|
||||||||||||||
|
พลัง CSR
จุดเปลี่ยนแห่งทศวรรษ
ความรับผิดชอบทางสังคมของธุรกิจ
มติชนรายวัน วันที่ 07 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10680 *หมายเหตุ-เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจจัดสัมมนาเรื่อง "พลัง CSR จุดเปลี่ยนแห่งทศวรรษ" โดยนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ปาฐกถาพิเศษ เรื่องบทบาทภาครัฐในการขับเคลื่อนซีเอสอาร์ CSR (Corporate Social Responsibility) หรือความรับผิดชอบทางสังคมขององค์กรธุรกิจประเทศไทย นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เรื่องซีเอสอาร์ในเมืองไทยอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่าน มีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้น โดยมีสิ่งที่ต้องคำนึงใน 2 ส่วน ในส่วนแรกหลักการทั่วไป จะเชื่อมโยงกับความรับผิดชอบของสังคม มีสามส่วนหลักคือ ภาครัฐ ธุรกิจ และภาคประชาสังคม ภาครัฐมีอำนาจตามกฎหมาย มีหน้าที่บริหารจัดการประเทศ ภาคธุรกิจมีหน้าที่ผลิต จำหน่าย โดยมีกำไรสะสมเป็นทุนเพื่อนำไปขยายกิจการ ส่วนภาคประชาสังคม เป็นกลุ่มคนเครือข่ายที่ร่วมกันทำกิจกรรม โดยไม่หากำไร ทั้งสามส่วนมีความเชื่อมโยงกันเหมือนระบบในร่างกายของคน โดยธุรกิจมีความเกี่ยวพันกับภาครัฐ ธุรกิจได้รับประโยชน์จากสังคม จึงต้องเอื้อประโยชน์ให้กับสังคมเช่นเดียวกัน หากคำนึงถึงประโยชน์ของตัวเองแต่เพียงด้านเดียว ไม่เอื้อประโยชน์สังคมจะถูกแรงกดดัน ถูกบีบขับให้หายไปในที่สุด แต่ตรงกันข้ามธุรกิจที่เอื้อประโยชน์ให้กับสังคม จะได้รับการสนับสนุนจากลูกค้า คนอยากทำงานด้วย เป็นพลังทำให้ธุรกิจมีความเจริญก้าวหน้า ประเด็นที่สองเรื่องการลงมือปฏิบัติ ควรดำเนินการใน 5 เรื่องหลัก 1.การพัฒนาองค์กรและกลไกต่างๆ เช่นกรณีการจัดตั้งสถาบันธุรกิจและสังคมของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 2.สร้างเครือข่ายระหว่างองค์กรต่างๆ ตามความสมัครใจ เพราะเครือข่ายคือทุนทางสังคม ไม่ใช่ทุนทางการเงินจึงถือเป็นฐานกำลังของสังคม 3.เรียนรู้ พัฒนา และจัดการความรู้ เพื่อทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ 4.รัฐบาลควรมีนโยบายที่เหมาะสมเรื่องซีเอสอาร์ โดยให้ผู้ประกอบการนำเสนอต่อรัฐบาลหรือระดมความคิดเห็นร่วมกัน พม.ได้ร่วมกับกระทรวงการคลังปรับปรุงระบบภาษีอากร เพิ่มขยายวงเงินลดหย่อนภาษีที่ได้จากการบริจาค ของภาคธุรกิจเพื่อให้เอื้อกับการบริจาคช่วยเหลือสังคมของภาคธุรกิจ โดยได้รับผลตอบแทนในรูปภาษี และจ่ายภาษีลดลง วงเงินลดหย่อนภาษีจากการบริจาคที่ได้ขยายเพิ่มนั้น ในส่วนภาษีบุคคลธรรมดาได้ขยายจาก 10% เป็น 20-30% ส่วนภาคธุรกิจขยายจาก 2-3% เป็น 5% คาดว่าจะประกาศใช้ได้ในเร็วๆ นี้ 5.พัฒนาการจัดการ เป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ โดยหากมีจุดหมายชัดเจนว่าอยากทำซีเอสอาร์ ก็ต้องหาทางจัดการให้ประสบความสำเร็จ โดยอยู่บนพื้นฐานมีคุณธรรม คุณภาพ และประสิทธิภาพ
นางสาวโตโมโกะ ทากาซาว่า Growth Communition & Corporate Citizenship Leader GE Money รูปแบบในการตอบแทนสังคมปรับเปลี่ยนไป จากเดิมที่ภาคธุรกิจจะเน้นบริจาคเป็นส่วนใหญ่ ได้หันมาเน้นเรื่องการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจ การทำกิจกรรม ร่วมมือกับองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร มีสถิติจากฝั่งยุโรปชี้ว่าผู้บริโภคประมาณ 86% สนใจใช้สินค้า บริการ จากบริษัทที่มีโครงการช่วยเหลือสังคม 70% ส่วนในเอเชียลูกค้าสมัยใหม่จะเลือกใช้สินค้า บริการ โดยตั้งคำถามว่าบริษัทผู้ผลิตนั้นๆ มีความรับผิดชอบต่อสังคมหรือไม่ ไม่ได้มองแต่เพียงแค่ตราผลิตภัณฑ์หรือคุณภาพสินค้าแต่อย่างเดียว มีพนักงานจำนวนมากที่ต้องการความภาคภูมิใจในบริษัทของตัวเอง เช่น ห้างเซียร์ของอเมริกา สามารถลดอัตราการลาออกจากงานถึง 20% หลังจากได้ดำเนินการโครงการช่วยเหลือสังคม
