หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ที่สุดแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรม

คอลัมน์ แยบยลกลยุทธ์  โดย ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค  ประชาชาติธุรกิจ  วันที่ 04 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3902 (3102)

กลยุทธ์และเทคนิคในการสร้างสรรค์นวัตกรรมมีมากมายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ กล่องความคิดเห็น แบบดั้งเดิมที่ให้บุคลากรมาหย่อนแสดงความเห็นใหม่ๆ หรือเมื่อนำเทคโนโลยีร่วมสมัยมาผสมผสาน ก็อาจจะนำกล่องความเห็นดังกล่าว มาบรรจุไว้ในอินทราเน็ตของกิจการ เพื่อความสะดวกรวดเร็วของบุคลากรในการมีส่วนรวมแบบไฮเทคครับ

หรือจะเป็นแนวคิดการต่อยอดความคิดใหม่ๆ โดยการ "ระดมสมอง" ซึ่งก็เป็นรูปแบบดั้งเดิมที่ใช้กันมานาน แต่ก็นำมาประยุกต์ให้มีความเป็นโมเดิร์นมากขึ้น โดยการใช้เครื่องมือในอินเทอร์เน็ตต่างๆ เช่น การใช้เว็บบอร์ด เพื่อเกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การใช้แชตรูม เพื่อพูดคุยกันได้ทันทีทันใด เสมือนพูดกันต่อหน้าต่อตาอย่างแท้จริง ที่ฮิตที่สุดตอนนี้ก็คือ การใช้ "เครือข่ายทางสังคมในเน็ต" (social networking) เช่น บล็อก ก็กลายเป็นสิ่งที่ทรงอานุภาพอย่างมากในขณะนี้ครับ

นอกจากนี้ จากกลยุทธ์ของกิจการระดับโลกต่างๆ ก็เป็นความคิดริเริ่มที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เริ่มจากฟอร์ด มอเตอร์ บริษัทรถยนต์อันดับสามของโลก ได้ริเริ่มใช้บรรยากาศในการทำงานเพื่อกระตุ้นนวัตกรรมสร้างสรรค์ให้กับบุคลากร โดยศูนย์การพัฒนานวัตกรรมของฟอร์ดนั้น ทาผนังสีม่วง ซึ่งในห้องต่างๆ ก็มีรถบังคับวิทยุจำลองให้บุคลากรเล่นมากมายหลายแบบ มีแบบจำลองอนุสาวรีย์เทพีสันติภาพวางอยู่ และยังมีโซฟาแบบล้ำสมัยใช้กระตุ้นจินตนาการขณะพักผ่อนอีกด้วย

หรือเทคนิคที่บริษัทเลโก้นำมาใช้ ก็ร่วมสมัยน่าสนใจมากครับ โดยนำเอาผลิตภัณฑ์ของตน เข้ามาใช้กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์นอกกรอบแปลกใหม่ด้วย ซึ่งจะให้บุคลากรหัวกะทิของกิจการมาร่วมเล่นตัวต่อของเลโก้ นัยว่าจะช่วยปลดปล่อยจินตนาการอย่างเป็นระบบ และเป็นแหล่งก่อเกิดนวัต กรรมอย่างเป็นรูปธรรมให้เกิดขึ้นมาได้ เสมือนกับเล่นไปคิดไป กลับเป็นเด็กช่างคิดช่างเรียนรู้อีกครั้ง เพื่อนำสู่ผลิตภัณฑ์ชั้นยอดให้จงได้นั่นเอง

ในกรณีของบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก เจเนอรัล อิเล็กทริกส์ หรือ จีอี ที่มีธุรกิจหลากหลายแขนงมากมาย ก็มีกลยุทธ์เกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรม โดยการเน้นที่ผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามาช่วยเฟ้นหาความต้องการของลูกค้า แทนที่จะติดอยู่กับบุคลากรภายในเท่านั้น

ซึ่งก็จะทำให้การพัฒนาไอเดียใหม่ๆ ไม่ต้องวนอยู่ในอ่างอีกต่อไป รวมถึงการจัดคอร์สฝึกอบรมการคิดแบบนวัตกรรม ให้กับผู้บริหารระดับสูงทุกคน ซึ่งถือเป็นภาคบังคับที่ต้องมาเรียนกันทุกคนเลยทีเดียว ซึ่งเจตนาหลักก็คือ ต้องการให้ผู้บริหารจากที่หลากหลายฝ่ายและหลายแห่งนี้ ได้มาพบปะแลกเปลี่ยนไอเดียและความรู้ซึ่งกันและกัน อันถือเป็นประเด็นหลัก ของการสร้างจินตนาการนอกกรอบครับ

อีกหนึ่งองค์กรที่มีชื่อหอมหวนในเชิงนวัตกรรม คือ เจเนเทค บริษัทยาชื่อดัง ที่เน้นย้ำอีกด้านหนึ่งว่า การเทรนนิ่งจะมากน้อยเท่าไร ไม่สำคัญเท่าการเปลี่ยนลักษณะการคิด และความเชื่อในจิตใจคนให้ได้ นั่นคือ วัฒนธรรมของบุคลากรจะต้องมีการปรับเปลี่ยน โดยบุคลากรจะต้องให้ความสำคัญยิ่งยวดต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมนี้

