|
||||||||||||||
|
ประเทศที่ไม่ใช่...ระบบเศรษฐกิจการตลาด
คอลัมน์ คลื่นความคิด สกล หาญสุทธิวารินทร์ มติชนรายวัน วันที่ 02 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10705 ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มีประเทศที่ถูกจัดให้เป็นประเทศที่ไม่ใช่ระบบเศรษฐกิจการตลาด (Non-market economy:NME) หลายประเทศพยายามขอให้ประเทศคู่ค้าที่สำคัญของตน ยอมรับสถานะประเทศของตนว่า เป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจการตลาด (Market economy) เช่น รัสเซีย จีน ยูเครน เวียดนาม ซึ่งขณะนี้สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปยอมรับสถานะของประเทศรัสเซียแล้ว โดยยูเครนก็ได้การยอมรับสถานจากสหภาพยุโรป ส่วนประเทศจีน จนถึงขณะนี้มีประเทศที่ยอมรับสถานะภาพแล้ว 37 ประเทศ แต่ทั้งสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปยังไม่ยอมรับสถานะ เกณฑ์การพิจารณาว่าเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจการตลาดอย่างไรหรือไม่ ไม่มีหลักเกณฑ์กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ แต่ละประเทศมีเกณฑ์ที่ค่อนข้างแตกต่างกัน โดยสหรัฐอเมริกามีเกณฑ์ที่ค่อนข้างเข้มงวด แต่ทั้งนี้โดยทั่วไปอาจกล่าวได้ว่า ประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจการตลาดคือประเทศที่มีระบบการผลิตและการกระจายสินค้าและบริการ เป็นไปตามกลไกตลาดที่กำกับโดยระบบราคาเสรี ในการค้าระหว่างประเทศ ประเทศที่มีสถานะไม่ใช่ระบบเศรษฐกิจการตลาด จะได้รับการปฏิบัติจากประเทศคู่ค้า แตกต่างจากประเทศที่ใช้ระบบเศรษฐกิจการตลาดที่ชัดเจนที่สุดมีเพียงกรณีที่ถูกไต่สวนว่าทุ่มตลาดเท่านั้น กรณีอื่นๆ ไม่ปรากฏชัดแจ้งว่าได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างหรือไม่ การทุ่มตลาดเกิดขึ้นเมื่อส่งสินค้าออกไปขายยังประเทศคู่ค้าในราคาที่ต่ำกว่าที่ขายในประเทศของผู้ส่งออกเอง กรณีเช่นนี้ถ้าเกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมของประเทศผู้นำเข้า ประเทศผู้นำเข้า สามารถเรียกเก็บอากรตอบโต้ได้ ไม่เกินส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด ซึ่งก็คือผลต่างของราคาสินค้าที่ขายในประเทศผู้ส่งออกที่เรียกว่า มูลค่าปกติกับราคาของสินค้าที่ส่งออกไปขายในประเทศคู่ค้า กรณีที่การปฏิบัติการไต่สวนการทุ่มตลาด สำหรับสินค้าที่ส่งมาจากประเทศที่ไม่ใช่ระบบเศรษฐกิจการตลาด แตกต่างจากประเทศที่ใช้ระบบเศรษฐกิจการตลาด น่าจะมาจากแนวความคิดที่ว่า ประเทศที่ไม่ใช่ระบบเศรษฐกิจการตลาด กำหนดการผลิตการจำหน่าย และราคาสินค้าโดยรัฐ ซึ่งมีการอุดหนุนแอบแฝงอยู่ด้วย ทำให้ราคาสินค้าที่ขายในประเทศผู้ส่งออกดังกล่าว เป็นราคาที่ไม่น่าเชื่อถือ ในการไต่สวนการทุ่มตลาด ประเทศผู้นำเข้าสามารถใช้ราคาสินค้าชนิดเดียวกับที่ขายในประเทศที่สาม หรือไม่ก็ใช้ราคาที่กำหนดขึ้นตามต้นทุนที่คำนวณขึ้น เป็นมูลค่าปกติแทนราคาที่ขายในประเทศผู้ส่งออก เพื่อการคำนวณส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดได้ จากกรณีศึกษาการไต่สวนทุ่มตลาดของสหภาพยุโรปที่ผ่านมาปรากฏว่าสินค้าที่ส่งมาจากประเทศที่ไม่ใช่ระบบเศรษฐกิจการตลาด จะมีส่วนเหลื่อมทุ่มตลาดและถูกเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสูงกว่าสินค้าที่มาจากประเทศที่ใชัระบบเศรษฐกิจการตลาด จึงทำให้ประเทศที่ยังไม่ได้รับการยอมรับต้องพยายามขอให้ประเทศคู่ค้ายอมรับสถานะ ว่าเป็นประเทศที่ใช้ระบบเศรษฐกิจการตลาด เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว การยอมรับสถานะของประเทศคู่ค้าว่าเป็นประเทศที่เป็นระบบเศรษฐกิจการตลาด คงมีผลเฉพาะต่อขบวนการไต่สวน การทุ่มตลาด ดังที่กล่าวมาข้างต้น ดังนั้น หากมีประเทศไหนขอให้ประเทศไทยรับรองสถานะว่า เป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจการตลาด ก็น่าที่ประเทศไทย ควรรับรองได้โดยไม่ต้องมีข้อกังวล และใช้เป็นเงื่อนไขมีข้อแลกเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ของไทยบ้างก็น่าจะทำ หน้า 20
|