|
||||||||||||||
|
การเมืองไม่นิ่ง
เศรษฐกิจยังวิ่งได้
หน้าต่างความคิด : เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 08 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ในที่สุดก็รู้กันเสียทีว่าพรรคไหนบ้างที่โดนยุบ แน่นอนว่าต้องมีทั้งคนเห็นด้วย และคนไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินที่ออกมา ผู้ที่เสียผลประโยชน์โดยตรงจากคำตัดสินของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ เริ่มออกมาเคลื่อนไหว แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่า เคลื่อนไหวไปก็ไม่สามารถจะเปลี่ยนคำตัดสินได้ อย่างน้อยการแสดงออกลักษณะนี้ ก็ยังช่วยรักษาเครดิตทางการเมืองของตน และพรรคพวก ที่สำคัญการเคลื่อนไหว น่าจะเป็นความพยายามควบคุมความเสียหาย ไม่ให้บานปลายจนตัวเอง และพรรคพวกต้องเดือดร้อนไปมากกว่านี้ โดยไม่สนใจว่าสิ่งที่ทำไปจะส่งผลต่อภาพรวมของประเทศอย่างไร คงมีหลายคนที่เป็นห่วงว่าอุณหภูมิการเมืองที่สูงขึ้นอีกรอบนี้ อาจส่งผลให้เศรษฐกิจของไทยห่อเหี่ยวลงไปกว่าเดิม คนโน้นก็บอกว่าการเมืองไม่นิ่งเศรษฐกิจจะนิ่งแทน คนนี้ก็บอกว่า การเมืองไม่นิ่ง นักลงทุนก็วิ่งหนี หันไปทางไหนก็ไม่เห็นจะมีข่าวดี หรือว่าเศรษฐกิจบ้านเราจะแย่ลงจริงๆ? ก่อนจะตัดสินใจฟันธงลงไป ลองมาต่อจิ๊กซอว์ดูภาพใหญ่กันดีกว่า จิ๊กซอว์หมายเลข 1: ของจริง ของปลอม ระบบเศรษฐกิจนั้นมีสองมิติซ้อนทับกัน มิติแรกเป็นภาคเศรษฐกิจของจริง ซึ่งประกอบไปด้วยภาคการผลิต ภาคบริการ ภาคการเงินที่คอยระดมเงินไปใช้ในการลงทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิต หน่วยทางเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้ซื้อ ลูกจ้าง นายจ้าง ต่างก็มีความอยากได้อยากมีด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่การตัดสินใจส่วนใหญ่เป็นการตัดสินใจอย่างมีเหตุมีผล รู้จักเปรียบเทียบผลประโยชน์ที่ได้กับต้นทุนที่จะเกิดขึ้น โดยไม่ปล่อยให้ความอยากเข้ามาบิดเบือนการตัดสินใจมากนัก ระบบเศรษฐกิจภาคนี้จึงขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาดที่ทำงานอย่างค่อนข้างเป็นเหตุเป็นผล มิติที่สองเป็นเศรษฐกิจภาคมายา หน่วยทางเศรษฐกิจที่หลงอยู่ในภาคเศรษฐกิจแบบนี้ ไม่สามารถควบคุมความอยากได้อยากมีของตนได้ดีนัก เมื่อกิเลสตัณหาเข้ามาบดบังการตัดสินใจ ความมีเหตุมีผลจึงลดน้อยถอยลง เมื่อขาดซึ่งเหตุผลแล้ว ความสามารถการตัดสินใจอย่างเหมาะสมก็ลดลงตามไปด้วย ภาคเศรษฐกิจแบบนี้จึงมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยต่างๆ ที่เข้ามากระตุ้นค่อนข้างสูง สมาชิกของระบบเศรษฐกิจภาคมายานี้ แบ่งเป็นสมาชิกระดับสูงและสมาชิกสามัญธรรมดา สมาชิกระดับสูง คือผู้ที่รู้จักเก็บซ่อนความอยากของตนเองเอาไว้ภายใต้หน้ากากของเหตุผลจอมปลอมได้อย่างน่าเชื่อถือ เช่น นักลงทุนที่ป่าวประกาศไปทั่วว่าตนเองซื้อหุ้นโดยวิเคราะห์พื้นฐานของหุ้นแต่ละตัว ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ต้องการเก็งกำไรระยะสั้นจากส่วนต่างของราคาหุ้นเท่านั้น นักธุรกิจที่กู้เงินมาเกินกว่าที่ต้องการใช้ในการขยายกิจการ เพราะต้องการเอาเงินกู้ส่วนเกินมาซื้อรถยุโรปรุ่นใหม่ หรือคนซื้อกว้านซื้อบ้านจัดสรร เพื่อหวังจะขายต่อ ในราคาที่สูงกว่าในอนาคต ทั้งที่ตัวเองไม่สามารถแบกรับภาระการผ่อนชำระบ้านได้ทั้งหมด สมาชิกระดับธรรมดาสามัญ หรือรู้จักกันในนามของแมลงเม่า สมาชิกกลุ่มนี้มักจะเป็นกลุ่มผู้ตาม อะไรที่สมาชิกระดับสูงทำ ก็จะทำตามอยู่ร่ำไป เพราะตนเองไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรดี ระบบเศรษฐกิจไหนที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาด มักจะมีทั้งส่วนที่เป็นของจริงและส่วนที่เป็นของปลอม ทับซ้อนกันอยู่ในสัดส่วนที่มากน้อยแตกต่างกันไป ระบบเศรษฐกิจไหนมีภาคเศรษฐกิจของจริงในสัดส่วนที่มากหน่อย ก็จะมีความมั่นคงสูง ระบบเศรษฐกิจที่มีภาคมายาเป็นพลังขับเคลื่อนหลักย่อมมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยต่างๆ ในระดับที่สูงกว่า จิ๊กซอว์หมายเลข 2: เห็นตัวอย่าง จึงเอาอย่าง ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ความไม่สงบทางการเมืองส่วนใหญ่ที่ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ มักลงเอยด้วยความรุนแรง โรงงานร้านรวงถูกผู้ประท้วงเผาทำลาย มีผู้บาดเจ็บล้มตาย จนส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต ทรัพย์สินทั้งหลายโดนยึดมาเป็นของรัฐ คนงานรวมตัวกันหยุดงานจนการผลิตต้องหยุดชะงักตามไปด้วย เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยตรง จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมประเทศที่มีความไม่สงบทางการเมือง จึงมักประสบกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย หากเหตุการณ์ยืดเยื้อยาวนานก็อาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำได้ พอเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ ก็ทำให้เกิดความเชื่อแบบเหมารวมเอาว่าเมื่อไหร่ที่มีปัญหาการเมือง เศรษฐกิจต้องได้รับผลกระทบ และจะนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เรียกว่าเคยเห็นมาอย่างไร ก็คิดว่าจะต้องเป็นแบบนั้นเสมอ จริงอยู่ ความไม่แน่นอนทางการเมืองย่อมมีผลต่อระบบเศรษฐกิจ เพียงแต่ขนาดของผลกระทบนั้น จะเพิ่มขึ้นตามขอบเขตและระยะเวลาที่เกิดปัญหาทางการเมือง หากเป็นปัญหาทางการเมืองระยะสั้นมีผลอยู่ในวงแคบ เฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะพื้นที่ ผลกระทบย่อมมีน้อย แต่ถ้าเป็นปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้างเป็นระยะเวลานาน ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็จะมีความรุนแรง หากไม่รู้จักแยกแยะ ขอบเขต และ ระยะเวลา ของปัญหาให้ชัดเจน ก็จะนำไปสู่ข้อสรุปที่ผิดๆ ได้ว่า ปัญหาทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหน ก็ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำได้ทั้งนั้น จิ๊กซอว์หมายเลข 3: หยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ ทุกส่วนของระบบเศรษฐกิจมีความเชื่อมโยงกัน อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นกับภาคเศรษฐกิจหนึ่ง ย่อมส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจอื่น เพียงแต่ระดับของผลกระทบไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละส่วนมีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกันแค่ไหน เมื่ออสังหาริมทรัพย์ซบเซา ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ธุรกิจรับจัดสวน ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ต่างก็ได้รับผลกระทบแทบจะทันทีทันใด ส่วนธุรกิจอาหารกระป๋อง ธุรกิจดอกไม้ อาจไม่รู้สึกเดือดร้อนมากนัก ภาคเศรษฐกิจที่อ่อนไหวกับความไม่แน่นอนทางการเมืองมากที่สุด คือภาคเศรษฐกิจที่เน้นการเก็งกำไร การเก็งกำไรเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยง ผู้เก็งกำไรทราบเรื่องนี้ดี ดังนั้น เมื่อใดความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้เปลี่ยนการตัดสินใจจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ในชั่วพริบตา ภาคเศรษฐกิจแบบนี้เป็นภาคเศรษฐกิจมายา ซึ่งมักเกี่ยวข้องโดยตรงกับภาคการเงิน เมื่อเกิดความผันผวนของการเก็งกำไร ย่อมส่งผลกระทบต่อภาคการเงินของประเทศตามไปด้วย อย่าลืมว่าภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง ก็ต้องพึ่งพาภาคการเงินด้วยเหมือนกัน เมื่อภาคการเงินผันผวน สุดท้ายเศรษฐกิจของจริงย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วย ยิ่งถ้ามีการค้าขายลงทุนกับต่างประเทศ ผลกระทบก็ยิ่งบานปลายไปกว่าเดิมอีก โรคขาดความเชื่อมั่นจากภาคเศรษฐกิจมายา สามารถแพร่ไปสู่คู่ค้า นักลงทุน นักท่องเที่ยว จนพาลทำให้พวกเขาตัดสินใจชะลอสั่งซื้อสินค้า เลื่อนการลงทุน ยกเลิกแผนการท่องเที่ยว จนกลายเป็นผลกระทบรอบสองที่กลับมาสู่ภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่ง การเมืองไม่นิ่ง เศรษฐกิจยังวิ่งได้ ความไม่สงบทางการเมืองในบ้านเราส่วนใหญ่ในช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมามีขอบเขตจำกัด ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่แค่บางพื้นที่ มีระยะเวลาไม่นานนัก หรือถ้าเป็นการต่อสู้แบบยืดเยื้อ ก็มักจะถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ไม่ค่อยมีการลงไม้ลงมือ น้อยครั้งที่จะส่งผลกระทบโดยตรงถึงภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง (ยกเว้นปัญหาในภาคใต้และระเบิดกลางกรุง) หากการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกิดขึ้นหลังจากคำตัดสินเกิดขึ้นเพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าว ก็ไม่จำเป็นต้องไปกังวลจนเกินไปนัก ปล่อยให้เขาประท้วงไปเถอะ แค่คอยควบคุมไม่ให้การเคลื่อนไหวบานปลาย จนกลายเป็นจลาจล ดีเสียอีก ยิ่งออกมาเคลื่อนไหว สื่อก็ยิ่งสนใจ รัฐบาลจะมีโอกาสชี้แจงทำความเข้าใจได้มากขึ้น หากรู้พลิกวิกฤติเป็นโอกาส รับรองว่า ถึงการเมืองจะไม่นิ่ง เศรษฐกิจก็ยังวิ่งไปได้
|