หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
Outlook 07

Future World By Tfex : เกศรา มัญชุศรี  กรุงเทพธุรกิจ  วันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2550

ทิศทางการเติบโตและความเคลื่อนไหวของตลาดอนุพันธ์ทั่วโลกปี 2007 คาดว่าจะเป็นไปตามกระแสที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา ทั้งในเรื่องปริมาณการซื้อขายที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และการควบรวมกิจการของตลาดอนุพันธ์ในภูมิภาค

ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ยุโรป และออสเตรเลีย การควบรวมในหลากหลายรูปแบบ จะยังคงเป็นประเด็นที่น่าจับตามองต่อไป มีการควบรวมในประเทศ และการประกาศซื้อขายตลาดข้ามภูมิภาค และที่จะเป็นระดับที่อ่อนลงคือ การสมัครใจเข้าเป็นพันธมิตรระหว่างกัน ตลาดอนุพันธ์ในแถบเอเชียนั้น เป็นเรื่องความโดดเด่นด้านอัตราการเติบโตของปริมาณการซื้อขาย ทุกคนกำลังจับจ้องพระเอกใหม่ที่จะเกิดขึ้น คือ ตลาดอนุพันธ์ทางการเงินในจีน ที่จะเปิดซื้อขายได้ในครึ่งแรกของปีนี้

ตลาดอนุพันธ์ที่ถือเป็นตำนานของโลก CME (Chicago Mercantile Exchange) ประกาศซื้อ CBOT (Chicago Board of Trade) ด้วยการจ่ายเงินมูลค่าประมาณ 8 พันล้านเหรียญ หรือเกือบ 300,000 ล้านบาท เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2008 ภายใต้ชื่อใหม่ว่า CME Holdings ทั้งนี้ อีกหลายตลาดอนุพันธ์ในสหรัฐอเมริกาเอง คาดว่าจะมีความเคลื่อนไหวด้านนี้ต่อไป

การควบรวมกิจการระหว่างตลาด NYSE (New York Stock Exchange) กับ Euronext ในทวีปยุโรป โดยได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นเมื่อธันวาคม และการควบรวมของตลาด ASX (Australia Stock Exchange) และ SFE (Sydney Futures Exchange) ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปีนี้

เหตุใดจึงเกิดความเคลื่อนไหวมากมายในตลาดอนุพันธ์ ตลาดอนุพันธ์มิใช่เพียงแต่แข่งขันด้านการพัฒนาสินค้าที่นำมาซื้อขาย ปัจจัยที่ทำให้ตลาดอนุพันธ์ต้องเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนองค์กรอยู่เสมอ มาจากอิทธิพลความก้าวหน้า ของนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์ของระบบการซื้อขาย การสื่อสารข้ามพรมแดน เทคโนโลยีที่ทันสมัยนั้น ถือเป็นแต้มต่อ แต่ปัจจัยที่จะเชือดเฉือนกันยังต้องคำนึงถึงต้นทุนการดำเนินงาน ที่สามารถแข่งขันกับตลาดอื่นๆ ได้ ต้นทุนนี้หมายถึงต้นทุนโดยรวมที่ผู้ลงทุนหรือผู้ที่ต้องการซื้อขายจะต้องจ่าย ทั้งที่เป็นตัวเงิน เวลา และเงื่อนไขอื่นๆ ดังนั้น การรวมกิจการหรือการเป็นหุ้นส่วนกันนั้น เพื่อทำให้ต้นทุนการทำงานลดลง มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขอบเขตธุรกิจที่ขยายตัวออกไปสู่ประเทศและภูมิภาคอื่นๆ จึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในโลกปัจจุบัน

การแข่งขันนั้นเกิดจากตลาดอนุพันธ์ภายในประเทศตนเอง ในสหรัฐอเมริกานั้นมีมากกว่า 10 แห่ง ในประเทศจีน ประเทศอินเดีย และประเทศญี่ปุ่น ที่มีมากกว่า 5 แห่งในแต่ละประเทศ และยังมีคู่แข่งทางอ้อมในรูปแบบอื่นๆ ในประเทศตนเองอีก คู่แข่งที่ชัดเจนก็คือตลาดอนุพันธ์ในประเทศอื่นๆ ที่สามารถเสนอสินค้าประเภท และชนิดเดียวกับที่ซื้อขายกัน บนตลาดอนุพันธ์ของตนเองได้ ภายใต้กฎเกณฑ์ที่สะดวกกว่า ด้วยต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า

สำหรับสถานการณ์ในแถบประเทศเอเชียที่กล่าวกันว่าเป็นเสมือน เสือกระโดดนั้น ขอนำข้อมูลจาก วารสาร Futures Industry ฉบับเดือนพฤศจิกายน/ธันวาคม 2006 ที่ได้รายงานสถิติการซื้อขายอนุพันธ์จาก 23 ตลาด 10 ประเทศในเอเชีย โดยเปรียบเทียบช่วงเวลา 1 ปี และ 4 ปี พบว่าตลาดที่เติบโตสูงสุดในรอบเวลา 4 ปี คือ TAIFEX (Taiwan Futures Exchange) ที่โตถึง 1667% ลำดับสองคือ NSE (National Stock Exchange of India) ที่โตถึง 1633% ในช่วงเดียวกัน

