|
||||||||||||||
|
จีดีพีสังคมไตรมาส
1/2550 คุณภาพ "เด็กไทย"
เดินถอยหลัง
ช่องว่างเศรษฐี-คนจนยิ่งขยับห่าง
มติชนรายวัน วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10685 *หมายเหตุ - เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2550 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงผลการสำรวจภาวะสังคมไทยไตรมาส 1 ปี 2550 ซึ่ง "มติชน" เห็นว่ามีเนื้อหาที่น่าสนใจจึงนำสาระสำคัญมาเสนอ อำพน กิตติอำพน เลขาธิการ สศช. จากการติดตามสถานการณ์ทางสังคมไทยไตรมาสแรกของปี 2550 ด้านคุณภาพคน พบว่าประชาชนมีงานทำต่อเนื่อง เพิ่มขึ้นจาก 34.64 ล้านคน ในไตรมาสแรกของปี 2549 เป็น 35.25 ล้านคน ในปี 2550 โดยเพิ่มขึ้น 1.7% โดยภาคเกษตรกรรมมีการจ้างงาน 12.75 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.8% เนื่องจากผลผลิตสินค้าเกษตรรวมในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 6.1% ขณะที่การจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมอยู่ที่ 22.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.2% ส่งผลให้อัตราการว่างงานโดยรวมลดลงจาก 1.9% ในปี 2549 เหลือ 1.6% ในปี 2550 นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังรายงานว่าอัตราการเข้าเรียนของนักเรียนต่อประชากรในวัยเรียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกระดับ เป็นผลจากนโยบายขยายโอกาสทางการศึกษาภาคบังคับและการศึกษาขั้นพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ สศช.เห็นว่าน่าเป็นห่วงที่สุด คือ แม้เด็กและเยาวชนมีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น แต่คุณภาพการศึกษาของเยาวชนกลับไม่ดีขึ้น เพราะจากผลการทดสอบการเรียนระดับชาติปี 2549 พบว่านักเรียนสอบได้คะแนนคะแนนอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่า 50% และลดลงเกือบทุกวิชา โดยนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีคะแนนเฉลี่ยวิชาภาษาไทย 42.74% ลดลงจาก 44.23% ในปี 2547 วิชาภาษาอังกฤษ 34.51% ลดลงจาก 37.36% ในปี 2547 วิชาคณิตศาสตร์ 38.87% ลดลงจาก 43.77% ในปี 2547 ขณะที่มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีคะแนนเฉลี่ยวิชาคณิตศาสตร์ 31.15% ลดลงจาก 34.88% ในปี 2547 ภาษาอังกฤษ 30.85% ลดลงจาก 32.28% ในปี 2547 ส่งผลให้แรงงานประเทศมีคุณภาพการทำงานอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ไม่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ตลอดจนทำให้ระดับความสามารถแข่งขันประเทศลดลง ขณะที่การติดตามความมั่นคงทางสังคม สศช.ในไตรมาสแรกของปี 2550 พบว่าคดีอาชญากรรมโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 55,569 คดีในไตรมาสแรกของปี 2549 มาอยู่ที่ 59,380 คดี หรือเพิ่มขึ้น 6.86% โดยคดียาเสพติดเพิ่มขึ้นจาก 26,315 คดี เป็น 30,944 คดี คิดเป็นเพิ่มขึ้น 17.59% ส่วนคดีชีวิต ร่างกาย และเพศลดลงจาก 11,269 คดี เหลือ 10,649 คดีในปี 2550 ลดลงประมาณ 5.50% และคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ลดลงจาก 17,985 คดี เหลือ 17,787 คดี คิดเป็น 1.10% สิ่งที่ สศช.