หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

คอลัมน์ คลื่นความคิด  โดย สกล หาญสุทธิวารินทร์  มติชนรายวัน  วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10747

สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asian Nations : ASEAN) ที่เรียกกันว่าอาเซียน ก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2510 ซึ่งมีอายุครบ 40 ปีไปแล้วเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2550 ที่ผ่านมา สมาชิกเริ่มแรกมี 5 ประเทศคือ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และประเทศไทย ต่อมามีบรูไนเป็นสมาชิกเพิ่มเป็น 6 ประเทศ และมีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกคือพม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา รวมเป็น 10 ประเทศ จุดประสงค์ในระยะเริ่มแรกเพื่อความร่วมมือในทางเศรษฐกิจ

การร่วมมือทางเศรษฐกิจที่สำคัญคือ การจัดตั้งเขตการค้าเสรี ASEAN (ASEAN Free Trad Area : AFTA) ในปี 2535 เพื่อให้การค้าในกลุ่มอาเซียนเป็นไปโดยเสรี ด้วยการลดอากรนำเข้าให้ต่ำที่สุดหรือเหลือศูนย์ ขจัดปัญหาและอุปสรรคทางการค้า ยกเลิกข้อจำกัดการนำเข้าที่เป็นมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีและมีการขยายเขตของความร่วมมือไปสู่ด้านการขนส่ง การสื่อสาร สาธารณูปโภค บริการและทรัพย์สินทางปัญญา เริ่มมีการเจรจาเพื่อเปิดเสรีการค้าบริการ และจัดตั้งเขตการลงทุนอาเซียนด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้อาฟตาเป็นเขตการค้าเสรีที่แท้จริง จึงจะให้ลดภาษีทุกรายการ ให้เหลือศูนย์ในปี 2553 สำหรับสมาชิกเดิม 6 ประเทศ ส่วนสมาชิกใหม่ 4 ประเทศ จะต้องลดภาษีให้เหลือศูนย์ในปี 2558

ก้าวต่อไปของอาเซียนคือ การจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ซึ่งเป็นเสาหลักหนึ่งในสามเสาหลัก ในการจัดตั้งประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) โดยมีเป้าหมายให้เสร็จภายในปี 2563

ในการที่จะจัดตั้งประชาคมอาเซียน (AEC) อันนำไปสู่การจัดตั้งประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) นั้นผู้นำอาเซียนได้ตกลงที่จะให้มีกฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter) ขึ้น เพื่อรองรับการจัดตั้งประชาคมอาเซียน อาจกล่าวได้ว่ากฎบัตรอาเซียนก็คือ ธรรมนูญของอาเซียน ซึ่งอาจเทียบได้กับรัฐธรรมนูญของประเทศ ซึ่งจะกำหนดบทบาทหน้าที่ให้อาเซียนมีฐานะเป็นองค์กรระหว่างประเทศและความเป็นนิติบุคคลของอาเซียน กรอบโครงสร้างของอาเซียน บทบาทของสำนักเลขาธิการอาเซียน การรับสมาชิกข้อกำหนดที่ใช้กับสมาชิก เป็นต้น

เจตนารมณ์ของการตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ก็เพื่อให้อาเซียนมีตลาดและฐานการผลิตร่วมเป็นตลาดเดียวกัน (Single Market) ให้สามารถเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ แรงงานมีฝีมือและการเคลื่อนย้ายทุนภายในอาเซียนได้เสรียิ่งขึ้น โดยภาพรวมน่าจะเป็นผลดีต่อไทย เพราะด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่อาจกล่าวได้ว่าไทยเป็นจุดศูนย์กลางของอาเซียน จะทำให้อาเซียนเป็นตลาดส่งออกของไทยที่สำคัญมากยิ่งขึ้น เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และจะเป็นประโยชน์ต่อการขยายการลงทุนของไทยในประเทศสมาชิกอาเซียนด้วย แต่ทั้งนี้ภาครัฐและภาคเอกชนไทย ต้องเตรียมการในเรื่องนี้ทั้งการปรับตัวเพื่อรับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นและปรับตัวเพื่อการขยายโอกาศทางการค้า การบริการและการลงทุนอย่างจริงจัง

การเตรียมตัวของไทยเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหลายฝ่ายมีความเห็นว่าต้องดำเนินการแต่เนิ่นๆ อย่านิ่งนอนใจว่ายังมีเวลาอีกหลายปี หากเตียมตัวช้าไปจะกลายเป็นเต่าแกยักแย่ยักยันสู้ประเทศอาเซียนอื่นไม่ได้

หน้า 20