|
||||||||||||||
|
คนไทยในเข่งห้าเหลี่ยม
บ้านเขาเมืองเรา : ไสว บุญมา กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 06 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 เมื่อเดือนที่แล้ว มีหนังสือชื่อ The Pentagon : A History เขียนโดย Steve Vogel พิมพ์ออกมา หนังสือเล่มนี้มีความหนาถึง 626 หน้า จึงนับว่าสมกับที่เป็นประวัติของตึก 5 เหลี่ยม ซึ่งเป็นตึกสำนักงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นศูนย์บัญชาการ ของกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา มีเรื่องเชิงขบขันเล่าต่อๆ กันมาตั้งแต่สมัยก่อสร้างในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่า เด็กส่งเอกสารหลงอยู่ในตึกขนาดมหึมาหลังนั้น กว่าจะออกมาได้เขาก็มียศถึงนายพันโท แม้แต่นายพลห้าดาวชื่อ ดไวท์ ไอเซนฮาวเออร์ เองก็ยังกลับที่ทำงานไม่ถูก เมื่อเข้าไปทำงานในตึกนั้นใหม่ๆ ในตำแหน่งประธานคณะเสนาธิการทหาร หลังจากเสร็จกิจบัญชาการกองทัพพันธมิตรในยุโรป แต่ท่านนายพลคนนี้มีทั้งความกล้า และความเชื่อมั่น ท่านจึงไม่อายที่จะขอร้องเลขานุการ ซึ่งนั่งอยู่ใกล้ทางที่ท่านเดินผ่านไปให้ชี้ทางกลับสำนักงานแก่ท่าน พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีของไทย กล่าวในงานเสวนาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ความกล้าและความเชื่อมั่น เป็นสองปัจจัยที่จะพาเมืองไทยไปสู่การพัฒนา เมืองไทยต้องการผู้นำที่มีทั้งความกล้าและความเชื่อมั่นเพื่อช่วยลดความกลัว ซึ่งคนไทยมีอยู่ในฐานความคิดเบื้องต้น จนไม่กล้าทำอะไรที่จะผลักให้ตนหลุดพ้นจากเข่ง ความเห็นของท่านนายกรัฐมนตรีมีค่าและน่าสนใจ แต่มันแย้งได้ทันที เพราะเมืองไทยเพิ่งมีนายกรัฐมนตรีซึ่งมีทั้งความกล้า และความเชื่อมั่น ทว่าความกล้าและความเชื่อมั่นนั้น กลับทำให้ท่านคิดนอกคอกและทำนอกคัมภีร์ ยังผลให้ตอนนี้บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะวิกฤติ จนต้องใช้ทั้งเวลาและทรัพย์สินจำนวนมหาศาลหมดไปกับการแก้ปัญหา แทนที่จะใช้ในการพัฒนาประเทศ หลังจากฟังท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว คนไทยจะกล้าและเชื่อมั่นมากขึ้นแค่ไหนยังไม่เป็นที่ประจักษ์ ถ้าจะให้ฟันธงตรงนี้ คงต้องฟันว่า "ไม่" นั่นหมายความว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังจะหลงวนเวียนอยู่ในเข่ง 5 เหลี่ยม เฉกเช่นเด็กส่งเอกสารในตึก ที่มีชื่อว่า The Pentagon ที่ฟันธงเช่นนั้น เพราะเข่ง 5 เหลี่ยมทางสังคมและการเมือง ซึ่งขังคนไทยจนทำให้ทะเลาะกัน คล้ายไก่ในเข่งที่จิกตีกันอยู่ในปัจจุบันนี้ มีความแน่นหนายิ่งทั้ง 5 เหลี่ยม อันได้แก่ อัตตาธิปไตย (Autocracy) ขโมยาธิปไตย (Kleptocracy) ธนาธิปไตย (Plutocracy) ญาติกาธิปไตย (Cronyismocracy) และประชานิยมาธิปไตย (Populismocracy) ผู้นำรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา มักมุ่งเสริมความแน่นหนาให้เข่งอุบาทว์ลูกนี้ แทนที่จะพยายามชักนำคนไทยให้ช่วยกันรื้อมันออก แม้จะเปลี่ยนการปกครองมาเป็นเวลา 75 ปีแล้วก็ตาม แต่ผู้นำรัฐบาลไทยส่วนใหญ่ยังชอบใช้อำนาจเผด็จการ ซึ่งมีตนเองเป็นศูนย์กลางไม่ต่างกับในยุคที่ประเทศมีการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ คนไทยส่วนใหญ่ไม่เคยคัดค้าน มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ไม่เห็นด้วย