หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ธปท.รับสภาพปี 49 ขาดทุน "แสนล้าน" พิษอุ้มค่าเงินบาท

กรุงเทพธุรกิจ  วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2550

แบงก์ชาติเผยผลขาดทุนปี 2549 หลังตรวจสอบจาก สตง.สูงถึง 1.02 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าแสนล้านบาท หรือมากกว่า 5,769% จากปี 2548 โดยเป็นผลมาจากการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนกว่า 9.97 หมื่นล้านบาท และเป็นดอกเบี้ยจ่าย 6.2 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีภาระผูกพันจ่ายคืนหนี้ที่เกิดจากสัญญาซื้อขายเงินดอลลาร์ล่วงหน้าในปี 2550 ที่มีผลขาดทุนอีก 1.7 พันล้านบาท รวมทั้งขาดทุนจากสัญญาซื้อเงินสกุลต่างประเทศอื่นจากอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อสิ้นปี 2549 จำนวน 542.2 ล้านบาท ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่ผลการดำเนินงานปี 2549 ที่ผ่านการตรวจสอบ โดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แล้วพบว่ามียอดขาดทุนสุทธิจำนวน 102,287.12 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 100,544.39 ล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 1,742.73 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนขาดทุนเพิ่มขึ้นถึง 5,769.37%

การขาดทุนจำนวนมากของ ธปท.เป็นผลมาจากการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงถึง 99,727.45 ล้านบาท ซึ่งขาดทุนเพิ่มขึ้นถึง 91,784.34 ล้านบาท จากปี 2548 ที่ยอดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 7,943.11 ล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจากในปี 2549 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากเมื่อเทียบกับเงินต่างประเทศทุกสกุลที่เป็นสินทรัพย์ของ ธปท.โดยแข็งค่าขึ้น 13.9% เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์และแข็งค่าขึ้น 15.1% เทียบกับเงินเยนญี่ปุ่น

นอกจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวนมากของ ธปท.แล้ว ค่าใช้จ่ายอีกส่วนหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมากในปี 2549 คือดอกเบี้ยจ่ายซึ่งมีจำนวนถึง 62,110.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ที่มีดอกเบี้ยจ่ายจำนวน 26,684.18 ล้านบาท เป็นจำนวนถึง 35,426.75 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนขาดทุนเพิ่ม 132.76%

การขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและดอกเบี้ยจ่ายจำนวนมหาศาลนี้ เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานอีกจำนวน 3,198.35 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก 5,324.33 ล้านบาท แล้วส่งผลให้ค่าใช้จ่ายรวมของ ธปท.ในปี 2549 มีจำนวนถึง 170,361.07 ล้านบาท สูงขึ้นจากปี 2548 ที่มีค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 39,288.69 ล้านบาท เป็นเงินถึง 131,072.38 ล้านบาท

ส่วนรายได้รวมของ ธปท.ในปี 2549 มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปี 2548 จำนวน 68,073.95 ล้านบาท จากปี 2548 ที่มีรายได้รวมจำนวน 37,545.96 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเป็นอัตราส่วน 83.01% โดยรายได้รับดังกล่าวแบ่งเป็นรายได้จากดอกเบี้ยรับ 67,224.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีดอกเบี้ยรับ 36,775.97 ล้านบาท ที่เหลือเป็นรายได้จากค่าธรรมเนียม 517.36 ล้านบาท และรายได้อื่นอีก 331.78 ล้านบาท

นอกจากผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในปี 2549 แล้ว ธปท.ยังมีภาระผูกพันที่จะครบกำหนดอายุในปี 2550 ด้วย โดยมีสัญญาซื้อขายเงินดอลลาร์ล่วงหน้าที่ครบกำหนดจำนวน 6,941 ล้านดอลลาร์ ซึ่งหากคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 จะมีผลขาดทุนเกิดขึ้น 1,699.8 ล้านบาท และมีสัญญาซื้อขายเงินสกุลอื่นล่วงหน้าที่ครบกำหนดปี 2550 คิดเป็นผลขาดทุนโดยเทียบกับอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันสิ้นปี 2549 จำนวน 542.2 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นภาระผูกพันที่ต้องซื้อเงินเยนญี่ปุ่นจำนวน 189,282.2 ล้านเยน เงินยูโรจำนวน 2,991 ล้านยูโร เงินปอนด์สเตอร์ลิงจำนวน 838.8 ล้านปอนด์ และขายเงินดอลลาร์จำนวน 7,208.2 ล้านดอลลาร์

ก่อนหน้านี้ ธปท.เคยชี้แจงถึงงบการดำเนินงานปี 2549 เบื้องต้นก่อนนำส่ง สตง.ว่าขาดทุนเป็นจำนวน 174,000 ล้านบาท โดยเป็นการขาดทุนจากการตีราคาเงินสำรองระหว่างประเทศเป็นเงินบาท (Unrealized loss) เป็นจำนวน 173,000 ล้านบาท ส่วนการขาดทุนอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท เป็นการขาดทุนจากการดำเนินงาน ที่ได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยอัตโนมัติ (Realized Loss) เช่นฝากเงินไว้ที่ระดับอัตราแลกเปลี่ยนหนึ่ง แต่พอครบกำหนดอายุเงินฝากแล้วอัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าขึ้น ก็จะมีผลขาดทุนเกิดขึ้น