หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
เปิดสมุดเหลือง คตส. เช็กบิล 13 เรื่อง 3.7 หมื่นล้านบาท

ประชาชาติธุรกิจ  วันที่ 02 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3909 (3109)

คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหาย แก่รัฐ (คตส.) เปิดเผย "สมุดปกเหลือง" ชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของ คตส.สืบเนื่องมาจากการทุจริตในโครงการต่างๆ

คตส.เริ่มต้นพิจารณาเรื่องของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จำนวน 23 เรื่อง โดยได้พิจารณารับไว้เบื้องต้น 8 เรื่อง และรับเพิ่มเติม จากเรื่องที่มีการร้องต่อ คตส.ในภายหลังอีก 5 เรื่อง รวมทั้งสิ้น 13 เรื่อง โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.การตรวจสอบการซื้อขายหุ้นและโอนหุ้น บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ

ผลการตรวจสอบ การหลีกเลี่ยงภาษีของญาติ บุตรธิดา และบริษัท ของครอบครัวผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรวมเป็นภาษีและเงินเพิ่มที่ ต้องชำระ 33,108 ล้านบาท

2.การให้เงินกู้เพื่อซื้อเครื่องจักรและพัฒนาประเทศแก่รัฐบาลสหภาพพม่าของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย

ผลการตรวจสอบกรณีนี้มีการสั่งการให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (Exim Bank) ให้รัฐบาลสหภาพพม่ากู้เงินเพื่อซื้อสินค้าและบริการของบริษัทเอกชนรายหนึ่งในจำนวนเงินกู้ประมาณ 1,000 ล้านบาท

3.การจ้างก่อสร้างและจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง ตรวจสอบผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหาร จำกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ปรากฏว่าจากการตรวจสอบกระแสทางเดินเงินพบว่า การซื้อเครื่องมือวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ผ่านบริษัทคนกลาง ทั้งที่บริษัทที่ประมูลได้ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนจำหน่าย และบริษัทคนกลางได้รับ ผลประโยชน์ไปประมาณ 300 ล้านบาท จากวงเงินตามสัญญาเฉพาะส่วนนี้ 833 ล้านบาท และพบว่ามีการถอนเงินออกไป ในลักษณะปกปิดการได้มาเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ

4.การไต่สวนกรณีกล่าวหา ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกับพวก กระทำผิดทางอาญา กรณีโครงการจัดซื้อจัดจ้าง ปรับเปลี่ยนสายพานลำเลียงกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสาร และเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิด ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ผลการตรวจสอบ นักการเมือง ข้าราชการและบุคคลอื่น ร่วมกันกระทำความผิดด้วยการแบ่งหน้าที่กันทำ ทำให้บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) และประชาชนได้รับความเสียหายด้วยการจัดหา และติดตั้งสายพานลำเลียงกระเป๋า และสัมภาระผู้โดยสาร และเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิด (CTX 9000 Dsi) ท่าอากาศยานสุวรณภูมิ ในราคาแพงกว่าปกติไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีการทำนิติกรรมอำพรางเพื่อช่วยเหลือผู้รับจ้างมิให้เป็นฝ่ายประพฤติผิดสัญญาและไม่ต้องเสียค่าปรับ ทำให้บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) ได้รับความเสียหายไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาท ถือว่าบุคคลดังกล่าวมีเจตนาร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ (บทม.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) และประชาชนอันเป็นมูลความผิดทางอาญา

5.การไต่สวนโครงการจัดซื้อจัดจ้างท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ผลการตรวจสอบ การดำเนินการออกแบบและกำหนดเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาของบริษัท อิเล็คโทรวัตต์คอนซัลติ้งเซอร์วิสเซสส์ (ประเทศไทย) จำกัด และเจ้าหน้าที่ของ บทม.โดยมิชอบ โดยเปลี่ยนชนิดของวัสดุ ท่อร้อยสายไฟฟ้าซึ่งวัสดุที่เปลี่ยนราคาแพงกว่าวัสดุเดิมไม่ต่ำกว่า 2 เท่าตัว และมีการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับ การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 และกฎหมายอาญาอื่น ความเสียหายที่เกิดขึ้นประมาณ 200 ล้านบาท

6.การไต่สวนกรณีกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและภริยา ในการเข้ามาทำสัญญาจะซื้อจะขาย และสัญญาซื้อขายที่ดินของกองทุนฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (ที่ดินถนนรัชดาภิเษก) ซึ่งเป็นการปฏิบัติ ไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542

ผลการตรวจสอบ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ร่วมกับพวกกระทำความผิดทางอาญาที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการ พิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งอัยการสูงสุดได้ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2550 ความเสียหายเท่ากับมูลค่าของที่ดินจำนวน 4 โฉนด เนื้อที่ 33-0-78.9 ไร่ บริเวณ ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งยังประมาณราคาตลาดมิได้ แต่ราคาที่เกิดปรากฏ ตามสัญญาที่เป็นส่วนของการกระทำผิดเป็นเงิน 772 ล้านบาท

7.การไต่สวนกรณีกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกับพวก กระทำความผิดเกี่ยวกับโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ผลการตรวจสอบ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ถูกอายัดทรัพย์ ได้ร่วมกับพวกรวม 49 คนกระทำการที่เป็นความผิดทางอาญา และก่อให้ เกิดความเสียหายแก่รัฐ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการไต่สวนมีพยานหลักฐาน บ่งบอกชัดเจนทั้งเอกสาร และพยานบุคคลว่ามีการกระทำผิดทางอาญาจริง และก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ดังนี้

ความเสียหายของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นเงิน 16,027,505,235.94 บาท

ความเสียหายของกระทรวงการคลัง ในส่วนที่ไม่ได้ภาษีอากรที่จะต้องได้ตามประมวลรัษฎากร เป็นเงิน 8,970,740,822.62 บาท

กระทรวงมหาดไทยต้องขาดประโยชน์ในการไม่ได้รับภาษีการพนัน ตามพระราชบัญญัติการพนันฯ เป็นเงิน 12,792,152,581.50 บาท

รวมเป็นความเสียหายของรัฐทั้งสิ้นในการกระทำผิดทางอาญาของผู้ ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกับพวกเป็นเงินทั้งสิ้น 37,790,398,640.06 บาท

8.การไต่สวนกรณีกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกับพวก กรณีกระทำความผิดโครงการจัดซื้อต้นกล้ายาง และการดำเนินการโครงการ ปลูกยาง 90 ล้านต้น ของกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ผลการตรวจสอบการอนุมัติโครงการและอนุมัติการใช้เงินกองทุนรวม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ไม่ชอบด้วยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร พ.ศ.2534 และการขอรับการสนับสนุนจาก สกย.ใช้เงิน CESS ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์ การทำสวนยาง พ.ศ.2503 มูลค่าของการอนุมัติให้ใช้เงินในโครงการนี้ เฉพาะที่เกี่ยวกับการผลิตพันธุ์ยางมีมูลค่า 1,440 ล้านบาท

9.การไต่สวนกรณีทุจริตเกี่ยวกับการจัดซื้อรถดับเพลิงและเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร

ผลการตรวจสอบ การดำเนินการจัดซื้อยานพาหนะดับเพลิงและอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ซึ่งดำเนินการโดยบุคคลหลายฝ่าย มีมูลค่าน่าเชื่อว่า เป็นการกระทำร่วมกัน มีเป้าหมายอันเดียวกัน ขัดต่อมติคณะรัฐมนตรี ระเบียบ และกฎหมาย โดยมีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของสินค้า วิธีการ และราคาไว้ล่วงหน้า ส่อไปในทางมีเจตนาทุจริต เป็นเหตุให้มี การจัดซื้อในราคาที่สูงเกินความเป็นจริง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ เป็นจำนวนเงิน 1,900 ล้านบาทเศษ

10.การไต่สวนกรณีกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คณะกรรมการบริหาร และพนักงานธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และพวกร่วมกันกระทำความผิดฐานเป็นพนักงาน หรือเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ผลการตรวจสอบ การให้เงินกู้โดยทุจริตของผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าการกู้ประมาณ 5,185 ล้านบาท

11.การไต่สวนกรณีกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กระทำความผิดทางกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ก่อให้เกิดความเสียหาย แก่รัฐ เพื่อเอื้อประโยชน์ธุรกิจของตนเอง และพวกพ้อง (ในส่วนของการแปลงค่าสัมปทาน เป็นภาษีสรรพสามิตเกี่ยวกับกิจการโทรคมนาคมและเรื่องอื่นๆ)

ผลการตรวจสอบ (1) แก้ไขสัญญาข้อตกลงลดส่วนแบ่งรายได้ค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบใช้บัตรจ่ายเงินล่วงหน้า (prepaid) เพื่อประโยชน์ แก่บริษัทเอกชนซึ่งเป็นการแก้ไขสัญญาโดยมิได้ดำเนินให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน หรือดำเนินการในกิจการ ของรัฐ พ.ศ.2535 ให้รัฐเสียผลประโยชน์ตลอดอายุสัมปทานเป็นเงินประมาณ 71,677 ล้านบาท

(2) แก้ไขสัญญาข้อตกลงปรับเกณฑ์การตัดส่วนแบ่งรายได้ให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เพื่อเอื้อประโยชน์แก่บริษัทเอกชน ทำให้รัฐเสียหายประมาณ 700 ล้านบาท

(3) ตราพระราชกำหนดภาษีสรรพสามิตในกิจการโทรคมนาคม และได้มีมติคณะรัฐมนตรีแปลงค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต ทำให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เสียหายประมาณ 30,667 ล้านบาท

12.การไต่สวนกรณีกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและพวก กระทำความผิดเกี่ยวกับการก่อสร้าง โครงการระบบขนส่งทางรถไฟฟ้า เชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของการรถไฟแห่งประเทศไทย ฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ผลการตรวจสอบ เป็นการดำเนินการโดยทุจริตซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐประมาณ 1,200 ล้านบาท

13.การไต่สวนกรณีกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและพวก ร่วมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างเอกชน โดยการเคหะแห่งชาติ โครงการบ้านเอื้ออาทรระยะที่ 4 ฐานเป็นพนักงาน หรือเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ผลการตรวจสอบ การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ในการรับซื้อโครงการ จากการรับซื้อเป็นรายโครงการ (turn key) เป็นการรับซื้อโดยจัดสรรหน่วยดำเนินการให้ผู้ประกอบการ (bid bond turn key) เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการ เข้ามาร่วมดำเนินงานมากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถประเมินเป็นตัวเงินได้ไม่น้อยกว่า 415.15 ล้านบาท ทั้งนี้มีความเสียหายที่ยังไม่สามารถประเมินเป็นเงินได้อีกไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท

รวมมูลค่าความเสียหายต่อรัฐทั้งหมดเป็นเงินกว่า 37,790,551,822 บาท

หน้า 2