หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ตรวจการบ้านรัฐบาล กับข้อเสนอแนะ 6 ประการ (1)

พอเพียงภิวัตน์ : พิพัฒน์ ยอดพฤติการ สถาบันไทยพัฒน์   กรุงเทพธุรกิจ  วันอังคารที่ 06 มีนาคม พ.ศ. 2550

ในวาระครบ 5 เดือนแห่งการทำงานของรัฐบาลภายใต้สมัญญา “เศรษฐกิจพอเพียง” กรุงเทพธุรกิจ ถือโอกาสร่วมตรวจการบ้านรัฐบาลกับข้อเสนอแนะ 6 ประการของสถาบันไทยพัฒน์ ว่าด้วยการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ที่เรียบเรียงขึ้นจากรายงานการพัฒนาคนของประเทศไทย ปี 2550 “เศรษฐกิจพอเพียง กับการพัฒนาคน” ของสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งประชาชาติ (UNDP) นำเสนอเป็นบทความ 3 ตอน ดังนี้

“ผมจะยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเอาไว้…คงไม่ได้มุ่งในเรื่องของตัวเลขจีดีพีมากนัก แต่จะดูในตัวที่วัดความผาสุกของพี่น้องประชาชนมากกว่า” คือ คำกล่าวของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เมื่อวันรับสนองพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 24 ของประเทศไทย วันที่ 2 ตุลาคม 2549

ตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา น่าจะเป็นการให้โอกาสอย่างเพียงพอสำหรับการวางแผน การกำหนดนโยบาย ตลอดจนการปรับกระบวนยุทธ์ในการทำงาน เพื่อให้เกิดผลงานที่เป็นรูปธรรม สำหรับอายุของรัฐบาลที่มีอยู่อย่างจำกัดในช่วงที่เหลือต่อจากนี้ ถือเสียว่าเป็นการตรวจการบ้านกันสักครั้งหนึ่งกับเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” และ “ความผาสุก” ที่ท่านได้แถลงไว้เมื่อวันเข้ารับตำแหน่ง

ในฐานะที่ได้ร่วมในคณะนักวิจัยในการจัดทำรายงานการพัฒนาคนของประเทศไทย ปี 2550 “เศรษฐกิจพอเพียง กับการพัฒนาคน” ของสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งประชาชาติ (UNDP) โดยมีท่านเป็นผู้กล่าวเปิดงาน แนะนำรายงานฉบับดังกล่าวด้วยตัวเอง ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2550

ในรายงานฉบับนี้ ได้มีข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิบัติที่จัดว่าเป็นรูปธรรมในการขับเคลื่อนการพัฒนา ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อยู่ 6 ประการ ที่จะขออนุญาตนำมาเผยแพร่เพื่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้าง โดยเฉพาะกับคณะรัฐบาลผู้มีหน้าที่ดูแล และกำหนดนโยบายบริหารประเทศ และกับเจ้าหน้าที่รัฐในกระทรวงทบวงกรมต่างๆ ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติราชการให้เกิดผลงานที่เป็นรูปธรรม

การขจัดความยากจนและการลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของคนจน

หัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาความยากจน คือการทำให้คนจนหรือชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้น ซึ่งเป็นแนวคิดที่เข้าใจได้ง่ายมาก แต่บ่อยครั้งมักจะถูกตีความแบบผิดๆ การพึ่งตนเอง ไม่ได้หมายความถึงการที่ชุมชนตัดขาดจากการค้าขายกับตลาดภายนอก หรือไม่ติดต่อสัมพันธ์กับคนนอกชุมชน แต่หมายถึงการพยายามพึ่งพาทรัพยากร ความรู้ ภูมิปัญญาของตนมากกว่าที่จะพึ่งคนอื่น

ในบางกรณี การพึ่งตนเองอาจหมายถึงการบริโภคของที่ผลิตเองในครัวเรือนหรือชุมชนให้มากขึ้น บ่อยครั้งการพึ่งตนเองจะแสดงออกในรูปแบบของการทำกิจกรรมที่ใช้ภูมิปัญญา ทุนทางเศรษฐกิจ ทุนทางสังคม ทรัพยากรธรรมชาติ และทรัพย์สินอื่นๆ ของชุมชนเป็นหลัก โดยพยายามพึ่งภายนอกให้น้อยลง ดังนั้นรูปแบบการพึ่งตนเองของครัวเรือนหรือชุมชนจึงไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทั้งหมด

