หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
เศรษฐกิจพอเพียง

ร้อยแปดวิถีทัศน์ : ยศ สันตสมบัติ  กรุงเทพธุรกิจ  วันจันทร์ที่ 05 มีนาคม พ.ศ. 2550

ระบบเศรษฐกิจของบ้านเรานั้น มิได้มีเพียงระบบตลาดหรือระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมแต่เพียงอย่างเดียว ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา งานวิจัยของศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรทิพย์ นาถสุภา เมธีวิจัยอาวุโส ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ทำให้เรามีความรู้ความเข้าใจเพิ่มขึ้นเป็นลำดับว่า ระบบเศรษฐกิจชุมชนเป็นระบบเศรษฐกิจที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อความอยู่ดีกินดีของผู้คนในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคชนบท ซึ่งครอบคลุมประชากรจำนวนมากมายมหาศาล

ลักษณะสำคัญของระบบเศรษฐกิจชุมชน คือ ครอบครัวและชุมชนเป็นหน่วยการผลิตหลัก เป้าหมายของการผลิต คือ การดำรงอยู่และเอาตัวรอดของครอบครัวและชุมชนให้สามารถเลี้ยงตนเองได้ การผลิตจึงมีลักษณะเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน การผลิตเพื่อขายก็เพื่อให้ได้เงินมาซื้อสินค้าเลี้ยงดูครอบครัวมากกว่าที่จะคิดขยายการผลิตให้ใหญ่โตร่ำรวยหรือให้มีกำไรสูงสุด

ครัวเรือนมีลักษณะเป็นผู้ผลิตรายย่อยขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็นการเกษตร เลี้ยงสัตว์ หรือทำกิจกรรมการค้า และบริการขนาดย่อม เช่น เปิดร้านค้า และซ่อมเครื่องจักรต่างๆ รวมทั้งการส่งสมาชิกครัวเรือนบางคนออกไปขายแรงงาน และส่งเงินกลับไปจุนเจือครอบครัว เป็นต้น

ระบบเศรษฐกิจครอบครัวและชุมชนนี้ดำรงอยู่อย่างมีเสถียรภาพมากที่สุดในภาคใต้ ซึ่งที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ มีปริมาณน้ำฝนมากและรายได้ของประชากรส่วนใหญ่ยังคงมาจากการผลิตในภาคเกษตร ส่วนในภาคกลางและภาคเหนือ แม้สัดส่วนของรายได้จากภาคเกษตรจะต่ำกว่าภาคใต้ แต่ประชากรกว่าครึ่งหนึ่งก็ยังคงทำอาชีพทั้งในภาคเกษตร และอาชีพรับจ้างควบคู่กันไป ในขณะที่ภาคอีสานมีสัดส่วนของการอพยพโยกย้ายออกไปทำงานนอกบ้านมากที่สุด

แม้ว่าในช่วงเวลาหลายสิบปีมานี้ ระบบทุนนิยม ภายใต้การส่งเสริมสนับสนุนของรัฐและชนชั้นนำ จะขยายตัวเข้าครอบงำพื้นที่แทบทุกหย่อมหญ้าในประเทศไทย ไม่เว้นแม้กระทั่งบนภูดอยและท้องถิ่นทุรกันดาร หากแต่เศรษฐกิจชุมชนก็ยังคงดำรงอยู่ได้ในระดับหนึ่ง เพราะการปรับตัวและดิ้นรนต่อสู้ของชาวบ้านและชุมชนในรูปแบบต่างๆ ชาวบ้านปรับตัวโดยการเปลี่ยน แปลงระบบการผลิตจากการเพาะปลูกข้าวไปสู่การปลูกพืชหลายชนิด และการประกอบอาชีพหลากหลายประเภทควบคู่กันไป

ทั้งในด้านของงานรับจ้าง บริการและการค้า ไปจนถึงการย้ายถิ่นเพื่อหางานทำ และสร้างเครือข่ายของการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ระหว่างคนในครอบครัวเครือญาติคนบ้านเดียวกัน ไปจนถึงความเป็นพวกพ้องบนพื้นฐานของภูมิภาค และวัฒนธรรม ชุมชนหลายแห่งก่อร่างสร้างเครือข่าย เพื่อต่อสู้กับพลังภายนอก ด้วยการคิดค้นรูปแบบและวิธีการต่างๆ เช่น กลุ่มออมทรัพย์ ธุรกิจชุมชน เพื่อต่อสู้กับการครอบงำ และเพื่อปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นของตนเอาไว้ ในขณะที่ชุมชนอีกหลายแห่งยอมจำนน และรามือรอรับการชี้นำและบงการจากภายนอกเพิ่มขึ้น

การดำรงอยู่ร่วมกันของระบบทุนนิยมและเศรษฐกิจชุมชน ในพื้นที่มากมายหลายแห่งของประเทศไทย ทำให้เราจำเป็นต้องตั้งคำถามต่อนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการพัฒนาแบบทิศทางเดียว โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาความเข้มแข็ง ของระบบทุนนิยมอุตสาหกรรม และพยายามผลักดันส่งเสริม และสร้างแรงจูงใจในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ชุมชนทุกแห่งหนทั่วประเทศ เข้าสู่ระบบทุนนิยมอย่างเต็มรูปแบบโดยเร็ว

รวมทั้งนโยบายประชานิยมของรัฐบาลทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นในรูปของกองทุนหมู่บ้าน หรือการแปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นความพยายามที่จะให้ชุมชนและสมาชิกของชุมชน เข้าสู่ระบบตลาดเพิ่มขึ้นและเร็วขึ้น นโยบายและทิศทางการพัฒนาดังกล่าวล้วนแล้วแต่วางอยู่บนพื้นฐานของการมองข้ามความสำคัญ และการมุ่งทำลายความเข้มแข็งของเศรษฐกิจชุมชน โดยเน้นให้คนและชุมชนรับใช้ตลาด แทนที่จะมุ่งแสวงหาแนวทางที่สามารถกำกับควบคุมตลาดให้รับใช้คนและชุมชน

อคติต่อเศรษฐกิจชุมชนมิได้จำกัดอยู่แต่ในนโยบายของพรรคไทยรักไทย ซึ่งสิ้นอำนาจไปแล้วเท่านั้น แต่ยังดำรงอยู่อย่างมั่นคงในนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคการเมืองอีกหลายพรรค ที่กำลังจะอาสากลับเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศหลังจากเรามีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ช่วงปลายปีนี้

งานวิจัยเศรษฐกิจชุมชนเสนอว่า การพัฒนาประเทศควรมุ่งเน้นการสร้างตลาดภายใน หรือการตอบสนองความต้องการภายในเป็นพื้นฐาน โดยมีสภาพภูมิศาสตร์ทรัพยากรของพื้นที่ ชุมชนและเครือข่ายชุมชนเป็นตัวกำกับ และประกอบเครือข่ายของท้องถิ่นขึ้นมาเป็นประเทศชาติ ซึ่งหมายความว่า เราจะต้องให้ความสำคัญกับการสำรวจฐานทรัพยากรของท้องถิ่นทั่วประเทศ ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปที่ดิน การพัฒนาศักยภาพของท้องถิ่น ผลิตเพื่อความเพียงพอของท้องถิ่นแล้วขยายไปสู่การผลิตเพื่อขาย โยงเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่นเข้าด้วยกัน

ให้ความสำคัญกับการค้าในประเทศ เน้นช่วงชิงตลาดภายในประเทศกลับคืนมาแทนเน้นการส่งออก สนใจการผลิตสิ่งของ ด้วยเทคโนโลยีที่คนในประเทศกำกับเอง มากกว่าหรือเท่าเทียมกับธุรกิจการเงิน การธนาคาร และการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งหมายถึง การพัฒนาหลายทางและการพัฒนาแบบสมดุล แทนการพัฒนาเชิงเดี่ยวแบบเดิม

การให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจชุมชน ยังหมายถึงการพัฒนาศักยภาพในการพึ่งตัวเองและพึ่งกันเองในประเทศเป็นหลัก พัฒนาคุณภาพของประชากรด้วยการสาธารณสุข และการศึกษา ที่ให้ความสำคัญกับ “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” และ “ทุนทางวัฒนธรรม” อันดกอุดมอยู่ในทุกหย่อมหญ้าของสังคมไทย ซึ่งเป็นพื้นฐานของอุตสาหกรรมชุมชนและธุรกิจชุมชนในด้านของอาหาร ขนม ผ้าพื้นบ้าน เครื่องปั้นดินเผา สมุนไพร เหล้าไวน์ งานบริการและการท่องเที่ยว เป็นต้น

การพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชนและเครือข่ายให้เข้มแข็งนี้ ต้องเป็นการกระทำหรือเป็นปฏิบัติการของชาวบ้านร่วมกันเอง เกิดจากการมีสำนึกร่วมกันของชาวบ้านที่จะรวมตัวกันพัฒนาอย่างอิสระตามภาวะที่สอดคล้องกับท้องถิ่น มากกว่าที่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือรัฐบาลจะกำหนดให้จากเบื้องบน ความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน การไม่ถูกเบียดขับจากหน่วยงานของรัฐ และการกระจายอำนาจการบริหารจัดการและการตัดสินใจจากรัฐไปสู่ท้องถิ่น จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญ ที่จะทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง และความเข้มแข็งของชุมชนจะประกอบเป็นประเทศชาติที่เข้มแข็ง และพึ่งตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรีในประชาคมโลก

แนวคิดเรื่องเศรษฐกิจชุมชนและข้อค้นพบจากงานวิจัยนำเสนอว่า อนาคตของเศรษฐกิจสังคมไทย ควรจะวางอยู่บนพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจหลายระบบ เส้นทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาติ ควรจะวางอยู่บนพื้นฐานของ “ทางเลือก” ที่หลากหลาย มิใช่จำกัดอยู่แต่เพียงการขยายตัวเจริญเติบโตของทุนนิยม ซึ่งชนชั้นนำจำนวนน้อยนิดได้อานิสงส์ผลประโยชน์ บนพื้นฐานของการทำลายสภาพแวดล้อม และวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างมักง่าย

ในทางตรงกันข้าม แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศควรเปิดโอกาสให้ระบบเศรษฐกิจชุมชนเจริญเติบโต และพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ข้อค้นพบดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ผ่านๆ มา รวมทั้งรัฐบาลปัจจุบัน ยังคงย่ำเท้าอยู่กับความอับจนจินตนาการทางเศรษฐกิจที่มิใช่ทุนนิยม อับจนวิสัยทัศน์แห่งระเบียบเศรษฐกิจสังคม ที่สามารถกำกับควบคุมตลาดให้รับใช้มนุษย์ อับจนความชอบธรรม ที่ไม่อิงเศรษฐกิจกระแสหลัก และอับจนนโยบายที่ไม่ใช่ประชานิยมเพื่อสร้างมายาภาพและจุดขาย

อย่างมัวแต่อ้างแนวคิดและหลักการเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่เพียงลมปาก รัฐบาล พรรคการเมือง และภาคประชาสังคมต้องเร่งสร้าง "นโยบาย" ทางเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรม ให้ระบบเศรษฐกิจหลากรูปแบบ ดำรงอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลในสังคมไทย