หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ตั้ง "โซลลิค" ประธานใหม่เวิลด์แบงก์

กรุงเทพธุรกิจ   วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2550

บอร์ดเวิลด์แบงก์ลงมติเอกฉันท์แต่งตั้ง "โรเบิร์ต โซลลิค"อดีตผู้แทนการค้าสหรัฐ เป็นประธานธนาคารโลกคนใหม่ หลังวูลโฟวิทซ์ ตัดสินใจลาออกจากกรณีอื้อฉาวการเลื่อนขั้นกับเงินเดือนให้เพื่อนหญิง โดยมีกำหนดรับตำแหน่ง 1 กรกฎาคม นี้ ระบุ งานแรกต้องเร่งประสานรอยร้าวความขัดแย้งในองค์กร สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานวานนี้ (26 มิ.ย.)ว่า บอร์ดธนาคารโลก หรือ เวิลด์แบงก์ มีมติเป็นเอกฉันท์ แต่งตั้งนายโรเบิร์ต โซลลิค ซึ่งอดีตเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศ และผู้แทนการค้าสหรัฐ เป็นประธานคนใหม่แทนที่ นายพอล วูลโฟวิทซ์ ซึ่งตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง จากกรณีอื้อฉาวของการเลื่อนขั้น และเงินเดือนให้กับเพื่อนหญิงของเขา

นายโซลลิค ซึ่งเป็นเพียงผู้สมัครเพียงรายเดียวกล่าวว่า เขาจะร่วมงานกับนายวูลโฟวิทซ์ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม

"โซลลิคจะนำความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง, คุณสมบัติด้านการบริหาร, ประวัติการทำงานที่ดีในด้านกิจการระหว่างประเทศ และแรงผลักดันที่จำเป็นต้องใช้ในการส่งเสริมความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพของธนาคาร มาพร้อมกับตำแหน่งประธานธนาคารโลก" หนึ่งในคณะกรรมการธนาคารโลกระบุ

ทั้งนี้นายโซลลิคในวัย 53 ปีกล่าวไว้ว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกสำหรับเขา คือการประสานรอยร้าวระหว่างฝ่ายบริหารกับพนักงาน ซึ่งมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งเรื่องนายวูลโฟวิทซ์ โดยตำแหน่งประธานธนาคารโลกของนายวูลโฟวิทซ์ มีชื่อเสียงด่างพร้อยตั้งแต่ในช่วงเริ่มต้นเนื่องจากเขามีส่วนในการวางแผนทำสงครามอิรัก

ประธานธนาคารโลกคนใหม่ระบุ ในแถลงการณ์ว่า ตำแหน่งนี้ถือเป็นความรับผิดชอบ และได้รับเกียรติเป็นพิเศษ และเขาพร้อมที่จะทำงานนี้ โดยนายโซลลิคนับเป็นนักเจรจาต่อรองที่แข็งกร้าว และมีชื่อเสียงว่าเป็นคนที่เรียกร้องสูงมาก เขาจะมุ่งความสนใจไปที่กลุ่มประเทศยากจนที่สุดในทวีปแอฟริกา และต้องการจะกำหนดบทบาทของธนาคารโลก ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ในกลุ่มประเทศเกิดใหม่อย่างจีน, อินเดีย และบราซิล

เพราะแม้ว่าเศรษฐกิจของประเทศกลุ่มนี้เติบโตเร็ว แต่ยังคงมีระดับความยากจนสูง

นอกจากนี้นายโซลลิคจะปรับสถานะของธนาคารโลก ในการจัดการกับปัญหาใหม่ๆ ในระดับโลกด้วย ซึ่งรวมถึงความกังวลมากขึ้น เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และผลกระทบของปัญหานี้ที่มีต่อประเทศกำลังพัฒนา

"เมื่อผมเริ่มทำงานที่ธนาคารโลก ผมต้องการจะพบปะกับคนที่ผลักดันนโยบายขจัดความยากจนในทุกภูมิภาค โดยมุ่งความสนใจเป็นพิเศษไปที่แอฟริกา รวมทั้งคนที่ผลักดันนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม, การลงทุนในเศรษฐกิจที่เติบโต และการส่งเสริมความหวัง, โอกาส และศักดิ์ศรี" นายโซลลิค กล่าว

ทั้งนี้วาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปีของนายโซลลิคเริ่มต้นกลางปีนี้ ขณะที่ธนาคารโลกอยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองนาน 1 ปีกับกลุ่มผู้บริจาคเงินเพื่อขอระดมทุนมาใช้ในโครงการต่างๆ ในกลุ่มประเทศลูกหนี้ที่ยากจนที่สุด โดยการเจรจานี้จะกำหนดแนวทางการปล่อยกู้ของธนาคารโลกในช่วงเวลา 3 ปี ซึ่งเริ่มต้นในช่วงกลางปี 2552

ด้านรัฐบาลสหรัฐแสดงความพอใจกับมติของบอร์ดธนาคารโลกในการแต่งตั้งนายโซลลิค และระบุว่านายโซลลิค มุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการปฏิบัติภารกิจของธนาคารโลก ในเรื่องการลดความยากจนในระดับโลก ในช่วงเวลาไม่กี่เดือนที่นายโซลลิคเข้ามาทำงานในธนาคารโลก จุดสนใจของหลายฝ่าย จะมุ่งไปที่แนวทางการบริหาร ของนายโซลลิค และความแตกต่าง ระหว่างแนวทางการบริหารของเขากับของนายวูลโฟวิทซ์

ก่อนหน้านี้นายวูลโฟวิทซ์ชูนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชันขึ้นมาเป็นนโยบายเด่น ซึ่งเรื่องนี้นายโซลลิค ยังไม่ได้กล่าวว่าเขาจะสานต่อนโยบายนี้หรือไม่ หรือเขาจะเปลี่ยนแปลงแนวทางที่ธนาคารโลก ใช้ในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันในประเทศ ที่เป็นลูกหนี้ของธนาคาร แต่เขาคิดว่าประเด็นการคอร์รัปชันเป็นประเด็นสำคัญสำหรับความน่าเชื่อถือของธนาคารโลก แต่สิ่งที่สำคัญรวมถึงประสิทธิภาพของโครงการของธนาคารโลกด้วย

ประวัติของนายโซลลิค มีประสบการณ์การทำงานเคยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาสูงสุดด้านนโยบายต่างประเทศ ให้กับนายจอร์จ บุช ประธานาธิบดีสหรัฐ ในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2543 และเขาเคยศึกษาให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในยุโรป, เอเชีย และละตินอเมริกาด้วย