การที่จะพึ่งตนเองได้ จำเป็นต้องค่อยเป็นค่อยไป ด้วยพลังจากในชุมชนเอง โดยค่อยๆ สั่งสมความรู้ ทุนและความสามารถด้านอื่นๆ โดยไม่ก้าวกระโดดจนเกินความสามารถของตน หรือใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง เกินความจำเป็น และต้องมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งหมายถึงการประยุกต์ใช้หลักการของความพอประมาณ ความมีเหตุผลและปัญญา และความมีภูมิคุ้มกันความเสี่ยงในทุกๆ ขั้นตอนของการกระทำนั่นเอง

แนวทางของเศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่การถอนตัวจากโลกาภิวัตน์ เพราะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ นอกจากนี้ประเทศจะต้องเสียประโยชน์มากมายเพื่อแลกกับการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ในทางตรงกันข้าม เศรษฐกิจพอเพียงมุ่งที่จะสร้างความสมดุลของการพัฒนาทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับโลก เพื่อให้คนในสังคมสามารถจัดการกับผลกระทบที่เกิดจากความผันแปรในสถานการณ์ภายนอกประเทศได้อย่างหมาะสม

ข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิบัติ

- ใช้เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญานำทางสำหรับนโยบายขจัดความยากจนของรัฐบาล โดยให้มีโครงการที่เน้นการพัฒนาขีดความสามารถของคนจน ในการพึ่งตนเอง ทั้งในกิจกรรมการผลิต การสร้างวินัยในการใช้จ่าย และการจัดการป้องกันความเสี่ยงต่างๆ อย่างรอบคอบ

- สร้างหลักประกันว่าการจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนา และการแก้ไขปัญหาความยากจน มีการกระจายตัวอย่างเหมาะสม โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่มีความจำเป็นจริงๆ และการใช้งบประมาณอย่างสร้างสรรค์

การสร้างพลังอำนาจของชุมชนและการพัฒนาศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง

การที่ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้นเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน การพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนยากจนในเมือง ควรเน้นการส่งเสริมกิจกรรมสร้างรายได้ที่มีความยั่งยืนในระยะยาว และการพัฒนาศักยภาพให้ชุมชนสามารถช่วยเหลือตนเองได้

ภาวะผู้นำและการรวมกลุ่ม องค์กร เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับชุมชนพึ่งตนเอง ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง บทบาทสำคัญประการหนึ่งขององค์กรชุมชน คือการรวบรวม จัดเก็บ และแบ่งปันองค์ความรู้และบทเรียนที่ได้รับจากการปฏิบัติตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง การเรียนรู้ของชุมชนไม่ควรพึ่งพาแต่การศึกษาในระบบเท่านั้น แต่ควรมีการจัดตั้งสถาบันการเรียนรู้ของชุมชน เพื่อส่งผ่านความรู้ให้แก่ลูกหลานรุ่นต่อไป และบุคคลภายนอก

ชุมชนควรมีระบบสวัสดิการภายใน และมีวิธีการในการจัดสรรและกระจายสวัสดิการ แก่ผู้ที่ไม่สามารถช่วยตนเองได้ด้วยเหตุต่างๆ เช่น พิการ ชราภาพ ครอบครัวแตกแยก ภัยธรรมชาติ ขาดโอกาสและสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากร เป็นต้น

การให้เงินอุดหนุนจากภายนอกบางครั้งอาจทำลายทัศนคติและความสามารถในการพึ่งตนเองของชุมชน เพราะขาดการวางแผนที่ดีและขาดการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน และบ่อยครั้งที่มีลักษณะแจกฟรี ในกรณีที่จำเป็น เงินทุนที่สนับสนุนจากภายนอกควรจัดสรรผ่านองค์กรชุมชนเพื่อเพิ่มความสามารถในการจัดการงบประมาณของชุมชน โดยไม่ทำลายให้ชุมชนอ่อนแอลง

