หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
Celebpreneur...อีกเทรนด์ล่าแห่งวงการธุรกิจ

มองมุมใหม่ : ผศ.ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค  กรุงเทพธุรกิจ   วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2550

"เซเลบ" ที่บ้านเราชอบเรียกกัน ย่อมาจากคำว่า Celebrity หรือบุคคลผู้มีชื่อเสียงดังสนั่นในวงสังคมนั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันคนกลุ่มนี้ ทวีความสำคัญ และมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่การเป็นไอดอลของคนรุ่นใหม่กลุ่มต่างๆ รวมถึงเข้ามาสู่วงการบันเทิงตักตวงเพิ่มเติมทั้งในแง่ของชื่อเสียง และเงินทองที่ไหลมาเทมาไม่ขาดสายครับ

แต่ในวันนี้ มีอีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรง ทั้งในต่างประเทศและในบ้านเราด้วยเช่นกัน นั่นคือ การที่เหล่า เซเลบ คนดังทยอยกันเข้ามาสู่วงการธุรกิจมากขึ้น ริเริ่มจัดตั้งหน่วยธุรกิจมากมายหลายอย่าง จนกลายเป็น "Celebpreneur" และกระทั่งเจริญเติบโตรุดหน้ากันไปอย่างไม่หยุดยั้งทีเดียว

เนื่องจากการที่เซเลบเข้ามาตั้งกิจการเองนี้ มีข้อดีทับซ้อนหลายประการครับ เริ่มแต่ การที่สามารถนำชื่อเสียงของตน เข้ามาเป็นฐานแบ็คอัพในการทำธุรกิจของตนเป็นอย่างดี ทั้งชื่อเสียง ฐานลูกค้าแฟนคลับเดิม ล้วนแล้วแต่สามารถกลายเป็นลูกค้าที่ภักดี และยินยอมจ่ายให้กับไอดอลของตนได้ทั้งสิ้น

อีกทั้งการเหล่าคนดังมาพัฒนาธุรกิจขึ้นมาเอง ยังทำให้เกิด การประหยัดต้นทุนในการโปรโมทกิจการอย่างมากอีกด้วย เพราะไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชน หรือกระแสสังคมต่างให้ความสนใจกับคนมีชื่อเสียงมากกว่าคนเดินดินกินข้าวแกงอยู่แล้วครับ ขยับตัวทำอะไรนิดหน่อยก็เป็นข่าวไปหมด ช่วยประหยัดค่าประชาสัมพันธ์ไปได้มากทีเดียว

นอกจากนี้ กลยุทธ์ทางการตลาดที่นิยมใช้กันในปัจจุบันก็คือ การใช้ "แบรนด์แอมบาสซาเดอร์" เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกิจการ ซึ่งก็เหมาะเจาะคล้องจองครับ เนื่องจากเจ้าของกิจการเหล่านี้ ก็สามารถเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ด้วยตนเองเลย สื่อสารกับคนภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นกลไกการตลาดที่ได้ผลอีกประการหนึ่ง

โดยตัวอย่างของเซเลบคนดังๆ ของโลก ที่จะยกมาให้ดูกัน ก็จะคัดเลือกที่ทุกท่านคุ้นหูคุ้นตา และธุรกิจของเขา ประสบความสำเร็จอย่างมากมายนะครับ

เริ่มจาก แดนนี เดอวีโต ดารานักแสดงตลกชื่อดัง ที่ชื่อเสียงเปลี่ยนเป็นความสำเร็จของกิจการได้อย่างน่าทึ่ง โดยได้จัดตั้งร้านอาหารอิตาเลียนระดับหรูในนามของ เดอวีโต เซาท์บีช อยู่ที่หาดไมอามี ซึ่งประสบความสำเร็จมาก

และที่น่าสนใจคือกรณี "การแปลงชื่อเสียงเป็นทรัพย์" อย่างชัดเจน โดยที่เดอวีโตมีภาพลักษณ์ทางลบ ติดตาติดใจ อเมริกันชนอย่างมาก จากภาพยนตร์เรื่อง The View ซึ่งภาพของเขาเสมือนเป็นนักดื่มตัวยงนิยมชมชอบสุราอย่างมาก จึงนำมาเป็นโอกาสทางธุรกิจโดยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์รสเลมอน ในชื่อของตนเสียเลย และก็ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามครับ

ถัดมา คือ โอปรา วินฟรีย์ พิธีกรสาวผิวหมึกที่ติดโผผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก ที่มาจากวงการบันเทิง ซึ่งโอปราได้ก้าวขึ้นมาจากการเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาลของอเมริกานั่นคือ โอปรา พรามไทม์ และก็ได้ใช้ชื่อเสียงของตนเองในการจัดตั้งธุรกิจ ในชื่อของบริษัท ฮาโป เอ็นเตอร์เทนเมนต์ กรุ้ป

ต่อจากนั้น ก็ได้ออกแมกกาซีนเป็นของตนเองในนามว่า ดิ โอปรา แมกกาซีน ติดตามมาด้วยทั้ง รายการวิทยุ และธุรกิจผลิตภาพยนตร์ และล่าสุด ได้ตั้งกิจการนำเสนอบริการด้านเคเบิลเน็ตเวิร์ค สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ที่ชื่อว่า ออกซิเจน ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงเช่นกัน และทำให้ชื่อของโอปรา กลายเป็นแบรนด์เนมที่ทรงอิทธิพลแบรนด์หนึ่ง ในอเมริกาทีเดียวครับ

