หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
โฉมหน้าผู้ประกอบการแห่งอนาคต

มองมุมใหม่ : ผศ.ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค  กรุงเทพธุรกิจ  วันพุธที่ 07 มีนาคม พ.ศ. 2550

ผู้ประกอบการหน้าใหม่ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่ระบบเศรษฐกิจทั้งหลายจะฝากความหวังเอาไว้ โดยมองว่าจะสามารถเป็นเลือดใหม่ ให้กับวงการธุรกิจ สรรค์สร้างนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์แปลกใหม่ เอาไว้ต่อสู้กับกิจการต้นทุนต่ำทั้งหลาย รวมถึงยังช่วยให้เกิดการจ้างงานระดับรากฐานแต่ละท้องถิ่นได้ดี การกระจายรายได้ให้กับทุกคนในแต่ละพื้นที่ทั่วถึงมากขึ้น

นอกจากนี้ การมีธุรกิจขนาดกลาง และย่อมของผู้ประกอบการหน้าใหม่ กระจัดกระจายอยู่มากมายนั้น ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงอย่างชะงัดทีเดียว เนื่องจากจะทำให้ระบบเศรษฐกิจทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการจ้างงาน และการขับเคลื่อนจากกิจการขนาดใหญ่เท่านั้น

ซึ่งหากกิจการใหญ่เหล่านี้ มีอันเป็นไปเนื่องจากวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจเหมือนที่เคยเกิดขึ้น ระบบเศรษฐกิจก็ยังสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการหล่อเลี้ยงของธุรกิจขนาดย่อมของตน ที่กระจายกันอยู่ทั่วไป

โดยการดำเนินงานของธุรกิจขนาดเล็กเหล่านี้ มักขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นมากกว่าพวกกิจการข้ามชาติทั้งหลาย กล่าวคือทำมาหากินกันในท้องถิ่น พึ่งพาตลาดในแต่ละพื้นที่ของตนมากกว่า จึงมีแนวโน้มได้รับผลกระทบ จากปัจจัยภายนอกประเทศน้อยกว่าด้วย เรียกว่ามีการพึ่งพาตนเอง สูงกว่าในลักษณะของเศรษฐกิจพอเพียงนั่นเอง

ดังนั้น จึงได้มีความพยายามที่จะผลักดันให้มีการพัฒนาหน่วยธุรกิจขนาดเล็ก และสร้างตัวผู้ประกอบการ ขึ้นมาสานต่อเจตนารมณ์ดังกล่าวด้วย โดยได้มีการศึกษาโฉมหน้าใหม่ ของผู้ประกอบการในอนาคตแห่งปี 2017 ซึ่งเป็นการศึกษาของตะวันตกครับ แต่จากมุมมองของวิเคราะห์ก็ได้ภาพหลายๆ อย่าง ที่น่าสนใจเข้ามาประยุกต์ใช้กับธุรกิจในบ้านเราได้เช่นกัน

สิ่งที่สอดคล้องกับแนวโน้มของบ้านเราอย่างมากก็คือ ค่านิยมของคนในสังคม เห็นคุณค่าของการเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ๆ กันมากขึ้น ไม่คิดแต่จะเป็นลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ตามองค์กรใหญ่ๆ มากเหมือนในอดีต เนื่องจากคนหลากหลายอายุ ที่ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมากับมรสุมทางเศรษฐกิจหลายครั้ง ได้ทราบถึงความไม่แน่นอนในชีวิตการงานของตนเช่นกัน การเลย์ออฟพนักงานมีให้เห็นจนเป็นเรื่องเจนตาครับ

ดังนั้น การทำงานกับองค์กรขนาดใหญ่ที่ดูมั่นคง ก็มิใช่จะไม่มีความเสี่ยงในเรื่องดังกล่าว การมีฝันและหวังที่จะสร้างกิจการเล็กๆ เป็นของตนเอง เริ่มกลายเป็นกระแสที่คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ต้องการ ซึ่งก็ถือเป็นแง่ดีครับ เนื่องจากหากสัก 10% ของคนเหล่านี้ สามารถสร้างความฝันให้เป็นจริงได้ เราก็จะมีธุรกิจใหม่เกิดขึ้นอีกมากมายมหาศาลทีเดียว

อย่างไรก็ตาม จากการศึกษานี้กว่า 80% ของผู้ประกอบการหน้าใหม่เหล่านี้ เราเรียกว่าเป็น "Accidental Entrepreneurs" หรือผู้ประกอบการจำเป็น ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการใหม่ๆ ก็จริง แต่เป็นกิจการที่มีสเกลเล็กอยู่มากๆ กล่าวคือ มักเป็นกิจการที่ไม่มีลูกจ้างเลย หรือไม่ก็เป็นแบบที่หุ้นส่วนหลายๆ คนที่เข้ามาช่วยกันมากกว่า ไม่ได้จ้างพนักงานอย่างเป็นกิจจะลักษณะ กิจการแบบนี้หลายคนอาจเรียกว่าเป็น ฟรีแลนซ์ หรือกิจการอิสระที่ทำกันในครอบครัว (Home-based Business) ก็ได้

