|
||||||||||||||
|
การซื้อดาวเทียมไทยคมแบบ
Win-win
ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ กรุงเทพธุรกิจ วันพุธที่ 07 มีนาคม พ.ศ. 2550 แนวคิดการซื้อดาวเทียมไทยคมคืนจากเทมาเส็ก กำลังเป็นที่จับตามองของทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ว่า รัฐบาลจะมีการดำเนินการอย่างไร จึงจะสามารถซื้อดาวเทียมไทยคมคืนมาได้ การซื้อดาวเทียมคืนมา จะคุ้มค่าต่อเงินที่เสียไปหรือไม่ และจำเป็นหรือไม่ว่า การได้ดาวเทียมไทยคมกลับมาเป็นสมบัติของชาติ จะต้องใช้วิธีการซื้อคืนจากเทมาเส็กเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ กลายเป็นข้อถกเถียง และเป็นโจทย์ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว จำเป็นต้องนำไปพิจารณาอย่างรอบคอบ ก่อนจะตัดสินใจ เพราะการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ และต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะแนวทางการซื้อคืนดาวเทียมไทยคมจากเทมาเส็ก ประเด็นที่ผมเห็นว่ามีความสำคัญ คือ ราคาในการซื้อคืนควรเป็นเท่าไร และควรมีกลยุทธ์การต่อรองราคาอย่างไร ที่จะทำให้ผลการเจรจาที่ออกมานั้น เป็นการได้ประโยชน์ทั้งฝ่ายไทยและสิงคโปร์ (Win-win) การซื้อขายดาวเทียมไทยคมมีลักษณะเหมือนการซื้อขายบริษัท การกำหนดราคาที่เป็นธรรมทั้งต่อผู้ซื้อและผู้ขาย จะเกิดจากการเข้าไปตรวจสอบมูลค่าทางบัญชีของบริษัท (Due diligence) เพื่อพิสูจน์ ว่า บริษัทมีสินทรัพย์ และหนี้สินเป็นมูลค่าเท่าไร ซึ่งจะทำให้ประเมินได้ว่า มีผลประโยชน์สุทธิในอนาคตอันพึงได้รับจากบริษัทนี้ มีมูลค่าเท่าไร และจะสามารถคำนวณราคาซื้อขายที่เหมาะสมได้ นอกจากนี้ ตลาดซื้อขายดาวเทียมไทยคม ยังมีลักษณะเป็นตลาดที่มีการผูกขาดทั้งด้านผู้ซื้อและด้านผู้ขาย เพราะมีผู้ขายเพียงรายเดียวและมีผู้ซื้อเพียงรายเดียว ดังนั้น การกำหนดราคาซื้อขายจึงขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรอง ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายด้วย ในตลาดลักษณะเช่นนี้ ผู้ขายจะกำหนดราคาต่ำที่สุดที่ตนเองสามารถยอมรับได้ โดยไม่บอกให้ผู้ซื้อทราบราคาดังกล่าว แต่จะพยายามต่อรองกับผู้ซื้อให้ได้ราคาสูงสุด ขณะที่ผู้ซื้อจะกำหนดราคาสูงสุดที่ตนเองสามารถยอมรับได้ โดยไม่บอกให้ผู้ขายทราบราคาดังกล่าว แต่จะพยายามต่อรองให้ได้ราคาต่ำสุด ทำให้ราคาที่มีการซื้อขายจริง จะอยู่ในระดับที่ทั้งสองฝ่ายพึงพอใจ หรือได้รับประโยชน์ร่วมกัน แต่สถานการณ์ของการซื้อขายดาวเทียมไทยคมในเวลานี้ คือ เทมาเส็กไม่ได้แสดงความต้องการที่จะขายดาวเทียม แต่กลับมีการแสดงความต้องการซื้อคืนดาวเทียมจากฝ่ายไทย สถานการณ์เช่นนี้เป็นการก้าวพลาดไปหนึ่งก้าวของไทย เพราะการเปิดเผยท่าทีว่าประเทศไทยต้องการซื้อดาวเทียมไทยคมอย่างมาก ทำให้เทมาเส็กกลายเป็นผู้ถือไพ่ที่เหนือกว่า จึงแสดงความพยายามโก่งราคาดาวเทียมให้สูงขึ้นกว่าราคาที่ควรจะเป็นในสถานการณ์ปกติ อันที่จริง หากประเทศไทยต้องการซื้อดาวเทียมไทยคมคืน ควรจะสงวนท่าทีที่ต้องการซื้อดาวเทียมไทยคมเอาไว้ และดำเนินการศึกษาช่องทางต่างๆ ที่จะสามารถนำดาวเทียมไทยคมกลับมาเป็นของคนไทยอย่างรอบคอบ ซึ่งดีกว่าที่จะประกาศดังๆ ต่อสาธารณชน แม้วิธีการนี้จะได้ประโยชน์ทางการเมือง และสามารถปลุกกระแสอุดมการณ์ ของความรักชาติได้ แต่วิธีการดังกล่าว กลับทำให้ต้นทุนการซื้อดาวเทียมสูงขึ้น ทั้งๆ ที่เราสามารถใช้กลยุทธ์ที่แยบยลในการต่อรองราคาที่ต่ำกว่าได้ หากรัฐบาลเห็นว่าควรใช้วิธีซื้อคืนดาวเทียมไทยคม ผมเสนอว่า รัฐบาลไม่ควรบีบให้เทมาเส็กต้องขายดาวเทียมในราคาถูก แต่ควรเปิดโต๊ะเจรจากับเทมาเส็กในรูปแบบการเจรจาซื้อกิจการทั่วไป โดยเข้าทำการตรวจสอบมูลค่าทางบัญชี ของกิจการดาวเทียมไทยคม และตกลงร่วมกันว่า ราคาของดาวเทียมไทยคมที่รัฐบาลต้องการ และเทมาเส็กรับได้ควรจะเป็นเท่าไร ดีกว่าการทราบข้อมูลผ่านสื่อซึ่งจะทำให้ข้อมูลบิดเบือน รวมทั้งฉวยโอกาสการเจรจานี้ร่วมกันหาทางออกของปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง อาทิเช่น ปัญหาหุ้นไอทีวี ปัญหาการใช้นอมินีมาถือหุ้นแทนในชินคอร์ป เพื่อเรียกความสัมพันธ์อันดีกลับคืนมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ยังสามารถดำเนินการให้การซื้อขายเป็นไปอย่างเหมาะสมได้ หากผู้กำหนดนโยบายดำเนินนโยบายอย่างรอบคอบ คิดอย่างรอบด้าน ประเมินผลได้ผลเสียที่เกิดขึ้นอย่างครบถ้วน การตัดสินใจของผู้นำประเทศจะเป็นผลดีแก่ประชาชนและประเทศชาติได้ในที่สุด
|