นานๆ จึงจะมีบางคนกล้าออกมาคัดค้านอย่างจริงจังสักครั้ง เนื่องจากผู้คัดค้านมักต้องเอาชีวิตเข้าแลก ดังที่เห็นได้ในเหตุการณ์พฤษาทมิฬและตุลามหาวิปโยค หลังจากมีรัฐธรรมนูญแนวประชาธิปไตยแบบใกล้อุดมคติเมื่อปี 2540 คนไทยก็ยังได้ผู้นำที่มีอัตตาไม่น้อยกว่า หัวหน้ารัฐบาลเผด็จการในอดีต หลังจากเปลี่ยนการปกครอง นอกจากผู้นำรัฐบาลส่วนใหญ่ จะเป็นนักอัตตาธิปไตยชนิดเต็มตัวแล้ว หลายคนยังมักฉ้อฉลจนเข้าข่ายเป็นนักขโมยาธิปไตยอีกด้วย นักขโมยาธิปไตยทำให้เมืองไทยตกอยู่ในภาวะวิกฤติในปัจจุบัน แต่จะไปโทษผู้นำถ่ายเดียวย่อมไม่ได้ เพราะคนไทยเกิน 70% คิดว่าความฉ้อฉลไม่ใช่สิ่งเสียหายใหญ่หลวง นั่นจะหมายความว่าอะไรไม่ได้ นอกจากคนไทยส่วนใหญ่จะโกงเมื่อมีโอกาส เมืองไทยเป็นสังคมขโมยาธิปไตย ซึ่งมีหัวใจเป็นโจร โอกาสที่จะหนีพ้นวังวนของความด้อยพัฒนาจึงมีน้อย สังคมไทยกลายเป็นสังคมบูชาเงินมากขึ้นเรื่อยๆ ควบคู่ไปกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งเปิดโอกาสให้มีมหาเศรษฐีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซ้ำร้ายคนไทยส่วนใหญ่ มักไม่แยกความรวยที่ได้มาด้วยวิธีที่ถูกกฎหมาย และไม่ผิดศีลธรรมจรรยา ออกจากความรวยที่ได้มาด้วยการละเมิดกฎหมาย และไม่อยู่ในกรอบของศีลธรรมจรรยา นำไปสู่การเคารพบูชาทุกคนที่มีเงิน เงินซื้อได้เกือบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคะแนนเสียงเลือกตั้ง สถานะทางสังคม หรือความชอบธรรม ชนชั้นผู้นำส่วนใหญ่พร้อมที่จะใช้เงิน เพื่อซื้อทุกอย่างรวมทั้งตำแหน่งทางการเมืองด้วย ตราบใดที่คนไทยยังยึดเงินเป็นสรณะ และพร้อมที่จะขายแม้กระทั่งจิตวิญญาณ การพัฒนาที่ราบรื่นย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ แม้ระบบญาติกาธิปไตยและประชานิยมาธิปไตยจะมีมานาน แต่มันเพิ่งมาเบ่งบานเต็มที่ในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมานี้เอง เมื่อสมาชิกในครอบครัวและญาติมิตรของผู้นำ ได้รับโอกาสพิเศษทั้งในด้านการเข้าบริหารประเทศ และในด้านการสร้างความมั่งคั่ง จากนโยบายและโครงการของรัฐ นอกจากนั้นรัฐบาลพร้อมที่จะหว่านเงินของรัฐ เพื่อทำทุกอย่างที่จะสร้างความนิยมในระยะสั้นให้กับรัฐบาล และตัวผู้นำทั้งที่การกระทำเหล่านั้นอาจละเมิดหลักวิชา และจะสร้างความเสียหายในระยะยาวต่อประเทศชาติ ระบบประชานิยมาธิปไตยมีความชั่วร้ายหลายอย่าง รวมทั้งเมื่อนำมาใช้แล้วเลิกยาก ขโมยาธิปไตยผสมกับอัตตาธิปไตยและญาติกาธิปไตยในสมัยที่เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส บริหารประเทศฟิลิปปินส์อยู่ 22 ปี ยังผลให้ประเทศนั้นล้มลุกคลุกคลานมาจนถึงวันนี้ ประชานิยมาธิปไตยเสริมด้วยขโมยาธิปไตยและญาติกาธิปไตย ทำให้อาร์เจนตินาพัฒนาถอยหลังทั้งที่ครั้งหนึ่งเคยก้าวหน้ากว่าประเทศในยุโรปเป็นส่วนใหญ่ สองประเทศนี้มีปัญหาหนักหนาสาหัส ทั้งที่มีเข่งเพียงสามเหลี่ยมเท่านั้น เมืองไทยในขณะนี้มีเข่งถึงห้าเหลี่ยม ฉะนั้นเราต้องการผู้นำที่มีทั้งความกล้าและความเชื่อมั่นตามอุดมการณ์ของท่านนายกรัฐมนตรีพร้อมกับมีจรรยาบรรณอันสูงส่ง และความมุ่งมั่นที่จะรื้อเข่งอุบาทว์นั้นทิ้ง ในขณะเดียวกัน เราต้องการให้คนไทยส่วนใหญ่พร้อมใจกันเลือกผู้นำชนิดนั้น แล้วร่วมกันลงมือรื้อเข่งอย่างเต็มที่ แต่ ณ วันนี้ ยังไม่มีวี่แววของผู้นำชนิดนั้นและความพร้อมใจกันของคนไทย
|