กำลังเป็นห่วงจากตัวเลขคดีอาชญากรรม คือ เด็กและเยาวชนกระทำความผิดเพิ่มขึ้นจาก 11,045 คดี ในปี 2549 เพิ่มเป็น 11,755 คดี ในปี 2550 หรือเพิ่มขึ้น 6.4% ทั้งนี้ แบ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับความสงบสุข เสรีภาพ ชื่อเสียง และการปกครอง เพิ่มจาก 383 คดี ในปี 2549 เป็น 753 คดี ในปี 2550 เพิ่มขึ้น 96.6% คดียาเสพติดเพิ่มขึ้นจาก 1,840 คดี เป็น 2,077 คดี เพิ่มขึ้น 12.9% คดีชีวิตและร่างกายเพิ่มจาก 1,908 คดี เป็น 2,006 คดี เพิ่มขึ้น 5.1% โดยสาเหตุสำคัญที่เด็กและเยาวชนทำความผิดมาจากการคบเพื่อน 38.5% ส่วนพฤติกรรมและความเป็นอยู่ของคนในไตรมาสแรกของปี 2550 สศช.พบว่า ค่าใช้จ่ายในการบริโภคบุหรี่ของครัวเรือนไทย ลดลงจาก 5,327 ล้านบาท ในไตรมาสแรกปี 2549 เหลือ 5,266 ล้านบาท ในปี 2550 หรือลดลง 1.1% ทั้งนี้ เป็นผลจากประชาชนที่สูบบุหรี่ประจำลดลงจาก 11.67 ล้านคน ในปี 2534 เหลือ 9.54 ล้านคน ในปี 2549 หรือลดลง 18.2% แต่ในส่วนของผู้ที่สูบบุหรี่เป็นครั้งคราวกลับมีจำนวนเพิ่มจาก 0.6 ล้านคน ในปี 2534 เป็น 1.5 ล้านคน ในปี 2549 หรือเพิ่มจาก 1.54% ของประชากรในปี 2534 เป็น 2.97% ในปี 2549 ขณะเดียวกัน เด็กและเยาวชนยังสูบบุหรี่ค่อนข้างมาก โดยเด็กระดับอาชีวะสูบบุหรี่ 23.95% ของประชากร ระดับอุดมศึกษาสูบบุหรี่ 22.5% และระดับมัธยมศึกษาสูบบุหรี่ 10.87% นอกจากนี้ สศช.ยังพบว่าค่าใช้จ่ายในการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของครัวเรือนเพิ่มจาก 36,544 ล้านบาท ในไตรมาสแรกปี 2549 เป็น 38,747 ล้านบาท ในปี 2550 เพิ่มขึ้น 6% สำหรับสาเหตุที่จำนวนผู้ดื่มสุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น เพราะไม่สามารถสกัดกั้นนักบริโภคหน้าใหม่ได้ เพราะการบังคับใช้กฎหมายไม่มีผลในทางปฏิบัติที่จริงจังพอ สำหรับภาวะสิ่งแวดล้อมไทยในไตรมาสแรกของปี 2550 สศช.พบว่ามลพิษทางอากาศโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่ในหลายพื้นที่ของไทยมีฝุ่นขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน เพิ่มขึ้นในเขตกรุงเทพมหานคร และบริเวณริมถนนพระราม 6 ที่มีฝุ่นเป็นจำนวนมาก ทำให้ประชาชนเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคปอดมากขึ้น เช่นเดียวกับจังหวัดสมุทรปราการ และสระบุรี ที่มีปัญหาฝุ่นขนาดเล็กรุนแรงเกินมาตรฐานที่กำหนด เนื่องจากเป็นเขตชุมชนและย่านอุตสาหกรรม ส่วนปัญหาระดับเสียงพบว่าในเขตกรุงเทพฯประสบปัญหาสูงสุดโดยเกิน 70 เดซิเบล กิติศักดิ์ สินธุวนิช รองเลขาธิการ สศช. สำหรับเรื่องเด่นประจำภาวะสังคมไทยไตรมาสแรกของปี 2550 สศช.