หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ลำดับเหตุการณ์การเพิ่มทุนธนาคารทหารไทย

มติชนรายวัน  วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10698

ตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ธนาคารทหารไทยมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) รวมกันกว่า 7-8 หมื่นล้านบาท ทำให้นายทนง พิทยะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยในขณะนั้น ต้องนำธนาคารเข้ารับความช่วยเหลือ เพิ่มเงินกองทุนขั้นที่ 1 ตามโครงการ "14 สิงหาฯ" เมื่อปี 2542 กระทรวงการคลังใส่เงินเข้าไปอุ้มทหารไทยครั้งแรกเกือบ 2 หมื่นล้านบาท แลกกับการได้หุ้นบุริมสิทธิ 1,991.9 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 10 บาท/หุ้น ซึ่งสิทธิที่กระทรวงการคลังจะได้ จากการถือหุ้นบุริมสิทธิ จะเหนือหุ้นสามัญ ทั้งกรณีการจ่ายปันผล และกรณีที่เกิดเหตุใดขึ้นกับธนาคาร กระทรวงการคลังก็จะได้รับส่วนแบ่งก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ

ต่อมาปลายปี 2546 แบงก์ทหารไทยเพิ่มทุนอีก 2.2 หมื่นล้านบาท กระทรวงการคลังใส่เงินเข้าไปทั้งสิ้น 1.09 หมื่นล้านบาท และระหว่างนี้ทางการเองก็พยายามที่จะหาพันธมิตรให้แบงก์ทหารไทย โดยปี 2546 ได้เจรจากับออสเตรเลีย แอนด์ นิวซีแลนด์ แบงกิ้ง กรุ๊ป (ANZ) ซึ่งการเจรจาดำเนินไปถึงขั้น ANZ เข้ามาทำดิวดิลิเจนต์จนเรียบร้อย พร้อมยื่นข้อเสนอคือ แบงก์ทหารไทยต้องล้างขาดทุนสะสมที่มีกว่า 7 หมื่นล้านบาทให้หมดก่อนแล้วจึงจะใส่เงินเข้ามา ซึ่งกระทรวงการคลังไม่สามารถยอมรับเงื่อนไขได้ ทำให้ต้องนำหุ้นบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ไปจำนำไว้กับธนาคารออมสิน เพื่อนำเงินมาซื้อหุ้นเพิ่มทุนแทน

ปี 2547 กระทรวงการคลังตัดสินใจให้แบงก์ทหารไทยควบรวมกับดีบีเอสไทยทนุ และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (IFCT) ด้วยสัดส่วนการแลกหุ้นแบงก์ทหารไทย 0.9 หุ้น แลกดีบีเอส ไทยทนุ 1 หุ้น และ 1.124 หุ้นของทหารไทย แลก 1 หุ้นของ IFCT ในครั้งนั้นแบงก์ทหารไทยต้องออกหุ้นใหม่ 4.9 พันล้านหุ้น เพื่อแลกกับหุ้นดีบีเอส ไทยทนุ 1.6 พันล้านหุ้น และ IFCT 3 พันล้านหุ้น หลังการควบรวมแบงก์ทหารไทยกลายเป็นธนาคารที่มีสินทรัพย์อันดับห้า ที่ 697,000 ล้านบาท โดยมีกระทรวงการคลังถือหุ้น 31.16%, ดีบีเอส สิงคโปร์ 16.06%, กองทัพบก 3.47%, ไทยประกันชีวิต 2.25%, บริษัททุนลดาวัลย์ 1.50%, ททบ.5 0.93% และนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น 0.91% (ขณะนี้ขายหุ้นหมดแล้ว)

มาถึงต้นปี 2549 ธนาคารมีความจำเป็นต้องเพิ่มทุนอีกครั้งที่ 18,000-20,000 ล้านบาท โดยออกเป็นหุ้นกู้ด้อยสิทธิกึ่งทุน (ไฮบริด บอนด์) 8 พันล้านบาท และส่วนที่เหลือออกหุ้นสามัญ ขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิมในราคา 4.75 บาท/หุ้น ครั้งนี้กระทรวงการคลังต้องใส่เงินเข้าไปเพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้นอีก 3 พันล้านบาท โดยต้องเอาหุ้น บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ไปจำนำไว้กับธนาคารออมสิน

ล่าสุด แบงก์ทหารไทยมีความจำเป็นต้องสำรองหนี้เสียให้เป็นไปตามเกณฑ์บัญชีใหม่ IAS 39 ผลกระทบจากมาตรฐานบัญชีใหม่ ทำให้ต้องตั้งสำรองหนี้จัดชั้นเพิ่มขึ้น 22,000 ล้านบาท ซึ่งเกณฑ์ของ ธปท.แบ่งการตั้งสำรองหนี้จัดชั้นออกเป็น 3 งวด งวดแรกสิ้นสุดไปเมื่อเดือนธันวาคม 2549 ธนาคารได้สำรองหนี้จัดชั้นไปแล้ว 13,000 ล้านบาท และคงเหลือต้องสำรองหนี้จัดชั้นในปีนี้อีก 9,000 ล้านบาท

จึงเป็นที่มาของการขอเพิ่มทุนอีกครั้ง ในวงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท!!

