|
||||||||||||||
|
สายเหยี่ยวตัวหนึ่งในธนาคารโลก
โลกทรรศน์ : อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์ มติชนรายสัปดาห์ ประธานาธิบดี จอร์ช ดับเบิลยู. บุช เสนอชื่อ Robert Zoellick ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารโลกแทน Paul Wolfowitz ซึ่งจะลาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มิถุนายนศกนี้ บุชกล่าวยืนยันว่า Zoellick คือคนที่เหมาะสมในงานสำคัญอันยิ่งยวดนี้ ไม่มีใครกล่าวถึงแนวคิด ตัวตนและผลงานของประธานธนาคารโลกที่มีธรรมเนียมปฏิบัติว่าสหรัฐเท่านั้นที่เป็นคนเสนอชื่อ โดยมีนัยเพื่อแลกกับตำแหน่งผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ที่ชาติยุโรปเป็นคนเสนอชื่อ เมื่อกล่าวถึงแนวคิด และตัวตนของประธานธนาคารโลกเราจะเห็นอุดมการณ์ "สายเหยี่ยว" ของผู้นำธนาคารโลกในแง่มุมที่น่าสนใจ ในกรณีของ Wolfowitz มีแต่การวิจารณ์ถึงข่าวซุบซิบนินทาเรื่องแฟนสาวและการขึ้นเงินเดือนให้เธอเป็นพิเศษ ไม่ค่อยมีใครวิจารณ์ถึงธรรมาภิบาลและการให้ความช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาในธนาคารโลกมากนัก หากดูแนวคิด ตัวตนและพัฒนาการของประธานธนาคารโลกเราจะพบว่า ธนาคารโลกถูกครอบงำโดยผู้นำ "สายเหยี่ยว" มาตลอด เหล่าผู้นำสายเหยี่ยวนี้ล้วนแต่ คลั่งอำนาจ สนับสนุนผู้นำเผด็จการในประเทศกำลังพัฒนา ต่อต้านคอมมิวนิสต์และปัจจุบันต่อต้านการก่อการร้ายอย่างสุดขั้ว สายเหยี่ยวเหล่านี้เป็นตัวแทนผลประโยชน์ของรัฐบาลสหรัฐ และเป็นแกนนำในการปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจการเมืองมาตลอด ขอให้ดูประวัติศาสตร์อันใกล้นี้จากประธานธนาคารโลกที่กำลังจะจากไป Paul Wolfwitz และประธานธนาคารโลกคนใหม่ Robert Zoellick เฉพาะตอนนี้จะกล่าวถึง Wolfwitz ก่อน Paul Wolfwitz เคยเป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงกลาโหมและนักการเมืองผู้คว่ำหวอดในรัฐบาลรีพับลิกัน ในปี 2001 เขาเป็นสายเหยี่ยวที่วางเป้าหมายโจมตีอิรักโดยเขาถือว่าอิรักเป็นรัฐที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้าย เขาเป็นคนร่วมวางแผนยุทธศาสตร์ป้องกันขนานใหญ่ที่ไม่มีข้อจำกัดทางด้านเวลา ภูมิศาสตร์และขยายอาณาบริเวณไปที่ที่มีศักยภาพในการทำสงครามในตะวันออกกลาง และเอเชียกลาง ในตอนนั้น เขาเป็นหัวหน้าคณะทำงานในกระทรวงกลาโหมระหว่างการทำสงครามอ่าว (Gulf War) หน้าที่หลักของเขาในช่วงนั้นคือการทำสงครามเอาชนะประธานาธิบดี ซัดดัม ฮุสเซน แห่งอิรัก ตัวตนและความคิด "สายเหยี่ยว" ของเขาสะท้อนออกมาในผลงานต่างๆ นอกเหนือจากผลงานในการทำสงครามอ่าว เป็นที่รู้กันว่า เขาเป็นฝ่ายก้าวร้าวและหัวแข็งในการต่อกรกับจีนและเกาหลีเหนือ อีกทั้งยังยืนหยัดให้รัฐบาลสหรัฐผูกพันใกล้ชิดกับผู้นำอนุรักษนิยมของไต้หวัน อินโดนีเซียและอิสราเอล เขาพบกับประธานาธิบดี จอร์ช ดับเบิลยู. บุช ครั้งแรกในเดือนตุลาคม 1998 และได้รับความไว้วางใจอย่างรวดเร็ว ให้เป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศ หลังเหตุการณ์ 11 กันยายนเมื่อตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ถูกถล่มโดยกลุ่มก่อการร้าย Wolfowitz เป็นคนเดียวที่ไม่ได้เป็นสมาชิกในคณะรัฐมนตรีของประธานาธิบดี จอร์ช ดับเบิลยู. บุช ที่ได้เข้าร่วมประชุมในสภาความมั่นคงแห่งชาติ และได้พบปะพูดคุยกับรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของตุรกี รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนีและจอร์เจีย บทบาทอันนี้แสดงถึงตัวตนและความสำคัญของเขาต่อนโยบายความมั่นคง การทหารและต่างประเทศและสหรัฐ สิ่งที่แสดงบทบาทของสายเหยี่ยวในนโยบายความมั่นคงและต่างประเทศคือ ความผูกพันใกล้ชิด ต่อการสนับสนุนมหามิตรและผู้นำรัฐบาลเผด็จการของประเทศต่างๆ เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจการเมืองของรัฐบาลสหรัฐ เขาเป็นผู้ประสานงานสูงสุดของกระทรวงกลาโหม และกระทรวงต่างประเทศในยุครัฐบาล โรนัลด์ เรแกน บทบาทของ Wolfowitz เมื่อครั้งนั้นในฐานะผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกและเอกอัครทูตสหรัฐประจำอินโดนีเซีย ช่วงระหว่างนั้น เขาเป็นคนจัดแผนงานการทูตใหม่ จนกระทั่งนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลรีแกน สะท้อนการต่อต้านคอมมิวนิสต์อย่างสุดขั้ว แน่นอน นโยบายดังกล่าวปฏิเสธความเกี่ยวข้องใดๆ ระหว่างนโยบายต่างประเทศกับสิทธิมนุษยชน ในยุคสมัยของ Wolfowitz ในเอเชีย ข้อจำกัดทางด้านความช่วยเหลือทางทหาร และเศรษฐกิจ ต่อพันธมิตรที่เป็นรัฐบาลระบอบอำนาจนิยมหมดไป เขาเป็นแกนหลักของนโยบายสมัยประธานาธิบดีเรแกน ที่ให้การสนับสนุนประธานาธิบดี ชุน ดู วาน แห่งเกาหลีใต้ สำหรับรัฐบาลเรแกน ชุน ดู วาน เป็นตัวแทนของผู้นำเผด็จการซึ่งรัฐบาลสหรัฐทำงานด้วยได้ เพราะเป็นรัฐบาลที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์เป็นเป้าหมายหลัก และสนับสนุนผลประโยชน์ทางด้านความมั่นคงของสหรัฐ ส่วนประธานาธิบดี เฟอร์ดินัล มาร์กอส แห่งฟิลิปปินส์และประธานาธิบดีซูฮาร์โตแห่งอินโดนีเซียต่างได้รับการปฏิบัติจาก Wolfowitz แบบมิตรผู้ใกล้ชิดอย่างเดียวกัน แต่นโยบายของ Wolfowitz ล้มเหลว กลางทศวรรษ 1980 ประชาชนทั้งในเกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์ เจ็บปวดกับรัฐตำรวจ ซึ่งรัฐบาลสหรัฐให้การสนับสนุน ปี 1985 "พลังประชาชน" ยุติอาณาจักรของประธานาธิบดีมาร์กอส