ข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิบัติ

- ปรับเป้าหมายการพัฒนาชุมชนทั้งในชนบทและในเมือง โดยมุ่งเน้นการทำให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ และการพัฒนากิจกรรมด้านเศรษฐกิจของชุมชนเป็นเป้าหมายหลัก

- ส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และกรณีตัวอย่างจากชุมชนและเครือข่ายต่างๆ ที่ประสบผลสำเร็จ

- ยกเลิกโครงการประเภทให้เปล่าและสนับสนุนโครงการที่ให้ชุมชนได้ใช้ศักยภาพของตนเอง ในการวางแผน และดำเนินการพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของสมาชิกในชุมชนให้มากที่สุด

ในบทความตอนต่อไป จะเป็นข้อเสนออีก 2 ประการที่เกี่ยวกับภาคธุรกิจเอกชนต่อการยกระดับความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการสร้างข้อปฏิบัติในการทำธุรกิจที่เน้นผลกำไรระยะยาวในบริบทที่มีการแข่งขัน และเกี่ยวกับหน่วยงานภาครัฐต่อการปรับปรุงมาตรฐานของธรรมาภิบาลในการบริหารงาน (อ่านข้อเสนอแนะ 6 ประการในรายงานการพัฒนาคนของประเทศไทย ฉบับเต็ม ได้ที่ www.pipat.com)


ตรวจการบ้านรัฐบาล กับข้อเสนอแนะ 6 ประการ (2)

พอเพียงภิวัตน์ : พิพัฒน์ ยอดพฤติการ สถาบันไทยพัฒน์   กรุงเทพธุรกิจ  วันอังคารที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2550

ในบทความตอนนี้ จะเป็นข้อเสนออีก 2 ประการคือ

การยกระดับบรรษัทบริบาลหรือความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจ

การบริหารธุรกิจให้เกิดกำไรในโลกทุกวันนี้มีความซับซ้อนมากกว่าการคิดถึงแค่ต้นทุนและผลตอบแทน ธุรกิจต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกกลุ่ม ตั้งแต่นายจ้างไปจนถึงลูกค้าและสังคมโดยรวม นอกจากนี้ ยังต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในสิ่งแวดล้อมที่มีการแข่งขันสูงและมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

ต้องสามารถตอบคำถาม และการตรวจสอบของหน่วยงานราชการ และกลุ่มประชาสังคมต่างๆ ได้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งถูกต่อต้านหรือขจัดออกไป เนื่องจากความผิดในเชิงจริยธรรม บรรยากาศที่เสียไปจากการกระทำดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการอื่นๆ ด้วย บริษัทธุรกิจในยุคนี้จึงจำเป็นต้องมีวินัยและวิธีบริหารแบบใหม่เพื่อเป็นหลักประกันผลกำไรและการเติบโตที่ยั่งยืน

วินัยดังกล่าวเกิดจากการบูรณาการแนวคิดเรื่องการจัดการความเสี่ยง การสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บรรษัทภิบาล และบรรษัทบริบาลด้วยกัน ซึ่งสอดคล้องกับหลักคิดของเศรษฐกิจพอเพียง แต่เศรษฐกิจพอเพียงมีมิติเพิ่มขึ้นอีก 2 ด้าน

ด้านแรก แนวทางของเศรษฐกิจพอเพียงนำเสนอกระบวนการสำหรับการวางแผน และการดำเนินงาน ตามแผนยุทธศาสตร์ของธุรกิจ ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ผลกำไรที่ยั่งยืน และความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม หลักการทั้งสามประการของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถใช้เป็นกรอบบูรณาการ

สำหรับการจัดทำยุทธศาสตร์ที่สร้างภูมิคุ้มกันในองค์กรต่อความเสี่ยงภายนอก มีบรรษัทภิบาล และมีความระมัดระวังต่อผลกระทบที่จะเกิดกับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม

ด้านที่สอง แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงแสดงให้เห็นถึงระดับของความรับผิดชอบที่มากกว่าการกระทำตามกฎและกติกาเท่านั้น มีบริษัทใหญ่ในเมืองไทยจำนวนไม่น้อยที่พบว่าการใช้เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้นำการบริหารธุรกิจ และการสร้างความเข้าใจในปรัชญานี้ให้เกิดขึ้นร่วมกันในหมู่พนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ สามารถทำให้เกิดวัฒนธรรมที่เอื้อต่อความสำเร็จขององค์กรในระยะยาวได้อย่างดียิ่ง