หน้า 20


มุมมอง ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ธ.ทหารไทยในภาวะ"หลุมดำ" ผิดที่...ผิดเวลา...ผิดการบริหาร

มติชนรายวัน  วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10698

หมายเหตุ -ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาปัญหาเรื่องการเพิ่มทุนของธนาคารทหารไทยที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ จนทำให้นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังแถลงข่าวตำหนิการบริหารงานของธนาคารอย่างเผ็ดร้อน พร้อมกับเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงทีมผู้บริหารก่อนจะมีการเพิ่มทุนรอบใหม่ ทำให้นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องออกมาปรามเพราะไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษ์ของธนาคาร

"มติชน" ได้สัมภาษณ์นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลไก ที่มีส่วนในการพิจารณากระบวนการในการเพิ่มทุนธนาคารทหารไทย

กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคาร มองปัญหาของแบงก์ทหารไทยอย่างไร

การเพิ่มทุนเพื่อแก้ปัญหาต้องนำไปสู่ความมั่นใจว่า เงินที่ใส่เข้าไปได้รับการดูแลอย่างดี เราต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ของแบงก์ในฐานะที่เราเป็นผู้ถือหุ้น เราหนีทิศทางนั้นไม่ได้ เพราะธุรกิจแบงก์มีการแข่งขันกันรุนแรง และมีมาตรฐานการกำกับดูแล ที่มีความเข้มข้นมากขึ้น ดังนั้น การที่แบงก์จะแข่งขันได้ในอนาคต หรือจะเดินหน้าต่อไปได้ จะต้องมีการปรับตัว มีทิศทางในการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน จึงเป็นที่มาว่าทำไมเราต้องการเห็นแผนธุรกิจที่ชัดเจน และแนวทางในการปฏิบัติที่ชัดเจน สามารถบรรลุเป้าหมายตามแผนที่วางไว้ได้จริง ไม่ใช่เขียนแผนไว้สวยหรู แต่ไม่รู้จะทำตามแผนได้หรือไม่ ซึ่งส่วนหนึ่งที่จะตอบโจทย์เรื่องการนำแผนไปปฏิบัติได้นั้น มันเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ถ้าทำให้ผู้ถือหุ้นมั่นใจแผนและการบริหารจัดการได้ มันก็หมดปัญหา

แล้วทำไมทุกครั้งที่คลังเพิ่มทุนให้ แบงก์ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้

การใส่เงินมันไม่ได้แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ที่ผ่านมามีการใส่เงินมาแล้วทั้ง 3 ครั้ง มันพิสูจน์แล้วว่า เงินไม่สามารถแก้ปัญหาได้หมด ปัญหาของแบงก์ไม่ใช่เรื่องของทุนอย่างเดียว ทุนเป็นส่วนหนึ่งแต่มันต้องสอดคล้องกับอย่างอื่นด้วย การบริหารจัดการคุณเป็นอย่างไร ทำได้แค่ไหน ถ้าไม่มีคนมาขอกู้ มันก็ไม่มีธุรกิจ มันก็ไม่มีรายได้เข้ามาบริหารธุรกิจ หรือมาแก้ปัญหาหนี้เสียได้

ที่ผ่านมาปัญหาของแบงก์นี้ไม่ใช่เรื่องของเงิน แต่มันเป็นการควบรวมกิจการกันโดยมีภาระหนี้เสียจำนวนมาก ซึ่งมากขนาดที่ว่าเงินเพิ่มทุนในคราวที่แล้วไม่สามารถแก้ปัญหาได้หมด เพราะหนี้เสียที่เคยประเมินกันไว้ ในคราวที่ควบรวมกิจการมัน under-estimate (ประเมินต่ำกว่าที่ควรจะเป็น) ปัญหาอยู่ที่ว่าหนี้เสียที่เคยแสดงไว้เมื่อตอนควบรวมกิจการ ได้ประเมินไว้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน และสถานะที่แท้จริงเป็นอย่างไร ทำไมถึงไหลลงเร็วนัก หรือหากที่เคยประเมินสถานะไว้นั้นมันจริงแล้ว แต่ยิ่งวันเวลาผ่านไปสถานะของหนี้เสียกลับยิ่งเพิ่มขึ้น ก็ต้องมาถามว่ามีการดูแลปัญหาที่ดีพอหรือเปล่า เป้าจึงไปตกอยู่ที่การบริหารจัดการ ปัญหาอยู่ที่การบริหารจัดการภายในที่ไม่นำมาซึ่งผลในทางปฏิบัติ