ถึงขนาดว่า นักวิจัยในบริษัทเจเนเทค จะต้องส่งผลงานวิจัยไปตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ เฉกเช่นเดียวกับสถาบันการศึกษาชั้นนำอย่าง ฮาวาร์ด สแตนฟอร์ด ฯลฯ เลยทีเดียว ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของวงการธุรกิจ ที่เข้ามาร่วมค้นคว้าวิจัยบริสุทธิ์ขั้นพื้นฐานเชิงวิชาการเหล่านี้ และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ ก็ได้นำมาพัฒนาต่อยอด เป็นยายอดนิยม อาทิ ยารักษาอาการตาเสื่อม ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างมาก ทำรายได้กว่าหมื่นล้านบาทต่อปีทีเดียว

ในกรณีของไอบีเอ็ม ก็มีโครงการด้านนวัต กรรมที่น่าทึ่ง คือ โครงการ InnovationJam ซึ่งเป็นการจัดอีเวนต์ออนไลน์ขึ้นมา โดยนำบุคลากร พันธมิตร และลูกค้าของไอบีเอ็มเข้ามาร่วมปรึกษาอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 150,000 คนครับ นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาหน่วยงานวิจัยที่มีความร่วมมือจากนักวิจัยถึง 3,000 คนที่กระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ให้เข้ามาร่วมคิดร่วมแก้ปัญหาในประเด็นต่างๆ ของกิจการ อีกทั้งยังมีโปรแกรมในลักษณะ "ศูนย์บ่มเพาะไอเดียใหม่ๆ ทางธุรกิจ" เพื่อช่วยฟูมฟักความคิดสร้างสรรค์ตั้งแต่ยังเป็นวุ้นกันเลยครับ

ส่วนกลยุทธ์การสร้างพันธมิตรธุรกิจ ก็ยังถือว่าเป็นส่วนหลักในการส่งเสริมนวัตกรรมอยู่ ซึ่งบริษัทโบอิ้งได้พยายามลดต้นทุน และระยะเวลาในการพัฒนาเครื่องบินโมเดลใหม่ๆ โดยใช้ความร่วมมือจากพันธมิตรธุรกิจทั่วโลก ร่วมมือกันออกแบบเครื่องบินหลายๆ ส่วน มาจากกิจการพันธมิตรทั้งในญี่ปุ่นและอิตาลี อาทิ บริษัทมิตซูบิชิ ช่วยในการพัฒนาปีกเครื่องบิน ส่วนกิจการในอิตาลีพัฒนาเครื่องช่วยการทรงตัวของเครื่อง เป็นต้น

ซึ่งเทคนิคการประสานความร่วมมือระหว่างกลุ่มพันธมิตรนี้ ก็คือ การจัดตั้ง "Partner Council" ขึ้นมา โดยจะเป็นที่ซึ่งนัดหมายให้ผู้เชี่ยวชาญ จากแต่ละองค์กรเข้ามาพบปะประชุมหารือกันทุกๆ หกสัปดาห์ เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้น แนวทางดังกล่าวช่วยลดต้นทุนในการพัฒนานวัตกรรมของโบอิ้งลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง รวมทั้งระยะเวลาก็ลดลงมากอีกด้วย และที่สำคัญก็คือเครื่องบินโมเดลนี้ สร้างยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของกิจการทีเดียว

นอกจากเทคนิคการส่งเสริมทั้งหลายที่กล่าวไป การพัฒนานวัตกรรมยังมาจากการลด-ละ-เลิก ความเป็นทางการหรือ คอขวดทั้งหลายในกิจการครับ โดยบริษัทดิสนีย์ได้ขานรับในประเด็นนี้อย่างชัดเจน ซึ่งซีอีโอคนใหม่ของดิสนีย์นั้น ได้ยุบหน่วยงานกลางในการวางแผนลง เนื่องจากถูกมองว่าเป็นคอขวดในการประสานงานและสร้างความคิดใหม่ๆ จึงได้นำเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานนี้ไปกระจายลงสู่หน่วยงานอื่นๆ แทน ซึ่งก็จะทำให้ผู้เชี่ยวชาญในการวางแผนกลยุทธ์อยู่ใกล้ข้อมูล และสัมผัสงานจริงที่แต่ละหน่วยงานทำมากขึ้น ทราบประเด็นที่กำลังเผชิญอยู่อย่างแท้จริง จึงกำหนดแนวทางได้สอดคล้องยิ่งขึ้นครับ

นอกจากนี้ ยังกระตุ้นด้วยการให้นักวิจัยและพัฒนาแต่ละคน สามารถพบปะพูดคุยกับซีอีโอของกิจการแบบตัวเป็นๆ ตัวต่อตัว และให้เกิดความรู้สึกว่าตนเองได้รับความสำคัญ รวมถึงรับทราบนโยบายความเร่งด่วนของการพัฒนานวัตกรรมดังกล่าว ทำให้ถือเป็นการเติมพลังในการทำงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งเทคนิคที่กล่าวมานี้ ทำให้หน่วยธุรกิจใหม่ด้านวิดีโอเกมของดิสนีย์ประสบความสำเร็จอย่างสูง สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับกิจการ

โดยสรุปแล้ว นวัตกรรมมิใช่ได้มาโดยง่าย ไม่มีทางลัดหรือคำว่า "ฟลุก" สำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรม ที่สัมฤทธิผลอย่างต่อเนื่อง ต้องอาศัยความพยายามอย่างยิ่ง รวมถึงกระบวนการที่วางไว้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ วัฒนธรรมการเปิดรับความเห็นใหม่ๆ กล้าเสี่ยง กล้าลงทุน และมองว่าความล้มเหลวมิใช่เป็นสิ่งที่เลวร้ายเสมอไป จึงจะเป็นบ่อเกิดของนวัตกรรมที่สม่ำเสมอและยั่งยืนครับ

หน้า 50