|
||||||||||||||
|
ล่าข้ามโลก
"เรือขุด" อัปยศ จาก
"นิวออร์ลีนส์-โบไห่"
มติชนรายวัน วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10551 ถ้านับเวลาตั้งแต่กรมเจ้าท่า (กรมขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี) เซ็นสัญญากับนายปีเตอร์ โบวี่ ประธานบริษัทเอลลิคอตต์ แมชชีน คอร์ปอเรชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล แห่งเมืองบัลติมอร์ รัฐแมรีแลนด์ สหรัฐอเมริกา ให้ต่อเรือขุดหัวสว่านขนาดท่อส่งดิน 28 นิ้ว 3 ลำ มูลค่า 49.40 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2540 ถึงขณะนี้เกือบสิบปี รัฐบาลไทยจ่ายเงินไปถึง 42 ล้านเหรียญ หรือราว 1,400 ล้านบาท โดยไม่มีโอกาสได้เรือขุดและแนวโน้มค่อนข้างจะเป็นที่แน่นอนว่า รัฐบาลไทยต้องเสียเงินงบประมาณแผ่นดินไปฟรีๆ เพราะบริษัทเอลลิคอตต์ฯประกาศล้มละลาย เรือขุดถูกขายทอดตลาดให้กับบริษัทของจีนและสหรัฐไปแล้ว ขณะที่ฝ่ายไทยยังมะงุมมะงาหราไม่รู้ว่าจะฟ้องร้องเอาผิดกับใคร มิหนำซ้ำนายปีเตอร์ โบวี่ ประธานบริษัทเอลลิคอตต์ฯ ซึ่งเป็นคู่กรณีของกรมเจ้าท่า กลับมาเป็นประธานบริษัทบัลติมอร์ เดรจส์ (Baltimore Dredges) ขายเรือขุดอีกครั้ง บริษัทบัลติมอร์ เดรจส์ เปิดโชว์ในเว็บไซต์ระบุว่า บริษัทเทียนจิน วอเตอร์เวย์ บูโร เป็นบริษัทในเครือของ "ไชน่า ฮาร์เบอร์ อินจิเนียริ่ง คอร์ป" ซื้อเรือขุดซึ่งบริษัทเอลลิคอตต์ฯเป็นผู้ต่อจากบริษัทวีคส์ มารีน อิงค์ จีนซื้อเรือขุดนี้ในราคาลำละ 7,595,000 เหรียญสหรัฐ ถูกกว่าขายให้ไทยครึ่งต่อครึ่ง อีกลำบริษัทวีคส์ มารีน อิงค์ ซื้อเก็บไว้ใช้ขุดลอกร่องแม่น้ำเดลาแวร์ รัฐเดลาแวร์ สหรัฐอเมริกา บริษัทบัลติมอร์ เดรจส์ อ้างว่า เรือขุดทั้งสามลำติดตั้งอุปกรณ์ของเอลลิคอตต์ ซีรี่ส์ 6870 รุ่นซุปเปอร์ ดรากอน การประกาศผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว เหมือนเป็นการตบหน้ารัฐบาลไทยฉาดใหญ่ เพราะเรือขุดทั้งสามลำเป็นเรือที่บริษัทเอลลิคอตต์ฯต่อให้ไทยมาก่อน บริษัท เอลลิคอตต์ฯทำสัญญาต่อเรือขุดเป็นเวลา 540 วัน กำหนดส่งมอบเรือขุดให้ไทยในวันที่ 24 มีนาคม 2542 ในระหว่างนั้น บริษัทเอลลิคอตต์ฯขอเบิกเงินค่าต่อเรือและติดตั้งเครื่องยนต์อุปกรณ์ เป็นงวดๆ ฝ่ายไทยเบิกให้รวม 5 งวด หรือคิดเป็นตัวเงิน 42 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ปรากฏในภายหลังว่า บริษัทเอลลิคอตต์ฯต่อเรือขุดไม่เสร็จ เครื่องยนต์และอุปกรณ์ มีการส่งมอบ ไม่เป็นตามข้อสัญญาที่ทำไว้กับกรมเจ้าท่า จนกระทั่งกรมเจ้าท่า ตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาผู้กระทำผิด และรัฐบาลสั่งยกเลิกสัญญาในเดือนมีนาคม 2545 บริษัทเอลลิคอตต์ฯประกาศล้มละลาย นายปีเตอร์ โบวี่ แจ้งรัฐบาลท้องถิ่นรัฐแมรีแลนด์ ขอเปลี่ยนชื่อบริษัทเอลลิคอตต์ แมชชีนฯ เป็นบริษัท ซี.เอลลิส อิงค์ (C. Ellis, Inc.) เมื่อเดือนกันยายน 2546 จากการตรวจสอบเมื่อปี 2549 พบว่าบริษัท ซี.เอลลิส อิงค์ ไม่ได้มีกิจกรรมทางธุรกิจใดๆ มิหนำซ้ำสถานะการเงินอยู่ในระดับ "ไม่ดี" ขณะเดียวกัน นายปีเตอร์ โบวี่ กลับไปเป็นประธานกรรมการบริษัท บัลติมอร์ เดรจส์ และโชว์ผลงานการต่อเรือขุด ของบริษัทเอลลิคอตต์ฯ ผ่านทางเว็บไซต์ดังกล่าว "มติชน" ตามพิสูจน์ความจริงกรณีเรือขุด "เอลลิคอตต์" มาตั้งแต่เมื่อปี 2543 พบปมพิรุธมากมาย ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงข้อสัญญา หลักฐานการจ่ายเงินสินบนระหว่างนายปีเตอร์ โบวี่ ให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย เพื่อแลกเปลี่ยนกับการแก้ไขเงื่อนไขสัญญา ในการส่งมอบเครื่องยนต์ ซึ่งมีราคาถูกและผิดกับคุณสมบัติหรือสเปคที่กำหนดไว้ในสัญญา รวมไปถึงการแบ่งซอยย่อยสัญญา ส่งของชิ้นเล็กๆ ให้หวังเอาเงินจากฝ่ายไทย โดยที่บริษัทเอลลิคอตต์ฯ ยื้อเวลาจนในที่สุด รัฐบาลไทยได้รับความเสียหายอย่างย่อยยับ เพราะบริษัทเอลลิคอตต์ฯไม่ส่งเรือขุดให้แม้แต่ลำเดียว เมื่อเดือนสิงหาคม 2544 ผู้สื่อข่าว "มติชน" ไปตรวจสอบเรือขุดที่อู่จีเอ็มซี แอนด์ ดับเบิลยู ริมคลองฮาร์วีย์ เมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐหลุยส์เซียนา สหรัฐอเมริกา อู่ดังกล่าวบริษัทเอลลิคอตต์ฯขอเช่าสำหรับจอดเรือ พบว่าเรือขุดทั้งสามลำยังเป็นแค่โครงเหล็ก ไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องยนต์ตามที่กำหนดในเงื่อนไขสัญญา ทั้งที่เลยกำหนดเวลาส่งมอบเรือให้ไทยมาแล้วถึง 2 ปีเศษ บริษัทเอลลิคอตต์ฯอ้างสารพัด บ้างระบุคนงานอู่เซมโกหยุดงานบ้าง เกิดเหตุสุดวิสัยมีพายุเฮอร์ริเคน หาอู่ต่อเรือใหม่ไม่ได้ฯลฯ แต่น่าแปลก เมื่อรัฐบาลไทยสั่งยกเลิกสัญญา เรือขุดทั้งสามลำกลับได้รับฟื้นฟู ตกแต่งทาสี ติดตั้งเครื่องจักรตามสเปคของบริษัทเอลลิคอตต์ฯ แล้วนำไปขายต่อให้กับบริษัท วีคส์ มารีน และบริษัทเทียนจินฯ เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2550 ผู้สื่อข่าว "มติชน" ติดตามไปตรวจสอบเรือขุดของบริษัทเทียนจินฯ ซึ่งอยู่ในอ่าวโบไห่ เมืองเฉาไฝ่เจี้ยน จังหวัดถังซาน มณฑลเหอเป่ย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีน บริษัท เทียนจินฯส่งเรือขุดไปขุดลอกร่องน้ำในอ่าวโบไห่เพื่อสร้างท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ รองรับเรือบรรทุกขนาด 2 แสนตันได้อย่างสบายๆ จากกรุงปักกิ่งไปท่าเรือไปถึงจุดจอดเรือขุด ใช้เวลาทางบก-ทางน้ำกว่า 5 ชั่วโมง เมื่อขึ้นไปห้องควบคุมเรือพบว่า เรือลำนี้มีขนาดเดียวกันกับเรือขุดเอลลิคอตต์ รหัส E1007 ที่บริษัทเอลลิคอตต์ฯทิ้งไว้ริมคลองฮาร์วีย์นั่นเอง อุปกรณ์เครื่องยนต์ภายในเรือขุดของบริษัทเทียนจินฯมีรหัสหมายเลขเครื่องเหมือนกันที่บริษัทเอลลิคอตต์ฯส่งมอบให้กรมเจ้าท่า อาทิ เครื่องยนต์ขับปั๊มขุด ( Hull Dredge Pump Engine) เครื่องยนต์แคตเตอร์พิลล่าร์ รุ่น 3516 หมายเลขเครื่อง 27Z00794 และหมายเลข 27Z00788 เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Main Generator) แคตเตอร์พิลล่าร์ 3406 หมายเลขเครื่อง ISS00251 เครื่องยนต์ขับปั๊มขุดเป็นหนึ่งในหลักฐานที่ยืนยันว่า บริษัท เอลลิคอตต์ฯทำผิดเงื่อนไขสัญญา เนื่องจากเครื่องยนต์แคตเตอร์พิลล่าร์ รุ่น 3516 เป็นเครื่องยนต์ใช้สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม (industrial type) แต่ในสัญญาของกรมเจ้าท่าระบุบริษัทเอลลิคอตต์ฯต้องส่งมอบเครื่องรุ่น 3516 ประเภทใช้ในทะเล ( marine type) ราคาเครื่องยนต์ของสองประเภทแตกต่างกัน และคุณสมบัติในการใช้งานไม่เหมือนกัน เครื่องที่ใช้ในทะเล จะทำงานขุดลอกร่องน้ำในทะเลได้ตลอด 24ชั่วโมง ทนทานนานกว่าเครื่องสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม กัปตันเรือขุดของจีนบอกว่า เครื่องแคตเตอร์พิลล่าร์ที่ใช้อยู่เป็นอินดัสเตรียล ไทป์ ทำงานได้วันละไม่เกิน 20 ชั่วโมง ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่จีนซื้อเรือขุดทั้งสองลำได้ในราคาถูก และไม่แปลกใจที่รัฐบาลไทยโดนนายปีเตอร์ โบวี่ แหกตาจนถึงบัดนี้ หน้า 2
|