|
||||||||||||||
|
ทำไมชนชั้นกลางและชนชั้นนำ
จะไม่เลือกพลังประชาชน
คอลัมน์ ดุลยภาพ ดุลยพินิจ โดย ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์ สถาบันวิจัยสังคมและเศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มติชนรายวัน วันที่ 05 กันยายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10770 การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 (สมมุติว่าจะมีเลือกตั้งในวันนี้) ผู้เขียนคิดว่าการเสนอประเด็นทางนโยบาย เพื่อดึงดูดคะแนนเสียงจะไม่สำคัญเท่ากับเหตุผลอื่น การตัดสินใจของผู้ออกเสียงว่าจะเลือกขั้วว่าอยากให้ฝ่ายใดไปเป็นรัฐบาล และใครควรเป็นฝ่ายค้าน มีความเป็นไปได้สูงและขอตั้งเป็นสมมติฐานว่า พรรคพลังประชาชนหรือจะเรียกว่าพรรคนอมินีทักษิณ จะเป็นขั้วหนึ่ง เป็นขั้วเดียว อีกขั้วหนึ่งจะประกอบไปด้วยพรรคที่ คมช.ภาวนาและจะใช้กำลังทั้งภายนอกและภายในสุดสุดให้เป็นรัฐบาลจะประกอบไปด้วย พรรคประชาธิปัตย์ ชาติไทย มหาชน พรรคที่ส่งเข้าประกวดโดย เสนาะ เทียนทอง, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, ประดิษฐ์ ภัทระประสิทธิ์, อเนก เหล่าธรรมทัศน์, พิจิตต รัตตกุล, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ฯลฯ สำหรับผู้ออกเสียง มีเหตุผลอะไรในทางเศรษฐศาสตร์ซึ่งเน้นผลตอบแทนหรือแรงจูงใจ ในการตัดสินใจเลือกกิจกรรมหนึ่งแทนกิจกรรมหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องของอุดมการณ์ อาจมีคนตั้งคำถามว่า ไม่คิดว่าทักษิณ ซึ่งพร้อมจะใช้เงินไม่อั้น เปลี่ยนใจให้ใครในพรรคเหล่านั้นมาร่วมกับ พปช. ถ้าคะแนนยังไม่ถึงครึ่ง เรื่องนี้มีความเป็นไปได้เช่นกัน โดยเฉพาะในวงการเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร สมมติฐานอาจจะถูกหรือไม่ถูกก็ได้ การใช้เงินกันเต็มสูบ สำหรับการเลือกตั้งคราวนี้ สำหรับทุกพรรค น่าจะเป็นสมมติฐานที่รับได้และถ้ามองจาก Stake ที่สูงสำหรับคุณทักษิณและครอบครัว คุณทักษิณน่าจะยอมจ่ายไม่อั้น แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ บอกว่าเงินเจ็ดหมื่นล้านที่คุณทักษิณได้มาจากการขายหุ้นกลุ่มชินคอร์ปให้กลุ่มเทมาเส็กนั้น เป็นเพียงเงินส่วนน้อย เชื่อกันว่าเงินของคุณทักษิณที่อยู่ต่างประเทศและในประเทศรวมกันมีถึงสามแสนล้านบาท เงินจำนวนมาก คุณทักษิณได้มาจากประเทศจีนผ่านนักธุรกิจจีนชื่อดังที่รู้จักกันดี เงินที่เข้ามาประเทศไทยและได้เข้ามาแล้ว เข้ามาในนามของต่างชาติ เข้ามาซื้อหุ้นและจะนำมาหมุนเวียนใช้จ่ายในการเลือกตั้ง เนื่องจากเงินในการซื้อเสียงอาจมีบทบาทสำคัญมากในชนบท ผู้เขียนไม่ประสงค์ที่จะทำนายว่าใครจะเป็นรัฐบาล สิ่งที่ผู้เขียนคิดว่าน่าสนใจกว่าคือ คนชั้นกลางของประเทศไทย ที่อยู่ในตัวเมือง ภูมิภาคต่างๆ และในกรุงเทพฯ รวมทั้งชนชั้นนำซึ่งรวมทั้งนักธุรกิจ เจ้าของกิจการ นักบริหาร ชนชั้นปกครอง ข้าราชการชั้นสูง ปัญญาชน ว่าคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ชอบที่จะเลือกข้างใดเป็นส่วนใหญ่ เพราะเหตุใด คนกลุ่มข้างต้นนี้จะอยู่ในกลุ่มที่ทั้งโหวตรับ ไม่รับและไม่มาใช้สิทธิ ในการออกเสียงลงประชามติรับ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ข้อมูลจากการลงประชามติจึงไม่สามารถจะนำมาบ่งชี้ว่าคนกลุ่มนี้ (อาจรวมทั้งครัวเรือนก็ได้) ควรจะเลือกข้างฝ่ายใด ผู้เขียนอยากจะขอฟันธงว่า คนกลุ่มนี้ไม่ทราบว่ามีกี่ล้านคนในประเทศไทย จะเป็นกลุ่มที่ไม่เลือกพรรคนอมินีของทักษิณหรือ พปช. ไม่ใช่เป็นเพราะอุดมการณ์แต่เป็นเหตุผลทางเศรษฐกิจหรือคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก สมมติฐานคือ ผู้ออกเสียงกลุ่มนี้เป็นคนมีเหตุมีผล มีข้อมูล แสวงหาอรรถประโยชน์สูงสุด เขาเหล่านี้เชื่อว่า ถ้า พปช.เป็นรัฐบาลจะไม่สามารถบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความสงบสุขและจะเป็นบ่อเกิดแห่งความขัดแย้ง ความไม่มีเสถียรภาพ ซึ่งจะมากระทบกับตัวเขา เขาเชื่อว่าถ้าคุณสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี คุณสมัครจะไม่ได้รับความเชื่อถือทั้งในและต่างประเทศ เขาคิดว่าคุณสมัคร จะเป็นตัวตลกและเป็นที่มาของความวุ่นวาย จลาจล เศรษฐกิจจะมีแต่ทรุด คนรุ่น 6 ตุลา จะเล่าถึงประวัติศาสตร์ของเขา คนชั้นกลางและชนชั้นนำกลุ่มนี้ อาจไม่รังเกียจนโยบายประชานิยมของคุณทักษิณ ตราบใดที่นโยบายดังกล่าว ยังไม่ได้ฉุดให้เศรษฐกิจไทยดิ่งลงเหวและเป็นวิกฤต บางครั้งความกลัวนี้อาจจะกลัวจนเกินเหตุ เช่น มองไกลไปถึงและตีความว่าพรรคนอมินีของคุณทักษิณ คือพรรคของคนจน ถ้าพรรคคนจนชนะ คนจนจะเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง ปฏิรูปประเทศไทยอย่างถอนรากถอนโคน การกระจายรายได้และทรัพย์สิน โดยดึงจากชนชั้นกลาง คนรวย จะเกิดขึ้นในประเทศไทย รวมไปจนถึงการปลุกปั้นความเป็นชาตินิยม ถอนตัวจากกระบวนการโลกานุวัตน์ เป็นต้น แน่นอนว่าสำหรับบางส่วนของคนกลุ่มนี้ ยังรับไม่ได้กับคุณทักษิณที่มีความผิด ขาดศีลธรรมและธรรมาภิบาล ถือว่าถ้าเลือกพรรคนี้ก็เหมือนชุบชีวิตคุณทักษิณ ปลดเปลื้องความผิดให้คุณทักษิณ สาเหตุที่สำคัญส่วนหนึ่งที่นโยบายจะไม่ใช่จุดขายโดยเฉพาะของพรรคพลังประชาชน ก็เพราะนโยบายสำคัญๆ เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค, กองทุนหมู่บ้าน, คนชั้นกลางไม่ได้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้เท่ากับคนจน สิ่งที่ไทยรักไทยเคยเสนอและทำได้ พรรคอื่นๆ ก็เลียนแบบได้ไม่ยาก แม้กระทั่งคนจนจำนวนมากพบว่า นอกจากเป็นหนี้ได้สินเชื่อ ชีวิตไม่ได้ดีขึ้น คนชั้นกลางที่เคยชอบทักษิณ โดยเฉพาะในการเลือกตั้งครั้งแรก เพราะคิดว่าคุณทักษิณ จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นได้ ซึ่งก็เป็นจริง แม้ว่าตลอดรัฐบาลทักษิณห้าปี เศรษฐกิจไทยไม่ได้เจริญเติบโตในอัตราที่สูงกว่าอดีตแต่อย่างใด นอกจากนี้ที่สำคัญก็คือ รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 รวมทั้งกฎหมายลูก ได้กำหนดบทบาทของรัฐในด้านสวัสดิการไว้กว้างขึ้น ขณะเดียวกันก็จำกัดการใช้อำนาจทางการคลังให้อยู่ในวินัย การสัญญานโยบายประชานิยมแบบติดสินบนประชาชนในการเลือกตั้งจะทำไม่ได้ง่ายเหมือนอดีต กลยุทธ์ของพรรคขั้วตรงข้าม เช่น ประชาธิปัตย์ จึงไม่น่าจะมีอะไรมากไปกว่า การลุยถิ่นชนบทของไทยรักไทยเดิมให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ โดยเสนออะไรที่จะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นอย่างยั่งยืน ไม่เป็นหนี้ ขณะเดียวกัน ก็เข้าถึงหัวใจความต้องการของชนชั้นกลาง และชนชั้นนำในเขตเมือง การเน้นผู้สมัครของพรรคที่เป็นนักการเมืองน้ำดี มีประวัติใสสะอาด การชูความแตกต่างในบุคลิกผู้นำยุคใหม่ของคุณอภิสิทธิ์ ที่พร้อมทั้งทางด้านคุณธรรมและความสามารถ โดยเฉพาะที่ต่างกับคุณทักษิณ คือการทำการเมืองให้ใสสะอาด ปลอดคอร์รัปชั่น และที่สำคัญต้องสามารถลบภาพพจน์เดิมที่คนเชื่อกันว่าคนของประชาธิปัตย์ทำอะไรไม่เป็น การเลือกผู้สมัครที่มีประวัติการบริหารดีจากภาคธุรกิจ จะมีความสำคัญในส่วนนี้ ถ้าสื่อให้ความสำคัญกับคุณภาพนักการเมืองไม่น้อยไปกว่าเรื่องนโยบาย และความสำคัญในการบริหาร สื่อจะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในการเลือกข้างเช่นกัน หน้า 6
|