|
||||||||||||||
|
งบประมาณปี
2551
คอลัมน์ นอกรอบ โดย ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ dr.nitinai@gmail.com ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 02 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3909 (3109) สวัสดีครับท่านผู้อ่าน เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2550 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติวงเงินงบประมาณประจำปีงบ ประมาณจำนวน 1,660,000 ล้านบาท โดยมีการประมาณการรายได้อยู่ที่ระดับ 1,495,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการจัดสรรงบประมาณแบบขาดดุล จำนวน 165,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1.8 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) โดยการจัดทำงบประมาณนี้ ได้ตั้งอยู่บนข้อสมมติฐานการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ระดับร้อยละ 5 โดยมีประมาณการอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ ร้อยละ 3.0 จริงๆ แล้วส่วนตัวผมก็ไม่ค่อยจะเชื่อสักเท่าไรว่า รัฐบาลจะสามารถจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2551 ได้ในระดับสูงขนาดนั้น ซึ่งเหตุผลส่วนใหญ่คือผมไม่เชื่อว่าปีงบประมาณ 2550 นี้รัฐบาลจะสามารถเก็บรายได้ได้ตามเป้า 1.42 ล้านล้านบาทแน่นอน (ฐานภาษีปี 2550 ต่ำ) นั่นก็หมายความว่าปีงบประมาณ 2551 รัฐบาลน่าจะมีการขาดดุลมากกว่าที่ประมาณ การไว้ โดยเฉพาะถ้าปีนี้หากรัฐบาลไม่สามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้า และต้องเหลื่อมจ่ายไปปีหน้าด้วยแล้วละก็ ปีหน้าเราอาจได้เห็นการขาดดุลเงินสดของรัฐบาลสูงเกินกว่าร้อยละ 2 ของ GDP ก็ได้ครับ ซึ่งการขาดดุลเงินสดที่อยู่ในระดับสูงขนาดนั้น กระทรวงการคลังคงต้องดำเนินการระดมทุน และบริหารจัดการหนี้อย่างระมัดระวัง นะครับ แต่ก็เอาละครับ เรื่องนั้นคงไม่ใช่ประเด็นที่จะคุยกันวันนี้ แต่วันนี้เราจะลองมาดูการจัดสรรงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2551 (การจัดสรรงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2551) กันนะครับว่าส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหน โดยในขั้นแรกเราลองไปดูก่อนนะครับว่าการจัดสรรงบประมาณประจำปีงบ ประมาณ 2551 ในแต่ละหมวดทางเศรษฐกิจที่สำคัญแตกต่างจากปี 2550 อย่างไร ซึ่งจากการศึกษาของผมโดยใช้ข้อมูลส่วนใหญ่จาก Socio-economic Survey ของสำนักงานสถิติแห่งชาติในช่วงระยะเวลา 10 ปี พบว่ารายจ่ายแต่ละ 1 บาทที่ลงไปในแต่ละหมวดจะส่งผลต่อเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน โดยการอัดฉีดเงินลงสู่รากหญ้าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากที่สุดครับ จากวงเงินงบประมาณแยกตามรายหมวดและผลกระทบของการใช้จ่ายแต่ละหมวดข้างต้น พบว่าหากงบประมาณทั้งหมด มีการเบิกจ่ายได้ร้อยละ 100 ภายในปีปฏิทิน 2551 โดยไม่มีผลกระทบในเชิงลบจากการระดมทุนเลย รายจ่ายงบประมาณประจำปี 2551 ดังกล่าวจะส่งผลต่อธุรกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มจากปี 2550 เป็นมูลค่า 160,765.58 ล้านบาท ซึ่งมูลค่าธุรกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นนี้จะส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2551 รวมทั้งสิ้นร้อยละ 1.75 ในทางกลับกัน เงินที่รัฐบาลจะนำมาใช้จ่ายในปีงบประมาณ 2551 มาจากไหนครับ ? ร้อยละ 90 ของรายได้รัฐบาล มาจากภาษีอากรครับ อีกเพียงประมาณร้อยละ 10 มาจากรายได้จากแหล่งอื่น เช่น กำไรนำส่งของรัฐวิสาหกิจ รายได้จากการบริหารสินทรัพย์ของรัฐ ฯลฯ และถ้า รัฐบาลหารายได้มาไม่พอก็ขาดดุล ก็ต้องชดเชย การขาดดุล ซึ่งในปัจจุบันอนุญาตให้ชดเชยการขาดดุลโดยการกู้ภายในประเทศเท่านั้นครับ จากการประมาณการแหล่งเงินทุนของกระทรวงการคลังแล้ว คาดว่าเงินงบประมาณปี 2551 จำนวน 1,660,000 ล้านบาทนั้นจะมา จากการจัดเก็บรายได้จำนวน 1,495,000 ล้านบาท และมาจากการกู้ยืมเงินภายในประเทศอีกจำนวน 165,000 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มขึ้นของรายได้จากปี 2550 จำนวน 75,000 ล้านบาท และเป็นการเพิ่มขึ้นของการกู้ในประเทศจากปี 2550 จำนวน 18,800 ล้านบาท โดย การเพิ่มขึ้นของการจัดเก็บรายได้จำนวนดังกล่าว จะส่งผลให้ธุรกรรมทางเศรษฐกิจในปี 2551 ลดลงประมาณ 128,250 ล้านบาท และการ เพิ่มขึ้นของเงินกู้จะส่งผลให้ธุรกรรมทาง เศรษฐกิจในปี 2551 ลดลงเพียงประมาณ 244 ล้านบาท ซึ่งธุรกรรมทางเศรษฐกิจที่ลดลงรวม 128,494 ล้านบาทในปี 2551 นี้จะส่งผลลบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ระดับร้อยละ -1.51 เมื่อพิจารณาโดยรวมทั้งผลเชิงบวกจากการ ใช้จ่าย และผลเชิงลบจากการระดมทุนแล้ว คาดว่างบประมาณปี 2551 จะส่งผลต่อการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 2551 สุทธิประมาณ ร้อยละ 0.24 ซึ่งท่านผู้อ่านต้องตระหนักนะครับว่า การ วิเคราะห์ข้างต้นเป็นการวิเคราะห์ผลกระทบต่อ GDP เพียงในระยะสั้น มิได้นำเอาปัจจัยการพัฒนาประเทศระยะยาว และที่สำคัญการจัดสรรงบประมาณปีนี้รัฐบาลมุ่งเน้นการจัดสรรงบประมาณ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งผมมิได้พูดถึงเลยในคอลัมน์วันนี้นะครับ หน้า 49
|