ตามรูปที่นำเสนอนี้ เป็นการเปรียบเทียบเพียง 10 ตลาดจาก 8 ประเทศที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดของเอเชีย โดยแกนนอนวัดอัตราการเติบโตปีปัจจุบัน แกนตั้งวัดอัตราการเติบโตระยะ 4 ปี ตลาดของประเทศเกาหลี KRX มียอดการซื้อขายสูงที่สุดจึงมีวงกลมใหญ่ที่สุด แต่การเติบโตนั้นอยู่ในระดับต่ำทั้งรอบปีนี้และระยะยาวที่ผ่านมา วงกลมจึงอยู่ด้านซ้ายของรูป ตลาดไต้หวัน (TAIFEX) และตลาดอินเดีย (NSE) นั้นขนาดตลาดไม่ใหญ่นักจึงมีวงกลมเล็ก แต่อัตราการโตสูงมากทั้งระยะสั้นและระยะยว จึงมีรูปอยู่ด้านขวาบน

ตลาดสิงคโปร์ SGX ขนาดใหญ่เป็นอันดับสุดท้ายของกลุ่ม มีอัตราการเติบโตไม่สูงนักในรอบ 4 ปีเพียง 10% แต่ในปีที่ผ่านมาได้ปรับกลยุทธ์จนมีอัตราการเติบโตสูงมากกว่า 55% สิงคโปร์ได้วางกลยุทธ์การเป็นประตูของเอเชีย ที่มีอนุพันธ์ทุกประเภทมาซื้อขาย โดยอาจซื้อขายผ่าน SGX ที่ขายอนุพันธ์อ้างอิงกับดัชนีของประเทศต่างๆ ในเอเชีย หรือเป็นการซื้อขายผ่านประเทศสิงคโปร์ที่รัฐบาลได้อนุญาตให้ตลาดอนุพันธ์ทั้งในยุโรปและอเมริกา มาจัดตั้งศูนย์กลางเพื่อรับคำสั่งซื้อขายได้จากบริษัทโบรกเกอร์ที่มีถิ่นฐานในสิงคโปร์ การสนับสนุนจากรัฐบาลส่งผลต่อปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในปีที่ผ่านมา

ตลาดอนุพันธ์ในประเทศจีนที่ติดอันดับขายดีสองตลาดคือ Dalian Commodity Exchange (DCE) และ Shanghai Futures Exchange (SHFE) ถือเป็นดาวรุ่งของปีนี้ ที่มีการเติบโตถึง 75% ในรอบปีก่อน ในปัจจุบันจีนมีตลาดอนุพันธ์ 3 แห่ง ที่เปิดให้บริการเฉพาะด้านสินค้าโภคภัณฑ์ ได้แก่ น้ำตาล ถั่วเหลือง ยางพารา ฯลฯ ในปี 2007 นี้ ตลาดอนุพันธ์ด้านการเงิน จะเริ่มเปิดทำการ มีชื่อเรียกว่า China Financial Futures Exchange (CFFEX) โดยจะเปิดซื้อขายฟิวเจอร์ส ของดัชนี Shanghai Shenzhen 300 Index หลายคนคาดว่าตลาดแห่งใหม่นี้ น่าจะประสบความสำเร็จ เช่นเดียวกับตลาดอื่นๆ ของจีน บริษัทการเงินชั้นนำของโลก ได้ให้ความสำคัญต่อตลาดในประเทศจีนอย่างมาก

เมื่อดูพัฒนาการของเพื่อนบ้านแล้ว หันกลับมาที่ บมจ. ตลาดอนุพันธ์ หรือ TFEX นั้น เรายืนอยู่ในโลกของการแข่งขันนี้ได้อย่างไร ตลาดอนุพันธ์ได้ยึดหลักการดำเนินงานที่มีความเป็นสากล มีระบบการซื้อขายที่ทันสมัยมั่นใจได้ มีกฎเกณฑ์การทำงาน ที่เป็นไปตามมาตรฐานโลก ในปีนี้เองจะเปิดให้สมาชิกสามารถให้บริการที่สะดวก รวดเร็วแก่ลูกค้าผ่านระบบคอมพิวเตอร์ของสมาชิกที่มักเรียกว่า Direct Market Access

การเติบโตของตลาดอนุพันธ์ทั่วโลกนั้นได้สะท้อนถึงพัฒนาการของเครื่องมือบริหารความเสี่ยง ที่เสนอตัวมาให้บริการ แก่ผู้ลงทุนประเภทต่างๆ ในโลกปัจจุบันผลตอบแทนการลงทุนมีความผันผวนสูงมาก ระดับความเสี่ยงอยู่อัตราที่สูง และขนาดความเสียหายมีจำนวนสูงขึ้น ดังนั้นผู้ลงทุนเองควรต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถ ในการบริหารจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น การมีอนุพันธ์จึงถือเป็นประโยชน์ต่อตลาดทุนไทย ที่จะพลิกโฉมไปสู่การบริหารจัดการอย่างมีคุณภาพ การแข่งขันการบริหารผลตอบแทนด้วยฝีมือ ด้วยนวัตกรรมทางการเงิน