|
||||||||||||||
|
บทบาทรัฐมนตรีต่างประเทศในรัฐบาลหน้า
ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ กรุงเทพธุรกิจ วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2550 หากถามว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงใดในรัฐบาลหน้า จะเป็นผู้ที่มีภาระหน้าที่หนักที่สุด ในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของต่างประเทศ ที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะความไม่เชื่อมั่นต่อทิศทางและสถานการณ์เศรษฐกิจไทย จนทำให้นักลงทุนจำนวนหนึ่งไม่กล้าเข้ามาลงทุน และอีกส่วนหนึ่งกำลังจะย้ายฐานการลงทุนไปยังต่างประเทศ หลายคนคงคิดว่าคำตอบคือ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ แต่ผมกลับคิดว่า ผู้ที่มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพราะความไม่เชื่อมั่นส่วนหนึ่งเป็นเรื่องจิตวิทยาและมุมมองของต่างประเทศที่มีต่อไทย ซึ่งกระทรวงต่างประเทศน่าจะมีความเข้าใจดีกว่ากระทรวงอื่นๆ นอกจากนี้ ความไม่เชื่อมั่นมิได้มีเพียงมิติเศรษฐกิจเท่านั้น แม้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นประเด็นที่ร้อนที่สุดในปัจจุบัน โดยเฉพาะความเข้าใจผิดต่อนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง การแก้ปัญหานอมินี และการกันสำรองเงินลงทุนจากต่างประเทศร้อยละ 30 แต่วิกฤติความเชื่อมั่นเกิดจากปัญหาอื่นๆ ด้วย อาทิเช่น ปัญหาสิทธิบัตรยา (CL) ความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้ ความขัดแย้งทางการเมือง ฯลฯ คำถามที่ตามมา คือ รมว.ต่างประเทศในรัฐบาลหน้าควรมีบทบาทเช่นใด เมื่อพิจารณาถึงเหตุผลของความไม่เชื่อมั่นของต่างชาตินั้น เกิดจากความกังขาต่อนโยบายและการจัดการปัญหาของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นทิศทางนโยบายและการแก้ไขปัญหาที่คลุมเครือ ความเข้าใจว่าภาครัฐไม่ทราบสาเหตุของปัญหา หรือการแก้ปัญหาที่ล่าช้า ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่มั่นใจว่า รัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาได้ หากมองในแง่ดี นโยบายและมาตรการแก้ปัญหาต่างๆ ของรัฐบาลอาจเป็นแนวทางที่ดี แต่ด้วยการสื่อสารถึงเหตุผลของนโยบายที่ไม่ชัดเจน การส่งสัญญาณที่ดูเหมือนไม่ต้อนรับต่างชาติ อีกทั้งการที่คนในรัฐบาลต่างคนต่างสื่อสาร และบางครั้งสื่อสารข้อมูลที่ขัดแย้งกัน จนทำให้เกิดความสับสน และเกิดช่องว่างของความเข้าใจระหว่างรัฐบาลกับนักลงทุนต่างประเทศ งานประชาสัมพันธ์ของภาครัฐต่อต่างประเทศ จึงควรมีการบูรณาการกันมากขึ้น โดยกระทรวงการต่างประเทศทำหน้าที่เป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลกับต่างประเทศ ด้วยการมีส่วนร่วม และให้คำปรึกษากระทรวงต่างๆ ในงานประชาสัมพันธ์ต่อชาวต่างชาติ เพื่อสามารถที่จะทำงานประชาสัมพันธ์เชิงรุกมากขึ้น กระทรวงการต่างประเทศควรทำงานคู่ขนานไปกับกระทรวงอื่น ในการวางแผนการสื่อสารนโยบายล่วงหน้า เพื่ออธิบายให้กับต่างชาติเข้าใจนโยบาย และสามารถตอบคำถามได้ว่าประเทศไทยดำเนินนโยบายเหล่านี้ด้วยเหตุผลใด ก่อนที่นโยบายนั้นจะถูกประกาศออกมา รวมทั้งเตรียมการสำหรับการแก้ปัญหาความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีต่างประเทศน่าจะได้ทำหน้าที่สะท้อนความรู้สึกของต่างประเทศ ในประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในสายตาของต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำงานกับรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อให้การตัดสินใจกำหนดและการสื่อสารนโยบายเศรษฐกิจ เป็นไปอย่างรอบคอบ และคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในสายตาของต่างประเทศด้วย รัฐมนตรีต่างประเทศจึงควรมีความเข้าใจงานของกระทรวงเศรษฐกิจอย่างมาก เพื่อช่วยให้การกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ คำนึงถึงมุมมองของต่างประเทศ และช่วยในการสื่อสารให้ต่างประเทศได้เข้าใจ และมีความมั่นใจ ต่อทิศทางที่ประเทศกำลังจะเดินไปได้มากขึ้น ผมคิดว่าท่าทีสำคัญที่รัฐมนตรีต่างประเทศในรัฐบาลหน้า คือ ทิศทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่โปร่งใส มีนิติรัฐ เป็นธรรมต่อทั้งคนในและต่างประเทศ และมีเสถียรภาพ เพื่อให้นักลงทุนต่างชาติคาดการณ์ทิศทางของนโยบายได้ และมั่นใจว่านโยบายจะคงเส้นคงวา รวมทั้งไม่ได้มีทิศทางที่ปิดกั้นการลงทุนจากต่างประเทศ นอกจากนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศควรใช้กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศมากขึ้น เช่น การประสานกับหน่วยงานต่างประเทศที่น่าเชื่อถือ ให้แสดงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย การหาประเทศที่เป็นแนวร่วมสนับสนุนแนวทางที่ประเทศไทยใช้แก้ปัญหา การได้รับคำรับรองจากองค์กรระหว่างประเทศเกี่ยวกับแนวทางที่ไทยดำเนินการอยู่ การขอให้นักลงทุนต่างชาติในไทยแสดงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย เป็นต้น คุณสมบัติที่พึงประสงค์ของรัฐมนตรีต่างประเทศในรัฐบาลหน้า นอกเหนือจากความเข้าใจในงานด้านการทูตแล้ว ควรเป็นนักสื่อสารที่ดี เป็นนักประชาสัมพันธ์ และมีความรู้แบบสหวิทยาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้และความเข้าใจด้านเศรษฐกิจ ประการสำคัญ คือ เป็นคนที่มีเครือข่ายในต่างประเทศอย่างกว้างขวาง และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับนักการทูต นักข่าว และนักธุรกิจต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทย
|