หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ปัญหาราคาอาหารทะเล ผักผลไม้ : JTEPA น่าจะช่วยได้บ้าง

คอลัมน์ คลื่นความคิด  โดย สกล หาญสุทธิวารินทร์  มติชนรายวัน  วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10733

ราคาสินค้าเกษตรปีนี้อาจกล่าวได้ว่า โดยทั่วไปราคาอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ทั้งราคาข้าวเปลือก ข้าวสาร รวมทั้งหัวมันสำปะหลังอยู่ในเกณฑ์ดี ราคาส่งออกสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ จะมีสินค้าเกษตรบางรายการที่มีปัญหาอยู่บ้าง เช่น สินค้ากุ้ง

ในปี 2550 ประมาณการว่าจะสามารถผลิตกุ้งได้ 550,000 ตัน สูงกว่าปีที่แล้วที่ผลิตได้ 507,000 ตัน กุ้งที่ผลิตได้ส่วนใหญ่เป็นกุ้งขาวแวนนาไม กุ้งที่ผลิตได้ทั้งหมดจะบริโภคภายในประเทศประมาณ 10% คือประมาณ 55,000 ตัน ที่เหลืออีก 400,000 ตัน จะส่งออก ตลาดที่ส่งออกสำคัญของไทยคือสหรัฐอเมริกามีสัดส่วน 58% ญี่ปุ่น 15.3% สหภาพยุโรป 5.1% จะเห็นว่าผลผลิตกุ้งประมาณ 90% ต้องพึ่งตลาดส่งออก ดังนั้นหากตลาดส่งออกมีปัญหา ก็จะมีผลกระทบต่อราคากุ้งที่เกษตรกรจะได้รับ

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา กุ้งไทยที่ส่งไปสหรัฐอเมริกาถูกกล่าวหาว่าทุ่มตลาดและถูกเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดในอัตรา 5.29%-6.82% นอกจากนี้สหรัฐอเมริกายังกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องวางหลักประกันอากร AD (Continuous Bond) ทำให้ผู้นำเข้าผลักภาระให้ผู้ส่งออกไทย มีผลกระทบต่อราคากุ้งที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจะขายได้ กรณีที่สหรัฐอเมริกา เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด และเรียกเก็บเงินค้ำประกันดังกล่าวทางไทยเห็นว่า เป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง จึงได้ฟ้องสหรัฐอเมริกาต่อองค์การการค้าโลกแล้ว หากไทยชนะก็จะทำให้อุปสรรคส่วนนี้ลดลงไป ซึ่งจะมีผลต่อราคาส่งออกที่ดีขึ้น แต่ขั้นตอนนี้ต้องใช้เวลาอยู่บ้าง

จากการที่ญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกกุ้งไทยรองจากสหรัฐอเมริกา ทำให้ต้องนึกถึงความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic Partnerships Agreement : JTEPA) ที่ได้มีการลงนามระหว่างนายกรัฐมนตรีไทย กับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2550 และคาดว่าจะมีผลใช้บังคับประมาณเดือนตุลาคม 2550 ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งสินค้าเกษตรไปญี่ปุ่นโดยเฉพาะกุ้งที่มีปัญหาเรื่องราคาในขณะนี้หรือไม่

เมื่อพิจารณาจากความตกลงดังกล่าวปรากฏว่าญี่ปุ่นต้องยกเลิกหรือลดภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรของไทย เช่น

-กุ้งสด กุ้งต้ม กุ้งแช่เย็น แช่แข็งและแปรรูป ผลไม้เมืองร้อน เช่นทุเรียน มะละกอ มะม่วง มังคุด มะพร้าว ผลไม้แช่เย็น แช่แข็งหรือแช่ในน้ำตาล ผักและผลไม้แปรรูป ผลไม้กระป๋องต้องยกเลิกภาษีทันที

-ไก่ปรุงสุกลดจาก 6% เป็น 3% ใน 5 ปี

-อาหารทะเลสำเร็จรูปลดจาก 9.6% เป็น 0% ใน 5 ปี

-ปลาหมึกกล้วยแช่เย็น แช่แข็งลดลงจาก 3.5% เป็น 0% ใน 5 ปี

จะเห็นได้ว่าสินค้ากุ้งอยู่ในรายการยกเลิกภาษีทันที แต่ปรากฏว่าอัตราภาษีนำเข้าที่ญี่ปุ่นเก็บอยู่ในปัจจุบันมีอัตรา 1% การยกเลิกภาษีทำให้ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า 1% ถึงแม้จะดูไม่มากแต่ก็ทำให้ต้นทุนนำเข้าลดลงบ้าง ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งออกกุ้งไปญี่ปุ่นได้พอสมควร สำหรับสินค้าที่จะได้รับประโยชน์มากอย่างเห็นได้ชัด คือผลไม้เมืองร้อนที่ไทยผลิตได้ ที่มีอัตราภาษีนำเข้าญี่ปุ่นในปัจจุบันในอัตรา 10-20% ที่จะยกเลิกภาษีทันที รองลงไปได้แก่ไก่ปรุงสุก อาหารทะเลสำเร็จรูป ปลาหมึกกล้วยแช่เย็นแช่แข็งที่ทยอยลดภาษีเป็น 0% ภายใน 5 ปี

หน้า 20