นอกจากแค่ดารานักแสดงแล้ว นักกีฬาอย่าง เมจิค จอห์นสัน ก็กลายเป็น Celebpreneur ได้อย่างเต็มภาคภูมิเช่นกันครับ แต่เซเลบท่านนี้ เน้นกิจการเพื่อสังคมและชุมชนมากกว่าเพื่อนอย่างเห็นได้ชัด โดยได้จัดตั้งกิจการ จอห์นสัน ดีเวลลอปเมนต์ ขึ้น เพื่อดำเนินธุรกิจในชุมชนที่เป็นแหล่งคนจน ทั้งกิจการบันเทิง ค้าปลีก และร้านอาหาร ซึ่งปัจจุบันก็ได้ขยายไปถึง 65 เมืองแล้วครับ

โดยปัจจัยแห่งความสำเร็จประการสำคัญของจอห์นสันก็คือ การมีพันธมิตรธุรกิจรายหลักๆ อาทิเช่น สตาร์บัคส์ ทีจีไอฟรายเดย์ ซึ่งช่วยในการพัฒนากิจการด้วย นอกจากนี้ จอห์นสันยังมีธุรกิจสปอร์ตคลับ เอเย่นต์การท่องเที่ยว และบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อีกหลายแห่งครับ

เหล่า Celebpreneur ที่น่าสนใจเพิ่มเติมอีกคือ เจนนิเฟอร์ โลเปซ ที่มาพร้อมกับสิ่งที่เธอถนัด และภาพลักษณ์ที่สอดคล้อง นั่นคือ ธุรกิจที่เกี่ยวกับความสวยงามนั่นเอง ซึ่งเจนนิเฟอร์ได้ร่วมมือกับแฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดัง จัดตั้งกิจการ Sweetface Fashion ขึ้นมา และได้ขยายจนมีแฟชั่นรีเทลทั่วประเทศแล้วขณะนี้ รวมถึงขยายเป็นบริษัทข้ามชาติ โดยมีสาขาทั้งในอเมริกากลาง รัสเซียอีกด้วย ซึ่งในร้านนี้ มีสินค้าเกี่ยวกับแฟชั่นครบทุกไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า น้ำหอม แว่นตา เครื่องประดับ นาฬิกา และรองเท้า

มาดอนนา ควีนออฟป๊อปของโลก ก็นำชื่อเสียงของตนมาพัฒนาเป็นธุรกิจเช่นกัน โดยร่วมมือกับบริษัท H&M ผลิตคอลเลคชั่นใหม่ ที่มีชื่อว่า M by Madonna มีจำหน่ายใน 26 ประเทศ โดยมาดอนนา รับผิดชอบทั้งการออกแบบ เลือกพรีเซ็นเตอร์ คิดคอนเซปต์ของการส่งเสริมการตลาด โดยวางตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ ว่าเป็น "Casual but naughty, sensible but sexy" นั่นคือ เรียบง่าย ถูกกาลเทศะแต่ดูซุกซนและเซ็กซี่ครับ

คล้ายคลึงกันกับ เคท มอส นางแบบระดับโลก ก็รับหน้าที่เป็นดีไซเนอร์ให้กับกิจการแฟชั่นชื่อดังแห่งเกาะอังกฤษ ท็อปช็อป ซึ่งก็กลายเป็นคอลเลคชั่นที่ฮอตฮิตทันที ซึ่งมอสเองก็มิใช่แค่ออกแบบแล้วครับ ยังควบคุมเรื่องคุณภาพของการตัดเย็บอีกด้วย

หรือผู้กำกับการแสดงชื่อดัง อย่าง ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา ก็จัดตั้งกิจการมากมายหลายอย่าง หนึ่งในนั้นแน่นอนว่า เกี่ยวกับทางด้านภาพยนตร์ โดยมีสตูดิโอเป็นของตัวเองด้วย ซึ่งก็สำเร็จได้ด้วยดีครับ

ที่กล่าวมาคือ ความสำเร็จอย่างล้นหลามของชาวเซเลบครับ ยังมีอีกมากมายหลายท่านที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า เนื่องจากการขาดทักษะทางธุรกิจและการจัดการต่างๆ ซึ่งเหล่าเซเลบส่วนใหญ่ยังไม่มีแนวคิดด้านการแข่งขันทางธุรกิจมากนัก อาจนำกิจการสู่หายนะได้ ดังนั้น การร่วมมือกับพันธมิตรในช่วงต้น เพื่อพัฒนากิจการและลับคมด้านธุรกิจของตนก่อน หรือการทำกิจการที่ตนเองมีความถนัดและเชี่ยวชาญเฉพาะจริงๆ น่าเป็นการลดความเสี่ยงของตนในอนาคต ซึ่งหากประสบความสำเร็จก็น่าจะเป็นเลือดใหม่ทางธุรกิจที่มีคุณค่าต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาวครับ