หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
เหลียวหลังแลหน้า : วาทกรรมการคอร์รัปชัน (1)

ภูมิคุ้มกันคอร์รัปชัน : ศรัณย์ ธิติลักษณ์ ศูนย์วิจัยธรรมาภิบาล มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม  กรุงเทพธุรกิจ  วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2550

หากเราจะประยุกต์ใช้นิยามของ เซนทรูเนีย ที่มีการขยายความ การคอร์รัปชัน ว่า เป็นการใช้อำนาจเพื่อประชาชนโดยผู้นำของรัฐ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และเจ้าพนักงานระดับสูง เพื่อเพิ่มพูนทรัพย์สินให้แก่ตนแล้ว การคอร์รัปชันที่เราคุ้นชินกันมาเกือบตลอดชีวิต ในหลายๆ ชั่วอายุคนนั้น อาจสามารถมองผ่านวาทกรรม (Discourse Analysis) ในภาคปฏิบัติการของการคอร์รัปชัน ซึ่งสะท้อนออกมาให้เห็นได้ในกรณีของการคอร์รัปชัน ตั้งแต่การคอร์รัปชันแบบชัดแจ้ง ที่มีการใช้อำนาจเผด็จการของผู้นำกระทำการคอร์รัปชัน

ในกรณีของการคอร์รัปชันของนักธุรกิจการเมือง ที่ดำเนินการร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตลอดจนถึงวิธีการคอร์รัปชันชั้นสูง ที่พยายามแสวงหาประโยชน์โดยทำการคอร์รัปชันผ่านช่องโหว่ของกฎหมาย ดังนั้นแล้ว เราจึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่า วาทกรรมของการคอร์รัปชัน จึงไม่ใช่เป็นสิ่งที่ผุดเกิดขึ้นมาอย่างไรเหตุผล และมีกิจกรรมที่เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นสิ่งที่บังเกิดขึ้นอย่างมีกระบวนการ ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงสถานะของความมีอยู่/คงอยู่ ในสรรพสิ่งที่หลากหลาย/ซับซ้อน ของระบบสังคม ไม่ว่าจะเป็นยุคใด สมัยใดก็ตาม

การดำรงอยู่ได้ของการคอร์รัปชันนี้เอง ในอีกมุมหนึ่งได้ชี้ให้เราเห็นว่า วาทกรรมของสรรพสิ่ง (รวมถึงการคอร์รัปชัน) ที่ดำรงอยู่ในระบบนั้น มีความเกี่ยวพันกับระบบของอำนาจ กระบวนการในการผลิต/สร้าง (constitute) การผลิตซ้ำ (Reproduction) และการเก็บกดปิดกัน ที่เกี่ยวข้องกับระบบ ระเบียบ กฎเกณท์ และเงื่อนไข ความเป็นไปได้ของชีวิต และการดำรงอยู่ของคนในสังคมที่มีความแตกต่างกัน เช่น กลุ่มคนยากจนมักจะได้รับการจัดสรรทรัพยากรน้อยกว่า กลุ่มคนมั่งมี กลุ่มกษัตริย์ และขุนนาง ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว การใช้ทรัพยากรที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตมีเท่ากัน เป็นต้น

ดังนี้เองเมื่ออำนาจเป็นของกลุ่มบุคคลชั้นสูง ขุนนาง หรือพ่อค้าวาณิชย์ ประโยชน์ของสังคมส่วนรวมจึงถูกผ่องถ่ายเข้าสู่กลุ่มตน และพรรคพวก ด้วยวิธีการต่างๆ มากมาย ดังปรากฏในประวัติศาสตร์ของการคอร์รัปชันที่ระบุว่า การคอร์รัปชันนั้นมีปรากฏในทุกสังคม ทั้งในทวีปยุโรป และเอเชีย กล่าวคือ ในประวัติศาสตร์โบราณของอียิปต์ บาบิโลเนีย ฮิบบรู อินเดีย จีน และโรมัน ประเทศเหล่านี้ล้วนมีปัญหาเรื่องคอร์รัปชันเหมือนกันทั้งสิ้น ("Babylonia and Assyria" in Encyclopaedia Britannica, Vol 2 (USA, 1969),p.962.)

ในสมัย Greece โบราณ ปัญหาคอร์รัปชันเกิดขึ้น เนื่องจากผลกระทบจากความเป็นประชาธิปไตย (democracy) ความต้องการเป็นอิสระและการเป็นสาธารณะ (publicity) การประกาศ หรือการแพร่ข่าวสารจะมีความเป็นอิสระ บางทีก็อาจทำเพื่อที่จะลดทอดอำนาจของนักการเมือง การขัดแย้งกันในลักษณะนี้ จะทำให้ประเด็นของการคอร์รัปชัน เป็นที่น่าสนใจมากขึ้น และดูจะสำคัญมากขึ้นในสังคมที่เต็มไปด้วยการตรวจสอบ

แม้แต่ Aristotle ก็ได้ให้ข้อสังเกตไว้ว่า การคอร์รัปชันถูกมองว่า เป็นประเด็นสำคัญและเรื่องที่สำคัญ เมื่อการคอร์รัปชันนั้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จากระบบกษัตริย์สู่ระบบประชาธิปไตยหรือการปฏิวัติ (Arlistotle,The Athenian Constiution,pp.81,83)

ต่อมาในสมัย 640-559 BC คอร์รัปชันกลายเป็นสัญลักษณ์ของนักการเมือง ซึ่งหวังผลตอบแทนที่จะได้ในอนาคต โดยการติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้ตำแหน่งที่ต้องการ โดยหวังว่าเมื่อบรรลุตำแหน่งนั้นๆ นักการเมืองก็จะมีช่องทางในการคอร์รัปชันได้โดยง่าย และในยุคสมัยนี้เอง ที่ทำให้เราได้คำจำกัดความ และที่มาของรูปแบบคอร์รัปชัน อันเกิดจากความขัดแย้งกัน ของระบบกับสภาพที่เป็นองค์ประกอบของระบบในระบอบประชาธิปไตย

ในสมัยของ Rome ก็มีกรณีเช่นเดียวกับ Greek แต่ของ Rome อาจมีการคอร์รัปชันมากกว่า เนื่องจากการที่จักรวรรดิของโรมมีอาณาจักรที่กว้างใหญ่กว่า และมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในช่วง 200-300 ปีแรก คือ มีการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ การเมือง การเกษตร ทหาร และพลเรือน ซึ่งมีการพัฒนาในกิจการด้านต่างๆ มากมาย มีกลุ่มสังคมใหม่เกิดขึ้น มีกลุ่มเศรษฐีใหม่ มีการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย สภาพเศรษฐกิจดีขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปในขณะนั้น การคอร์รัปชันที่มีไม่ทำกันอย่างเปิดเผย เพราะยังถือว่าเป็นการกระทำที่น่าอับอาย

อย่างไรก็ตาม การคอร์รัปชันก็อาจจะเกิดได้ตลอดเวลาเหมือนกัน หากมีการดูแลไม่ทั่วถึง กรณีเช่น การคอร์รัปชันในการเลือกตั้ง การจัดสรรหุ้นในธุรกิจ หรือแม้กระทั่งในศาลที่เกี่ยวกับเรื่องของการพิพากษาตัดสินก็ตาม

ซึ่งในกรณีของศาลนับได้ว่าเป็นกรณีที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบประชาธิปไตยสมัยนั้น การคอร์รัปชันในกรณีนี้กลับเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ส่งเสริมทำให้คอร์รัปชันมีการเจริญเติบโตขึ้นอย่างมาก คือ ในเรื่องของการเปลี่ยนอำนาจศาลสูง ให้ขึ้นอยู่กับคณะลูกขุน เปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการจะหลุดพ้นจากข้อกล่าวหา สามารถใช้ช่องทางนี้ติดสินบนเจ้าหน้าที่ได้ (Case oj Gaivs. 115-43, BC)

(ติดตาม พัฒนาการ คอร์รัปชัน ในยุคสมัยของไทยได้ในตอนจบ สัปดาห์หน้า)