และปีต่อมาเกิดการประท้วงครั้งใหญ่ตามท้องถนนในกรุงโซลกดดันให้ประธานาธิบดี ชุน ดู วาน ลาออก นโยบายและผลงานของ Wolfowitz แย่ที่สุดในอินโดนีเซียซึ่งเขาเองใช้พละกำลังอย่างมาก เพื่อสร้างความผูกพันใกล้ชิด ต่อบรรดาผู้นำหน่วยงานราชการลับและบริษัทชั้นนำในอินโดนีเซีย เดือนพฤษภาคม 1997 หนึ่งปี ก่อนที่ประธานาธิบดีซูฮาร์โตจะถูกขับไล่ออกจากตำแหน่ง Wolfowitz แถลงแก่รัฐสภาสหรัฐ ถึงความก้าวหน้าอย่างสำคัญของอินโดนีเซียภายใต้ความแข็งแกร่ง และการนำอย่างโดดเด่นของประธานาธิบดีซูฮาร์โต แต่แล้วประธานาธิบดีซูฮาร์โตก็ถูกขับออกจากตำแหน่ง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2000 เขาถูกซักถามโดยสื่อมวลชนสหรัฐถึงนายพลวิรันโต้ซึ่งเพิ่งถูกบังคับให้ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากถูกระบุชื่อโดยบรรดาผู้นำระดับสูงของอินโดนีเซียว่า นายพลวิรันโต้เป็นมันสมองในการวางแผน การใช้กำลังทหารด้วยความรุนแรง และป่าเถื่อน ในการเข้าไปปราบปรามฝ่ายต่อต้านในติมอร์ตะวันออกในปี 1999 มิหนำซ้ำ เขาแสดงความชื่นชมอย่างออกหน้าโดยพอใจกับบทบาทของนายพลวิรันโต้ต่อการควบคุมกองทัพบก ระหว่างการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของอินโดนีเซีย เขากล่าวอย่างไม่รู้สึกอะไรถึงการล้มตายอย่างมาก ในติมอร์ตะวันออกโดยน้ำมือทหารอินโดนีเซีย เขาพูดติดตลกว่า พลเอกวิรันโต้อาจทำสิ่งที่ไม่ดีหลายอย่างในติมอร์ตะวันออก และล้มเหลวที่จะหยุดสิ่งไม่ดี ในติมอร์ตะวันออก แต่นั่นเป็นเล่ห์เหลี่ยมอย่างมากของนายพลยอดนิยมของเขา การสนับสนุนอย่างไม่ลืมหูลืมตาต่อผู้นำเผด็จการในเกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียสะท้อนแนวคิดขวาจัดของ Wolfowitz แต่ได้แสดงถึงความล้มเหลวทางนโยบายความมั่นคงและการต่างประเทศของเขาไปในตัวด้วย เช่นเดียวกัน การได้รับความไว้วางใจจากประธานาธิบดี จอร์ช ดับเบิลยู. บุช ให้เขาเป็นมันสมองต่อแผนงานทำสงครามอ่าว ต่อมาต่อต้าน ซัดดัม ฮุสเซน และโค่นล้มเขาออกจากผู้นำอิรักฉายภาพของ "สายเหยี่ยว" ของเขาและการผลักดันนโยบายความมั่นคงออกมา แนวคิดและแกนนำ "สายเหยี่ยว" ในสายต่อผู้นำอเมริกันไม่เคยล้มเหลว เพราะเป็นการตอบสนอง ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจการเมืองสหรัฐ ดังนั้น การสนับสนุนให้เขาเข้ามากุมอำนาจสูงสุด ในธนาคารโลก จึงเป็นการผนวกผลประโยชน์ด้านความมั่นคงทางทหาร และเศรษฐกิจของสหรัฐเข้าด้วยกัน ภายใต้ "สายเหยี่ยว" ที่แข็งกร้าว ช่ำชองและหยิ่งผยอง จึงไม่แปลกอะไร ที่ "สายเหยี่ยว" ตัวหนึ่งจะจากไปด้วยเรื่องกิ๊กกับสาวคนรัก แล้ว "สายเหยี่ยว" ผู้คว่ำหวอดอีกคนหนึ่ง ก็เข้ามาแทนที่ในธนาคารโลก หน้า 16
|