เห็นว่าคุณภาพชีวิต และความยากจนของคนไทย แม้จะดีขึ้นต่อเนื่อง แต่ยังเป็นปริมาณที่ไม่เพียงพอกับความต้องการ โดยเฉพาะปัญหาความยากจน ที่แม้จะลดลงตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และแนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลจะได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากในปี 2535 ประเทศไทยมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ 8.2% มีจำนวนคนจน 15.8 ล้านคน คิดเป็น 28.4% ของประชากร และมีช่องว่างรายจ่าย 9 เท่า ขณะที่ปี 2549 ไทยมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ 5% มีจำนวนคนจน 6.1 ล้านคน หรือคิดเป็น 9.5% ของประชากร มีช่องว่างรายจ่าย 7.9 เท่า ขณะที่รายได้มีช่องว่าง 13 เท่า แสดงให้เห็นว่าแม้ไทยจะมีคนจนลดลง ตามเป้าหมายแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับ 9 ที่ต้องการลดสัดส่วนคนยากจนให้ไม่เกิน 12% ของประชากร แต่ไทยกลับพบกับปัญหาความเหลื่อมล้ำช่องว่างระหว่างรายจ่ายของกลุ่มประชาชนที่รวยสุด 20% ต่อกลุ่มที่จนที่สุด 20% ที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าการกระจายผลประโยชน์การพัฒนาไม่ทั่วถึงและทัดเทียมกัน จะเห็นได้จากการเปรียบเทียบของรายได้และรายจ่ายในปี 2547 และปี 2549 จากประชากรไทย 65 ล้านคน โดยเรียงลำดับรายได้จากผู้มีรายได้มากสุดของประเทศไปจนถึงผู้มีรายได้น้อยสุดของประเทศ พบว่าระหว่างกลุ่มที่มีรายได้น้อยที่สุดของประเทศ 20% และกลุ่มผู้มีรายได้มากที่สุดของประเทศ 20% ในปี 2547 กลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่สุด 20% มีรายจ่าย 1,262 บาทต่อคนต่อเดือน ขณะที่มีรายได้ 982 บาทต่อคนต่อเดือน ส่วนกลุ่มผู้มีรายได้มากที่สุด 20% มีรายจ่าย 6,969 บาท ขณะที่มีรายได้ 11,874 บาทต่อคนต่อเดือน ส่วนปี 2549 พบว่ากลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่สุดของประเทศ 20% มีรายจ่าย 1,525 บาทต่อคนต่อเดือน ขณะที่มีรายได้ 1,003 บาทต่อคนต่อเดือน ส่วนกลุ่มผู้มีรายได้มากที่สุดของประเทศ 20% มีรายจ่าย 8,317 บาทต่อคนต่อเดือน ขณะที่มีรายได้ 14,693 บาทต่อคนต่อเดือน แสดงให้เห็นว่าในภาพรวมกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่สุดของประเทศ 20% ยังมีรายได้กับรายจ่ายไม่สัมพันธ์กันต่อเนื่อง และมีช่องว่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม รายจ่ายที่ สศช.นำมาพิจารณาไม่นับรวมรายจ่ายที่มาจากการผ่อนบ้าน ผ่อนรถยนต์ เพื่อให้เห็นข้อมูลการบริโภคแท้จริง ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งดำเนินยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขในระดับจังหวัด เพื่อสนับสนุนกระบวนการชุมชน ให้มีส่วนร่วมพัฒนาประเทศจำนวน 5,000 ล้านบาท ผ่านแผนงานด้านเศรษฐกิจพอเพียง แผนงานพัฒนา และสร้างโอกาสให้ชุมชน แผนงานการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของชุมชน แผนงานสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ และแผนงานบริการขั้นพื้นฐานแก่ประชาชน ที่จังหวัดต่างๆ ได้จัดสรรงบประมาณให้แก่ชุมชนแล้ว ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2550 และเร่งรัดการจัดทำงบประมาณปี 2551 ให้เสร็จภายในปี 2550 เพื่อให้การดำเนินงานต่อเนื่อง หน้า 20
|