ข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิบัติ

- จัดทำดัชนีความยั่งยืน (Composite Sufficiency Economy Index) ให้กับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ โดยพิจารณาให้สิทธิพิเศษ และ/หรือผลประโยชน์อื่น ให้กับบริษัทที่มีดัชนีความยั่งยืนสูง ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้ผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ลงทุนในบริษัทที่มีดัชนีความยั่งยืนสูง

- ชักชวนหรือรณรงค์ให้สมาคมทางธุรกิจใหญ่ต่างๆ ให้ความรู้เกี่ยวกับหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่สมาชิกของตน ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้คณะบริหารธุรกิจของมหาวิทยาลัยต่างๆ ภายในประเทศ นำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปบรรจุไว้ในหลักสูตร

- เผยแพร่ความสำเร็จของบรรดาธุรกิจทุกขนาดที่ปฏิบัติตัวสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แล้วประสบความสำเร็จในลักษณะที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรและต่อสังคมส่วนรวม ให้สาธารณชนให้รับรู้อย่างกว้างขวาง

- จัดให้มีการบริการให้คำแนะนำแก่ธุรกิจต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจและพัฒนาธุรกิจของตน ให้สอดคล้องกับแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

การปรับปรุงมาตรฐานของธรรมาภิบาลในการบริหารงานภาครัฐ

ความสำเร็จของการพัฒนาคนขึ้นอยู่กับคุณภาพของการบริหารงานภาครัฐค่อนข้างมาก การเบียดบังผลประโยชน์ ที่ประชาชนพึงได้รับ คืออุปสรรคสำคัญของการพัฒนาคน เพราะทำให้ผลของการดำเนินงานตามนโยบายต่างๆ มีประสิทธิภาพน้อยลง และบ่อยครั้งทำให้ทิศทางของยุทธศาสตร์ต้องถูกบิดเบือนไป คนจนและคนด้อยโอกาสเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด จากบริการที่ใช้ต้นทุนการดำเนินการที่สูงขึ้น แต่คุณภาพลดลง

ในสถานการณ์เช่นนี้ เงื่อนไขของเศรษฐกิจพอเพียงที่เน้นการพัฒนาด้วยหลักคุณธรรมและความรู้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตรัสย้ำเสมอถึงความสำคัญของการปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างซื่อสัตย์สุจริต และเต็มความสามารถโดยไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวที่ได้มาโดยมิชอบ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้มีความพยายามที่จะต่อต้านคอร์รัปชันในรูปแบบต่างๆ ผ่านองค์กรและสถาบันของรัฐ แต่ความสำเร็จยังอยู่ในวงจำกัด

รัฐบาลที่ผ่านๆ มาให้การยอมรับหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการหามาตรการ ที่จะนำหลักการนี้มาใช้ ในการปรับปรุงมาตรฐานการบริหารและการบริการของภาครัฐ ทั้งๆ ที่มีหลายอย่างที่สามารถทำได้ เช่น พัฒนาประสิทธิภาพขององค์กรที่มีหน้าที่ติดตาม และลงโทษการประพฤติมิชอบในระบบราชการ รวมถึงปรับปรุงระบบในการคัดเลือกผู้มาทำหน้าที่ในองค์กรดังกล่าว นอกจากนี้ต้องผลักดันให้มีการยกระดับมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรมในระบบราชการซึ่งถูกละเลยมาหลายปี และส่งเสริมภาคประชาสังคมให้ทำหน้าที่เป็นหน่วยเฝ้าระวัง

ข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิบัติ

- หาทางส่งเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่องค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการโกง และประพฤติมิชอบในระบบราชการ เพื่อมิให้นักการเมืองเข้าแทรกแซงหรือชี้นำ

- บูรณาการหลักการเศรษฐกิจพอเพียงเข้าในแผนบริหารราชการแผ่นดิน และพัฒนาตัวชี้วัดในการประเมินผลการปฏิบัติงาน ตามหลักการดังกล่าวทั้งในระดับองค์กรและตัวบุคคล

- พัฒนากรอบแนวทางที่ใช้ในการติดตามกระบวนการตัดสินใจอนุมัติ และการดำเนินงานโครงการของภาครัฐ ให้เป็นไปตามหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง

(อ่านข้อเสนอแนะ 6 ประการในรายงานการพัฒนาคนของประเทศไทย ฉบับเต็ม ได้ที่ www.pipat.com )


ตรวจการบ้านรัฐบาล กับข้อเสนอแนะ 6 ประการ (3)

พอเพียงภิวัตน์ : พิพัฒน์ ยอดพฤติการ  กรุงเทพธุรกิจ  วันอังคารที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2550

ในบทความตอนสุดท้ายนี้ จะเป็นข้อเสนออีก 2 ประการ ที่เกี่ยวกับการใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายของชาติ คือ

การกำหนดนโยบายของชาติ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อความเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ

วิกฤติด้านการเงินที่มีผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายครั้งแล้วครั้งเล่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เป็นสัญญาณเตือนให้รู้ถึงอันตรายและความยุ่งยากของระบบเศรษฐกิจในยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งมีการเคลื่อนทุนจำนวนมหาศาลระหว่างประเทศต่างๆ อย่างไร้ระเบียบ วิกฤติเหล่านี้ทำให้การพัฒนาคนต้องชะงักในทุกด้าน การเลิกจ้างงานทำให้คนจำนวนมากต้องหลุดเข้าสู่วงจรของความยากจน และทำให้ทุนทางสังคมต้องอ่อนแอลง

หลักของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งภายใน เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากภายนอก สามารถใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายมหภาคของประเทศ เพื่อให้อยู่ได้ในสิ่งแวดล้อมที่ผันผวน ตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 เป็นต้นมา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้กลายเป็นหลักคิดสำคัญในการกำหนดนโยบายมหภาคของประเทศไทย ได้แก่

ลดหนี้ต่างประเทศ เพิ่มเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ สร้างภูมิคุ้มกันในการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนจากปัจจัยทางการเมือง ใช้นโยบายเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ เพื่อสร้างวินัยในการบริหารอัตราดอกเบี้ย ควบคุมเพดานเงินกู้ภาครัฐ สร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับพร้อมรับความเสี่ยงทั้งภายในและภายนอกประเทศ

ผู้กำหนดนโยบายต้องให้ความสำคัญต่อการวางแผนการพัฒนาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยทั่วไปในการวางแผนระดับมหภาค นโยบายด้านสังคมอาจถูกแยกออกเป็นคนละส่วนกับวัตถุประสงค์ด้านเศรษฐกิจ และมักไม่มีการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ในระหว่างการดำเนินการ แนวทางของเศรษฐกิจพอเพียง เน้นให้คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาในทุกเรื่อง โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดำเนินงาน ให้ความสำคัญต่อความเสมอภาคและความยั่งยืนของการพัฒนา และสร้างภูมิคุ้มกันต่อสถานการณ์ที่มากระทบโดยกะทันหัน

ดังนั้น การใช้หลักการของเศรษฐกิจพอเพียงในนโยบายการพัฒนาประเทศ จะทำให้มีการใช้ทุนและทรัพยากรทุกประเภทของประเทศ อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างความเข้มแข็งภายใน ในการรับมือกับโลกาภิวัตน์

ข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิบัติ

- สร้างหลักประกันว่า การดำเนินการต่างๆ ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 เป็นไปตามหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง และตามเจตนารมณ์ของทุกฝ่าย ที่มีส่วนร่วมในการร่างแผนดังกล่าว

- กำหนดนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาอัตราการออมเงินภายในประเทศที่ลดลงอย่างมาก เพื่อให้ประเทศสามารถพึ่งตัวเองได้ในทางเศรษฐกิจ และประชาชนมีความพร้อมมากขึ้นสำหรับอนาคต

- ปรับนโยบายเกี่ยวกับพลังงานต่างๆ ให้มีความสอดคล้องต้องกันให้มากขึ้น เน้นการพึ่งตนเองให้มากขึ้น ด้วยการเร่งวิจัยเกี่ยวกับพลังงานทดแทน และการใช้พลังงานทดแทนให้คุ้มค่าสูงสุด

