หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
เศรษฐกิจพอเพียงฉบับนักลงทุน ยึดหลักพอประมาณ-มีเหตุผล

มติชนรายวัน  วันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10548

หมายเหตุ : เมื่อวันที่ 25 มกราคม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด ได้จัดสัมมนาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง กับการลงทุน โดยนายสุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการ บลจ.ไทยพาณิชย์ บรรยายพิเศษ มีรายละเอียดพอสังเขป ดังนี้

โลกมีวิวัฒนาการมาอย่างช้าๆ ซึ่งช่วงเวลาที่ผ่านมาโลกแตกมาแล้วถึง 5 ครั้ง สิ่งมีชีวิตมากกว่า 90% สูญพันธุ์ โดยสัตว์ที่เกิดมาล่าช้ามีวิวัฒนาการอย่างรวดเร็วเพียง 200 ปี และมีการทำลายมากที่สุดคือ "มนุษย์" ที่มีการบริโภคอย่างไม่หยุดยั้ง บริโภคทุกอย่างที่ขวางหน้า แตกต่างจากนกกระจาบที่เคยทำรังอย่างไรก็ทำอยู่อย่างนั้น

ขณะที่มนุษย์พัฒนาจากกระท่อมมาเป็นตึกสูงระฟ้า หลายเรื่องออกมาจากสมองของมนุษย์ และหลังจากที่บริโภคก็ทิ้งขยะไว้บนโลก ธรรมชาติต้องสนองตอบความต้องการที่มากขึ้น รวมทั้งพฤติกรรมการทิ้ง เพราะมนุษย์ถูกกระตุ้นให้สะดวกสบาย

วันนี้โลกมีขั้วเดียวกันคือทุนนิยม เสรีนิยม ที่ใช้การบริโภคเป็นที่ตั้ง ยิ่งบริโภคมากก็ยิ่งกำไรมาก เกือบทุกนาทีถูกกระตุ้นให้บริโภคอย่างไม่หยุดยั้ง คนเพิ่มขึ้นเป็น 7,000 กว่าล้านคน แต่โลกยังอยู่เท่าเดิม ทุนก็เท่าเดิม

ประเทศไทยเกิดวิกฤตมาแล้ว 5 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2516 ที่เจอวิกฤตน้ำมันปี 2522 และ 2524 ลดค่าเงินบาท จนกระทั่งมาถึงวิกฤตปี 2540 แต่คนไทยเจ็บแล้วไม่ค่อยจำ

สิ่งที่น่าแปลกใจคือ ฟองสบู่มักจะแตกตอนที่เศรษฐกิจกำลังโต เปรียบเสมือนการเป่าลูกโป่ง ถ้าเป่ามากเกินไปลูกโป่งจะแตก ถ้าเป่าน้อยเกินไปลูกโป่งจะเหี่ยว แต่ถ้าเป่าพอดีลูกโป่งจะออกมาสวยงามน่าเชยชม ความพอดีสอนเราอยู่ตลอดเวลา ปัญหาทุกอย่างเกิดจากการบริโภคเกินตัว ซึ่งวันนี้ต้องคิดใหม่ทำใหม่อย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยเคยอยากเป็นเสือ อยากเป็นนิกส์ (NICS) หรือ New Industrialising Countries ที่หมายถึง ประเทศอุตสาหกรรมใหม่

แต่เราลืมไปว่าแปลได้อีกอย่างว่า Narok (นรก) is Coming Soon จนกระทั่งมาถึงทุกวันนี้ ต้องพูดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง 3 เวลาหลังอาหาร

เศรษฐกิจพอเพียงเป็นสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสอนมาตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ทรงครองราชย์ แต่ไม่มีใครตั้งใจที่จะฟัง ประชาชนทุกคนชอบได้ยินในหลวงรับสั่ง แต่ไม่เคยฟังเลย ชอบและชื่นใจที่ได้พบเห็นในหลวง แต่ไม่เคยมองสักครั้ง รับสั่งมาก่อนที่ฝรั่งจะพูดมาแล้ว 60 ปี ตั้งแต่วันแรกที่ทรงครองราชย์ 2 ประโยคคือ "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม" นั่นคือการประกาศ Good Governance หรือ ธรรมาภิบาล แต่คนไทยต้องแปลมาจากตำราฝรั่ง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าแปลว่าอะไรความโปร่งใส อาจจะหมายถึง โกงยังไงให้ใสจนจับไม่ได้หรือเปล่า

ส่วนประโยคที่ 2 คือ "เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม" ทำให้เกิดประโยชน์ที่นำมาซึ่งความสุขหลักเศรษฐกิจพอเพีย งดังกล่าวสามารถนำมาได้ทั้งในองค์กร ธุรกิจ ของผู้ประกอบการรวมทั้งปรับใช้กับตนเองได้ทั้งหมด

นอกจากนี้พระองค์ยังทรงเคยพระราชทาน 3 คำหลัก เพื่อให้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล และการมีภูมิคุ้มกัน คือ การประมาณตนก่อนที่จะทำสิ่งใด ต้องรู้จักตัวเองก่อน รู้จักประเทศว่ามีทุนแค่ไหน และเหมาะสมที่จะนำไปทำอะไร เช่น ประเทศสิงคโปร์ไม่ทำการเกษตร เพราะไม่มีที่ดิน แม้แต่น้ำยังต้องหาซื้อ แต่สิงคโปร์มีทรัพยากรมนุษย์เป็นทุน

ดังนั้น แต่ละประเทศจึงต้องหาจุดเด่น ไม่ใช่คล้อยตามกระแสไม่จำเป็นต้องทำตามคนอื่น ต้องเลือกทางเดินที่เหมาะสม ไมใช่เลือกทางที่ไม่ถนัด คนเราอยู่บนโลกควรจะทำอะไรกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้อยู่รอดมั่นคง มีเสถียรภาพ โดยใช้ความพอดีและทางสายกลาง

เนื่องจากไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น จึงต้องมีภูมิคุ้มกันหรือที่ฝรั่งเรียก Risk Management ทำให้โตได้อย่างมั่นคง ไม่ใช่โตแล้วแตก หรือเป็นเสือวันนี้ แต่พรุ่งนี้ต้องนอนตายอยู่ข้างถนนอย่างไร้ศักดิ์ศรี ประเทศควรจะมีเสาเป็นของตนเอง หรือร่วมสร้างเสากับคนอื่น เพราะหากต่างชาติถอนเสาออกไปลงทุนในประเทศจีน เวียดนาม ฯลฯ เรายังสามารถอยู่ได้ อย่าให้ประเทศไทยต้องพัฒนาสุดขีดจนไม่เหลืออากาศหายใจเหมือนกับประเทศอื่นที่ต้องซื้อออกซิเจนกระป๋อง เพราะทุกวันนี้หากขับรถออกไปบนถนน แล้วลองปิดแอร์ เปิดกระจกจะพบว่ากรุงเทพฯก็แทบจะไม่มีอากาศหายใจแล้ว

ทั้งนี้ ระหว่างทางเดินไปข้างหน้าจะต้องมีความรอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวังด้วย อย่างน้อยการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ก็ควรจะมีความรู้พื้นฐาน แต่ถ้าไม่รู้ก็ควรศึกษา และยังต้องมีคุณธรรม ซื่อสัตย์ สุจริตในการลงทุนด้วย การลงทุนควรทำอย่างเพียงพอไม่ใช่มีเงินเท่าไหร่ก็นำมาฝากทั้งหมด แล้วไปเก็บกระถินข้างรั้วกิน

การลงทุนในหุ้น หากมีราคาสูงขึ้นมาถึงระดับหนึ่งที่ตั้งใจหรือมีกำไรพอประมาณแล้ว ก็ควรจะขาย ต้องรู้ว่าหุ้นที่ซื้อมีพื้นฐานอย่างไร ราคาขึ้นมาอย่างมีเหตุผลหรือไม่ เมื่อขึ้นมาอย่างสมเหตุสมผล ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเก็บเอาไว้ ประโยชน์ใกล้ตัวเป็นประโยชน์ที่แน่แท้ ซึ่งหลังจากขายหุ้นแล้ว หากราคายังปรับขึ้นต่อไปก็บอกตนเองว่าเราได้แล้ว เอาความมั่นคง แน่นอน ยั่งยืนเป็นที่ตั้ง

ชีวิตของมนุษย์ไม่ได้มีเพียงแค่เงินเท่านั้น เงินเป็นแค่กระดาษที่ใส่ค่าทางเศรษฐกิจลงไป ดังนั้น ควรทำให้คุณค่าของชีวิตเกิดขึ้น ควรทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้าง เช่นเดียวกับที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ไม่เคยหยุดทรงงานแม้แต่เพียงวันเดียว ตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ทรงครองราชย์

เมื่อวันที่พระองค์เสด็จฯไปรับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลศิริราช ได้รับสั่งก่อนเข้าผ่าตัดประมาณ 5 ชั่วโมงว่า ให้ติดตั้งเรื่องคอมพิวเตอร์ในห้องที่ประทับ เนื่องจากพายุ 2 ลูกจะเข้าสู่ประเทศไทย ท่านจะใช้มอนิเตอร์ดู ซึ่งได้ทรงติดตามความเคลื่อนไหวของพายุโดยตลอด แตกต่างจากคนป่วยทั่วไปที่ไม่มีจิตใจจะทำอะไร และสิ่งที่ท่านได้รับการตอบแทนกลับมาคือ ความรักความศรัทธาของประชาชน

เมื่อปี 2524 ได้รับการคัดเลือกให้ไปถวายงานให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบว่า ราชการได้ส่งข้าราชการมาถวายงาน ก็เรียกตัวไปเข้าเฝ้าฯและรับสั่งว่า "ขอบใจนะที่จะมาช่วยงาน แต่บอกก่อนว่า มาทำงานกับฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากความสุขที่มีร่วมกันในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น" ซึ่งเป็นสิ่งที่ยึดเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตมาโดยตลอด

หน้า 20