|
||||||||||||||
|
ทางเลือกในการระดมทุน
คอลัมน์ คลื่นความคิด โดย เพ็ญลักษณ์ โล่ธุวาชัย ผู้วิเคราะห์อาวุโส ธปท. มติชนรายวัน วันที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10674 คงจำกันได้ว่าในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ บริษัทหลายแห่งประสบปัญหาขาดเงินทุนที่ใช้ในการดำเนินกิจการ โครงการก่อสร้างมากมาย ต้องหยุดชะงัก เพราะธนาคารพาณิชย์ระงับการปล่อยสินเชื่อ ปัญหาดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้น หากธุรกิจเหล่านั้นสามารถจัดหาเงินทุนจากแหล่งอื่น ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจไทยพึ่งพาการกู้ยืมจากสถาบันการเงินมากถึงร้อยละ 64 ของเงินทุนทั้งหมด ที่ระดมจากตลาดการเงินในขณะนั้น ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 34 และ 2 ก็มาจากตลาดหุ้นและตลาดหุ้นกู้เอกชน ในปัจจุบันสัดส่วนเหล่านี้ดีขึ้นเล็กน้อย เป็นร้อยละ 48 44 และ 8 ตามลำดับ ว่ากันตามจริงแล้ว แหล่งระดมทุนทั้ง 3 แหล่งเอื้อประโยชน์ต่อผู้ระดมทุนในช่วงเวลาที่ต่างกัน กล่าวคือในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว ความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินก็จะเพิ่มมากขึ้น ความน่าสนใจที่จะลงทุนในตลาดหุ้นก็จะลดลง ซึ่งมีผลให้การระดมทุนผ่าน 2 ช่องทางนี้ทำได้ยากขึ้น แต่ในภาวการณ์แบบนี้ อัตราดอกเบี้ยก็จะมีแนวโน้มลดลง ทำให้มีผู้สนใจลงทุนในตราสารหนี้เพิ่มขึ้น การระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้ ในช่วงเศรษฐกิจขาลง จึงน่าจะทำได้ง่ายกว่า อย่างไรก็ดี การพึ่งพาตลาดหุ้นกู้เอกชนเพียงร้อยละ 8 อยู่ในระดับที่ต่ำมาก ทางการจึงได้พยายามสนับสนุน ให้ใช้ช่องทางนี้กันมากขึ้น เมื่อต้นปี 2550 สำนักงาน ก.ล.ต.ได้ผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตออกขายหุ้นกู้ ทำให้ในปัจจุบันการออกหุ้นกู้มีขั้นตอนน้อยลง และใช้เวลาดำเนินการน้อยกว่าในอดีตมาก ข้อดีประการหนึ่งของการระดมทุนโดยการออกหุ้นกู้คือ เงื่อนไขในการออกหุ้นกู้น้อยกว่าการนำหุ้น เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาก นอกจากนั้นการออกหุ้นกู้อย่างต่อเนื่อง ก็ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ชื่อเสียงของบริษัทและสร้างความน่าเชื่อถือของธุรกิจในตลาดการเงินด้วย จุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างของหุ้นกู้ คือ ผู้ออกหุ้นกู้สามารถกำหนดต้นทุนเงินกู้ให้คงที่ได้แม้จะเป็นการกู้เงินระยะยาว ในขณะที่สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์จะปรับตัวตามอัตราดอกเบี้ยในตลาด ในช่วงนี้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาลง หากบริษัทมีแผนจะระดมทุน ก็น่าจะพิจารณาทางเลือกในการออกหุ้นกู้ด้วย ซึ่งอาจจะทำให้บริษัทสามารถจัดหาเงินทุนได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าการกู้ยืมโดยตรงจากสถาบันการเงิน และสามารถคงอัตราดอกเบี้ยนั้นได้ในระยะยาว ไม่ว่าจะพิจารณาในด้านผู้ออกหุ้นกู้หรือผู้ซื้อหุ้นกู้ จะเห็นว่าต่างก็ได้รับประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ในช่วงที่เศรษฐกิจขยายตัว การจัดหาเงินทุนในการดำเนินงานคงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับภาคธุรกิจ แต่บริษัทที่สามารถเข้าถึง ช่องทางการระดมทุนทุกช่องทาง ก็จะจัดหาเงินทุนได้เสมอไม่ว่าสภาวะเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ดังนั้น การพิจารณาลู่ทางการระดมทุนผ่านตลาดหุ้นกู้เอกชนเพื่อให้สามารถใช้เป็นทางเลือกเมื่อมีความจำเป็น จึงเป็นเรื่องที่น่าจะสนับสนุน และช่วงเวลาในขณะนี้ ก็น่าจะเป็นโอกาสเหมาะสมที่จะคิดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง หน้า 20
|