การปลูกฝังจิตสำนึกพอเพียงด้วยการปรับเปลี่ยนค่านิยม เพื่อให้เอื้อต่อการพัฒนาคน

ความสำเร็จระยะยาวของการพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ขึ้นอยู่กับการปลูกฝังแนวคิดนี้ ให้กลายเป็นส่วนสำคัญในวัฒนธรรมการพัฒนาของประเทศ เศรษฐกิจพอเพียงเริ่มต้น และจบลงที่คนเป็นทั้งผู้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และผู้รับผลจากการเปลี่ยนแปลง

บุคคลที่นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ได้ผล มักจะมีคุณสมบัติที่เหมือนกันหลายอย่าง ได้แก่ ชอบที่จะทำงานหนัก มีความซื่อสัตย์ สนุกสนานกับการเรียนรู้ และการสร้างปัญญาให้เกิดกับตัวเอง เห็นคุณค่าของการอยู่ร่วมกันในสังคม และการอยู่ร่วมกับระบบนิเวศวิทยาอย่างสมดุล คนเหล่านี้ไม่ใช่พวกวัตถุนิยม แต่มักจะคำนึงถึงหลักการบริโภคแบบยั่งยืน มีความเคารพธรรมชาติ และความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โดยสรุปพวกเขามีจิตสำนึกและวิธีคิดในแบบฉบับเฉพาะ

คนเราเริ่มเรียนรู้จากครอบครัว จากคนรอบข้างและเพื่อน ความรู้เกิดขึ้นจากประสบการณ์ตรงในการสัมพันธ์กับคนอื่นๆ และสิ่งต่างๆ รอบตัว และจากการดูดซับจากสื่อชนิดต่างๆ ซึ่งมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ของคนในยุคปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้ช่องทางการรับรู้ข่าวสารความรู้จากทั่วโลกกว้างขวางขึ้น คุณภาพของวิธีการนำเสนอ จึงต้องได้รับการพิจารณาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าคุณภาพของเนื้อหาที่ถูกนำเสนอ น่าเสียดายที่ในหลายกรณี เนื้อหาของรายการมักถูกกำหนดด้วยความต้องการของตลาดที่ถูกบิดเบือนด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจ

การนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงในตลาดที่เต็มไปด้วยการโฆษณาสินค้าบริโภคนิยมที่น่าตื่นตาตื่นใจ จึงต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการดึงดูดความสนใจ และสร้างความตระหนักถึงคุณประโยชน์ และความจำเป็นในการดำเนินชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และควรหาวิธีการในการสร้างค่านิยมเศรษฐกิจพอเพียง ให้เกิดขึ้น และดำรงอยู่เป็นค่านิยมหลักในสังคม เริ่มจากการสร้างความเข้าใจแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ในวงกว้างมากขึ้นผ่านสื่อต่างๆ การค้นหาและนำเสนอตัวอย่างที่ดีที่มีอยู่จริงในสังคม

ข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิบัติ

- พัฒนาบุคลากรด้านการศึกษาให้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง และสร้างแรงจูงใจในระบบการจัดการศึกษา ให้บุคลากรเหล่านั้นสนใจ และอยากที่จะปฏิบัติตน และปฏิบัติหน้าที่ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

- ปรับปรุงคุณภาพของการศึกษาทั้งในด้านเนื้อหาและวิธีการเรียนการสอน เพื่อปลูกฝังให้ผู้เรียนมีความรู้และคุณธรรม ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการนำหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ให้ประสบผลสำเร็จ

- หาวิธีส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงผ่านสื่อมวลชน รวมถึงการเพิ่มเวลาให้กับรายการที่มีเนื้อหา เกี่ยวกับการพัฒนาคน การพัฒนาสังคม และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

ข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิบัติทั้ง 6 ประการในบทความทั้งสามตอนนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถใช้เป็น Checklist การตรวจสอบความก้าวหน้าในการดำเนินงานที่สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของหน่วยงาน หรือใช้สำหรับการตรวจการบ้านรัฐบาลในครั้งต่อไป ว่าได้ดำเนินตามแนวทางที่สอดคล้องกับหลักการ ของเศรษฐกิจพอเพียงไปแล้ว มากน้อยเพียงใด (อ่านข้อเสนอแนะ 6 ประการ ในรายงานการพัฒนาคนของประเทศไทย ฉบับเต็ม ได้ที่ www.pipat.com)