นอกจากนี้ กรณีแบงก์ทหารไทยยังมีปัจจัยลบอีกมากที่ครอบคลุมสภาวะแวดล้อมธนาคารอยู่ ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้การแก้ปัญหามีความยากยิ่งขึ้นไปอีก ประกอบด้วย ภาวะเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่เอื้ออำนวยให้ธนาคารสามารถขยายธุรกิจได้มากนัก เพราะความเชื่อมั่นไม่มี เศรษฐกิจขยายตัวชะลอลง ขณะที่ธนาคารมีภาระหนี้เสียพ่วงท้ายอยู่เป็นจำนวนมาก

ขณะเดียวกันยังมีประเด็นการรวมตัวกันของ 3 องค์กร (การควบรวมธนาคารทหารไทย- ธนาคารดีบีเอสไทยทนุ- บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย) ที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมองค์กร และมีเรื่องการหาแนวทาง ที่จะประสานการทำงานให้เป็นหนึ่งสำหรับบุคลากรจำนวนมาก มันไม่ใช่เรื่องง่ายในช่วงเวลาที่จำกัด เพราะธุรกิจต้องเดินหน้าต่อ ต้องแข่งขันต่อ มันไม่ได้สมานกันได้กลมเกลียวกันเป็นหนึ่งได้ง่าย และเมื่อการบริหารจัดการ ไม่สามารถควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด การจะนำองค์กรไปข้างหน้ามันก็ยาก

นอกจากนั้น ธนาคารยังถูกซ้ำเติมด้วยกรอบกติกาใหม่ในการกำกับดูแลสถาบันการเงิน ที่มีทวีความเข้มข้นขึ้น ทั้งในส่วนของมาตรฐานบัญชีตาม ไอเอเอส 39 และบาเซิล 2

"การเอาของสามอย่างมารวมกันนั้น หากเอามารวมกันมาทำแพคเกจดีๆ วางคอนเซ็ปท์ดีๆ จัดวางให้น่ารักมันก็ขายได้ แต่ถ้าเราเอาของสามอย่างเหมือนกันแต่นำมาวางรวมกันเฉยๆ มันก็จะกลายเป็นขยะสามก้อนมารวมกัน นี่แหละคือ สิ่งที่เรียกว่าการบริหารจัดการ ของแบบเดียวกันทำให้ดีก็ได้ ทำให้ไม่ดีก็ได้ การนำของสามอย่างมารวมกัน ในช่วงเวลาที่ไม่มี positive factor (ปัจจัยบวก) เลย และกติกาใหม่ก็ยังมาซ้ำเติมอีก มันถึงเป็นเช่นนี้"

กระทรวงการคลังต้องทำหน้าที่อุ้มธนาคารนี้ต่อไป

คลังมีบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างจากความเป็นผู้ถือหุ้นปกติ ไม่ใช่เราหวังแต่ผลกำไร หรือผลตอบแทน ในรูปของเงินปันผล จากการลงทุน ในธนาคารใดธนาคารหนึ่ง เพราะกระทรวงการคลัง ยังมีหน้าที่ในการดูแลระบบการเงินของประเทศด้วย จึงเป็นที่มาว่าทำไมในการเพิ่มทุนทุกครั้งที่ผ่านมา เราไม่สามารถปฏิเสธที่จะใส่เงินเพิ่มทุนได้ เพราะในฐานะที่ต้องดูแล ระบบสถาบันการเงินนั้น เราต้องแก้ปัญหาของระบบสถาบันการเงิน ทั้งในรูปของการเข้าไปช่วยเหลือ ผ่านกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หรือการเข้าไปช่วยเหลือเงินกองทุนขั้นที่ 1 ตามมาตรการวันที่ 14 สิงหาคม 2542 แต่การช่วยเหลือนั้น มันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่จบไม่สิ้น หรือไม่มีเงื่อนไขอะไร มันต้องอธิบายได้ สร้างความเชื่อมั่นได้ว่ามันจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ

จึงเป็นที่มาว่าทำไมกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้น ซึ่งรวมถึงผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ ด้วย อยากจะเห็นแผนธุรกิจที่ชัดเจน แผนการหารายได้ แผนการควบคุมรายจ่าย และจะสามารถมีกำไรได้เมื่อไหร่ อย่างไร ทั้งหมดต้องเป็นพื้นฐานของความเป็นไปได้

แต่ดูเหมือนท่าทีของรัฐมนตรีคลังที่ออกมาปรามคุณสมหมายเรื่องการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร แสดงว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใช่หรือไม่

ผมไม่ได้บอกว่า จะไม่มีการเปลี่ยน มาถึงตรงนี้เรื่องการบริหารจัดการอย่างไรก็ต้องเปลี่ยน เพียงแต่การนำไปสู่เป้าหมายนั้น อาจจะไม่ใช้วิธีการที่รุนแรงหรือแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้ง จึงเป็นที่มาว่าทำไมรัฐมนตรีคลังถึงได้ออกมาสัมภาษณ์เช่นนั้น แต่ผมยืนยันได้ว่าเรื่องการบริหารจัดการ และแผนธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ถือหุ้นอยากเห็นมากที่สุด และขณะนี้กระบวนการกำลังเดินหน้าไปในทิศทางนั้น

หน้า 20