หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
การเปลี่ยนแปลงของราคาตราสารหนี้ไทย

คอลัมน์ คลื่นความคิด  ผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงินและบริหารเงินสำรอง ธปท.  มติชนรายวัน  วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10700

ท่านที่ติดตามราคาของตราสารหนี้ไทยในช่วงที่ผ่านมาก็จะทราบว่า ราคาเปลี่ยนแปลงค่อนข้างหวือหวาทั้งขาขึ้นและขาลง ถ้าดูจากการเปลี่ยนแปลงของค่าของดัชนีอ้างอิงพันธบัตรรัฐบาลที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยจัดทำขึ้นก็จะเห็นว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2550 ราคาของพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้อัตราผลตอบแทนโดยรวม ของการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลในช่วงเวลาดังกล่าวสูงถึงประมาณร้อยละ 10

แต่นับตั้งแต่ 23 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการนโยบายการเงินประชุมกันครั้งหลังสุด จนถึงวันที่ 15 มิถุนายน ราคากลับปรับตัวลดลงค่อนข้างมากอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะราคาของพันธบัตรระยะกลางถึงระยะยาว

เท่าที่เข้าใจ สาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาพันธบัตรปรับลดลงดังกล่าว น่าจะมาจาก 2 เรื่อง

คือ (1) นักลงทุนตีความจากรายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินแล้วเชื่อว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ร้อยละ 3.5 จะไม่ปรับลดลงอีกในการประชุมครั้งต่อๆ ไป และจากความเชื่อนี้จึงคิดว่า ราคาที่เป็นอยู่ในขณะนั้นสูงเกินไป จึงลดการลงทุนลง (2) ราคาของพันธบัตรสหรัฐอเมริกา ปรับตัวลดลงมากในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน ก็ทำให้คิดว่าราคาพันธบัตรไทยควรลดลงด้วย

ความเชื่อในเรื่องที่ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะไม่ลดลงอีกแล้ว ก็เป็นเรื่องที่ต้องรอพิสูจน์กันอีกระยะหนึ่ง ดังนั้นการประกาศผลการประชุมในครั้งต่อๆ ไป จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม เพราะจะส่งผลต่อราคาตราสารหนี้ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะถ้าไม่เป็นไปตามความเชื่อของนักลงทุน

ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐที่ประกาศเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ต่ำกว่าระดับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ นอกจากจะมีผลให้ราคาของพันธบัตรสหรัฐเพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้ราคาพันธบัตรไทยที่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า กลับปรับลดลงได้ไม่น้อย

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นว่า นอกเหนือจากสภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริง จะมีผลกระทบต่อราคาของสินทรัพย์แล้ว ความเชื่อ ความรู้สึกของนักลงทุนก็มีผลต่อราคาไม่น้อย และความเชื่อของคนกลุ่มหนึ่งก็มีผลต่อแนวคิดหรือความเชื่อของกลุ่มอื่น

นอกจากนั้น ราคาของสินทรัพย์ทางการเงินของตลาดในประเทศต่างๆ มีความเชื่อมโยงกันและการสื่อสารที่รวดเร็วขึ้น ก็ทำให้การเปลี่ยนแปลงของราคาของสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงกันรวดเร็วมากขึ้น ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องที่ทำให้นักลงทุนไทย จะต้องติดตามความเคลื่อนไหวของปัจจัยทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถประเมินผลกระทบได้ครบถ้วน และสามารถตัดสินใจด้านการลงทุนได้อย่างถูกต้อง

หน้า 20