กิจการประเภทนี้ เช่น สถาปนิกรับงานตกแต่งอิสระ กิจการรับทำบัญชีตรวจสอบ ที่ปรึกษากฎหมาย สไตล์ลิส ดีไซเนอร์ ที่ปรึกษาการตลาดและธุรกิจ รวมถึงงานที่เกี่ยวกับการใช้ฝีมือเฉพาะด้านเป็นหลัก

ซึ่งถึงแม้ว่ายังไม่ได้เพิ่มการจ้างงานมากนักกับกิจการเหล่านี้ แต่ก็เป็นนิมิตหมายที่ดี ต่อการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ต่อไปในอนาคต หากเจ้าของกิจการเหล่านี้ เล็งเห็นศักยภาพในการขยายตัว และได้มีโอกาสเพิ่มพูนทักษะทางด้านการจัดการมากขึ้น น่าที่จะเป็นเลือดใหม่ที่มีคุณภาพสูงได้ไม่ยากเลย

ส่วนทางด้านของแนวโน้มอายุของผู้ประกอบการหน้าใหม่ขณะนี้ ก็เป็นที่น่าสนใจครับ เนื่องจากส่วนใหญ่เรามักจะคิดว่า ผู้ประกอบการจะต้องเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรงเท่านั้น จึงจะกล้าเสี่ยงออกมาเปิดธุรกิจเอง แต่ที่จริงแล้ว กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ส่วนมาก กลับเป็นกลุ่มวัยกลางคนขึ้นไป และกลุ่มนี้กำลังเติบโตมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างมากด้วยครับ

โดยกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีทรัพยากรพร้อมพรั่ง มีความรู้ประสบการณ์ที่สั่งสมมาพอสมควร และทราบความต้องการของตนเองอย่างชัดเจน รวมถึงมีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจพอที่จะออกมาดำเนินงานได้เองแล้ว จึงเริ่มเฟดตัวเองออกมาทำธุรกิจส่วนตัวกันมากขึ้น

โดยที่น่าแปลกใจก็คือ วัยที่เราคิดว่าจะเป็นวัยเกษียณอายุแล้ว กลับเป็นสัดส่วนที่ออกมาทำธุรกิจมากขึ้น นั่นคือประมาณ 55-64 ปี หรือที่เรียกกันว่า เจเนอเรชั่นเอ็กซ์ นั่นเอง

คนกลุ่มนี้ต้องการหาความแปลกใหม่ในชีวิตการทำงานมากขึ้น รวมถึงไม่ต้องตัดสินใจมากเท่าคนอายุน้อย ในการลาออกจากบริษัท เนื่องจากอายุงานเองก็เหลือไม่มาก และมักจะมีเงินก้อนใหญ่ออกมาจากการเกษียณก่อนกำหนด จึงนำเงินบางส่วนมาลงทุนต่อเนื่องไปอีก จึงถือเป็นอีกกลุ่มที่น่าจับตามอง และเข้าไปพัฒนา นอกเหนือจากกลุ่มคนรุ่นใหม่เท่านั้นครับ

โดยธุรกิจใหม่ที่มักเกิดขึ้นและประสบความสำเร็จมากๆ ของคนกลุ่มนี้ คือ การปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้า/บริการ ให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย ประเภท One-to-one หรือ Customization นั่นเอง เนื่องจากคนเหล่านี้ ก็มีความรู้ดีในธุรกิจที่ตนเคยทำอยู่ ตลอดจนทราบความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าแต่ละราย การนำมาปรับให้สอดคล้อง จึงกลายเป็นจุดเด่นที่สำคัญ และไม่ต้องลงทุนมาก ทำให้ไม่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่สูงเกินไปนักอีกด้วย

อีกแนวโน้มหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ผู้ประกอบการเพศหญิงที่มีการเติบโตสูงขึ้นอย่างมาก โดยจะมีทั้งสองแบบ คือ ผู้บริหารหญิงในองค์กรที่ออกมาทำกิจการเอง กับ Mompreneurs หรือแม่บ้านที่ออกมาเริ่มทำธุรกิจด้วย ประเภทมือก็ไกว ดาบก็แกว่ง ครับ

กลุ่มหลังนี้น่าสนใจ เพราะมีสัดส่วนการเพิ่มมากทีเดียว และมักเป็นการรวมกลุ่มกันระหว่างแม่บ้านที่มีทักษะเฉพาะด้าน ใช้เวลาส่วนที่เหลือจากการดูแลครอบครัว สร้างมูลค่าเพิ่มจากธุรกิจของตนได้อีกด้วย ซึ่งแนวโน้มนี้ภาครัฐน่าจะให้ความสนใจ และมีมาตรการกระตุ้นให้เกิดการรวมตัวกัน และมีการให้คำปรึกษาด้านธุรกิจเข้าไปด้วย น่าจะเป็นการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ระดับรากฐานได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นด้วยครับ

หวังว่าแนวโน้มต่างๆ เหล่านี้ น่าจะเป็นอีกข้อมูลหนึ่งสำหรับการพัฒนาผู้ประกอบการหน้าใหม่ของเมืองไทย ได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้นครับ