกว่าราคาตลาดของรัฐบาลชุดก่อน) เป็นต้นเหตุของข่าวคาวอื้อฉาวที่เกี่ยวกับการขโมยข้าว จากโกดังองค์การคลังสินค้าในพื้นที่หลายจังหวัด รวมไปถึงปัญหาการไม่ยอมมารับมอบข้าวและการไม่ปฏิบัติตามสัญญาของ บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด (บริษัทที่ถูกกล่าวหาว่ามีสายสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลชุดก่อน) จนทำให้กระทรวงพาณิชย์ต้องนำข้าวดังกล่าวมาขายทอดตลาด และเป็นที่แน่นอนแล้วว่า เงินค้ำประกันที่ บ.เพรซิเดนท์ วางไว้เพียง 5% จะเพียงพอในการชดเชยความเสียหาย (คาดว่าน่าจะขาดอยู่เป็นหลักพันล้านครับ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเงินค้ำประกันเพียง 5% เป็นจำนวนที่น้อยเกินไป) ก็มีปัญหาที่ต้องรอคำตอบครับว่าหาก บ.เพรซิเดนท์ ไม่ยอมจ่ายเงินค่าเสียหายดังกล่าวแล้วกระทรวงพาณิชย์ จะดำเนินการต่อไปอย่างไร อีกทั้งการดำเนินนโยบายโครงการรับจำนำสำหรับข้าวในฤดูใหม่นี้จะดำเนินการกันอย่างไร ก็คงต้องจับตาดูกันต่อไปครับว่า ท่านศิริพล ยอดเมืองเจริญ ว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการ กขช. ผู้ที่ว่ากันว่ามีความรู้เรื่องข้าวมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศ ถึงขนาดที่ ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตผู้แทนการค้าไทย และ อดีตประธานบอร์ด อคส. กล่าวว่า "ถ้าปลัดคนนี้แก้ไม่ได้ ก็ไม่มีปลัดคนไหนที่แก้ได้" (กรุงเทพธุรกิจ, 10 ก.ย. 50) จะรับมือกับปัญหาระดับชาติที่ถูกหมักหมมมาเป็นเวลานานแล้วนี้ได้อย่างไร
|