นายสุทธิศักดิ์ ไกรสรสุทธาสินี อาจารย์ประจำคณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีหลายเหตุผลในการทำซีเอสอาร์ขององค์กร เช่น เรื่องความยั่งยืนในการทำธุรกิจ มองเรื่องผลตอบแทนทางธุรกิจในระยะยาว หรือบางบริษัทมองเรื่องชื่อเสียง ภาพลักษณ์ที่ดี หากบริษัทไม่เข้าใจเรื่องซีเอสอาร์จริงๆ อาจมองว่าซีเอสอาร์คือกิจกรรมประชาสัมพันธ์ หรือพีอาร์ จริงๆ แล้วสองส่วนนี้เกื้อกูลกัน แต่ทดแทนกันไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นบริษัทที่ทำซีเอสอาร์เพื่อเน้นชื่อเสียงจะกลายเป็นเรื่องประชาสัมพันธ์มากกว่า การซื้อสินค้าของผู้บริโภคจะมองเรื่องคุณภาพและราคา ส่วนเรื่องซีเอสอาร์ตามมาทีหลังแต่องค์กรที่มีซีเอสอาร์ที่ดีจะเป็นตัวตัดสินหลังจากพิจารณาประเด็นเรื่องคุณภาพและราคาแล้ว
นายบุญชัย เบญจรงคกุล ประธานกรรมการ บริษัท โทเทิ่ล แอ๊คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ผู้บริหารองค์กรถ้าคิดอยากจะทำซีเอสอาร์จะต้องหาคำตอบที่ดีให้กับพนักงาน ว่าดำเนินนโยบายนี้อย่างไร เพื่ออะไร และที่สำคัญหากสามารถทำได้และเป็นประโยชน์แล้ว ไม่ใช่เป็นประโยชน์แค่เพียงกำไร ภาพลักษณ์องค์กร ยังหมายถึงความภาคภูมิใจของการเป็นพนักงานบริษัท และเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในฐานะที่เป็นพลเมืองที่ดี โครงการรักบ้านเกิด ที่ได้จัดทำขึ้นได้พยายามให้พนักงานแต่ละคนเข้ามามีส่วนร่วม โดยจะมีการประชุม และตัวเองจะพูดให้พนักงานที่สนใจโครงการฟัง การเริ่มต้นต้องเริ่มจากหัวหน้า เป็นคนที่ผลักดันพาองค์กรไป แต่อย่างไรก็ตามการสื่อสารกับพนักงานในองค์กร จำนวนหลายพันคนเป็นเรื่องยาก แนวทางอาจทำโดยใช้อินทราเน็ต หรือฉายภาพยนตร์ให้ดู
นายพูนธนา มุสิกบุญเลิศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน) กรณีศึกษาโรงเรียนปัญญาภิวัฒน์ฯ ยุทธศาสตร์เซเว่นอีเลฟเว่น โจทย์สำคัญที่ทำให้ซีพีสร้างโรงเรียนขึ้นมา เกิดจากปัญหาเรื่องขาดแคลนบุคลากร ผู้ปฏิบัติงานไม่สามารถคิดในเชิงสร้างสรรค์ได้หากผู้ปฏิบัติไม่มีทักษะที่เหมาะสม จึงเลือกใช้วิธีการเรียนรู้ภาคทฤษฎีควบคู่ไปกับภาคปฏิบัติ ในปีนี้บริษัทได้ใช้เงินลงทุนเพิ่มอีก 1,000 ล้านบาท ขยายการสอนไปถึงระดับปริญญาตรี-โท จากเดิมที่สอนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) การชูประเด็นเรื่องเรียนฟรีในสาขาค้าปลีก ถือเป็นซีเอสอาร์ เพราะธุรกิจในยุคปัจจุบันไม่ได้แข่งขันกันในเรื่องคุณภาพสินค้าเท่านั้น แต่ยังแข่งกันเรื่องคุณภาพคนด้วย
นายสุดวิณ ปัญญาวงศ์ขันติ หุ้นส่วนสายงานตรวจสอบบัญชี บริษัท ไพร้ซ วอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด การทำซีเอสอาร์กับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะผลกระทบที่เกิดกับสิ่งแวดล้อมมาจากการกระทำของคน หากจะรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมต้องมีการปรับจิตสำนึกคน จะส่งผลสืบเนื่องให้การทำงานในออฟฟิศปรับตัวดีขึ้นด้วย ในส่วนของบริษัทเลือกจะพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้วยโครงการพัฒนาภาวะความเป็นผู้นำ ทำมาต่อเนื่อง 4-5 ปีแล้ว สิ่งที่ได้รับหลังจากให้พนักงานเข้าไปทำกิจกรรมเรียนรู้กับชุมชนในพื้นที่ต่างจังหวัด คือได้เรียนรู้สภาวะความเป็นผู้นำ และได้เรียนรู้ว่าในพื้นที่ต่างจังหวัดคนที่เป็นผู้นำไม่ใช่คนที่มีฐานะร่ำรวย แต่เป็นผู้ที่คนในท้องถิ่นให้การยอมรับ หน้า 20
|