หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
Original Sin ปัจจัยเสี่ยงก่อวิกฤติเศรษฐกิจ

ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์  กรุงเทพธุรกิจ  วันพุธที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2550

ในภาวะความไม่สมดุลของการเงินโลก อันเป็นผลจากการที่สหรัฐอเมริกาขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจำนวนมหาศาล ให้แก่เอเชีย ซึ่งทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการวิเคราะห์ว่า ภาวะเช่นนี้อาจจะนำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจโลก ในระยะเวลาอันใกล้

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2549 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2550 อย่างมีนัยสำคัญ สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ผมเกิดคำถามว่า ประเทศไทยจะป้องกันผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนได้อย่างไร ในเมื่อเศรษฐกิจของประเทศต้องมีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกมากขึ้นเรื่อยๆ

การเดินทางมาทำงานวิจัยที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ผมได้รู้จักกับแนวคิดหนึ่ง ที่มีความน่าสนใจมาก ซึ่งศาสตราจารย์ ริคาร์โด เฮ้าส์แมนน์ (Ricardo Hausmann) แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ร่วมกับศาสตราจารย์ แบร์รี่ ไอเคนกรีน (Barry Eichengreen) แห่งมหาวิทยาลัยยูซีเบิร์คเลย์ และศาสตราจารย์ ยูโก้ พานิซซ่า (Ugo Panizza) แห่ง Inter-American Development Bank ได้กล่าวไว้ คือ "บาปดั้งเดิม" (Original Sin) อันหมายถึง ความไม่สามารถกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ เป็นเงินสกุลของประเทศตนเองได้

การพิจารณาว่าประเทศใดมีปัญหาบาปดั้งเดิมหรือไม่ สามารถดูได้จากปริมาณหนี้ต่างประเทศในสกุลเงินต่างประเทศ เทียบเป็นสัดส่วนกับปริมาณหนี้ต่างประเทศทั้งหมด หากดัชนีตัวนี้มีค่าสูง หมายความว่า ประเทศนั้นมีบาปดั้งเดิมสูง

ประเทศที่มีบาปดั้งเดิมสูงจะนำไปสู่สถานการณ์ ที่เรียกว่า "ความไม่สอดคล้องของอัตราแลกเปลี่ยนมวลรวม" (aggregate currency mismatch) ซึ่งมีความเสี่ยงถึงขั้นที่จะนำไปสู่วิกฤติทางเศรษฐกิจได้ เนื่องจากบาปดั้งเดิม มีผลกระทบต่อเสถียรภาพของการค้า และการเคลื่อนย้ายทุนระหว่างประเทศ ประเทศที่มีบาปดั้งเดิมสูง จะทำให้การใช้เครื่องมือในการบริหารจัดการเศรษฐกิจมีความจำกัด เพราะเครื่องมืออัตราแลกเปลี่ยนมีความยืดหยุ่นน้อย (เพราะหากทำให้ค่าเงินแข็งเกินไปจะกระทบการส่งออก แต่หากทำให้ค่าเงินอ่อนเกินไป จะทำให้หนี้ต่างประเทศเพิ่มขึ้น) ทำให้ต้องอาศัยอัตราดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการเศรษฐกิจมากขึ้น เศรษฐกิจจึงผันผวนมากกว่าประเทศที่มีบาปดั้งเดิมต่ำ

คะแนนความน่าเชื่อถือ (credit rating) ของประเทศที่มีบาปดั้งเดิมสูงจะต่ำกว่าประเทศที่มีบาปดั้งเดิมต่ำ เนื่องจากความอ่อนไหว ของอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยมีมากกว่า ทำให้มีความเสี่ยง มากกว่าในเรื่องการชำระหนี้ต่างประเทศ และการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด และทำให้การกู้ยืมเงินตราต่างประเทศมีต้นทุนสูงขึ้น

ประเทศไทยถือว่าเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีปัญหาบาปดั้งเดิม เนื่องจากหนี้ต่างประเทศส่วนใหญ่ อยู่ในรูปของเงินสกุลต่างประเทศทั้งสิ้น โดยเป็นหนี้ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เยน และยูโร คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 99 ของหนี้ต่างประเทศทั้งหมดของไทย

ในอนาคต ประเทศไทยยังคงมีความเสี่ยงจากปัญหาบาปดั้งเดิม เพราะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการกู้เงินสกุลต่างประเทศได้ เนื่องด้วยเงินทุนในประเทศมีไม่เพียงพอสำหรับการพัฒนาประเทศ และมีความจำเป็นต้องลงทุน ในด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เป็นจำนวนมาก

นักวิชาการทั้งสามท่านได้เสนอวิธีแก้ไขปัญหา โดยการสร้างดัชนีตะกร้าเงินของประเทศที่เป็นเศรษฐกิจใหม่ (Emerging Economy Index : EM Index) ซึ่งใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริงของประเทศเหล่านี้มาคำนวณ และถ่วงน้ำหนักด้วยจีดีพี ของแต่ละประเทศ และให้ประเทศผู้ให้กู้หรือสถาบันการเงินให้กู้ยืมเงินในสกุลเงิน ที่เป็นส่วนประกอบใน EM Index รวมทั้งเสนอให้ประเทศที่มีปัญหาบาปดั้งเดิมร่วมกันสร้างตลาดการกู้ยืมที่อยู่ในรูปเงินสกุลตนเอง

ด้วยวิธีการนี้ จะทำให้มูลค่าหนี้ต่างประเทศไม่ผันผวนไปตามการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินของโลก แต่จะมีเสถียรภาพ เพราะ EM Index คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนของประเทศที่มีระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ ใกล้เคียงกับประเทศผู้กู้ นอกจากนี้ มูลค่าหนี้จะขึ้นอยู่กับอัตราเงินเฟ้อของประเทศผู้กู้ด้วย เพื่อป้องกันมิให้ผู้กู้ใช้นโยบายการเงินและนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อลดหนี้ของตนเอง

แนวคิดดังกล่าวน่าจะเป็นตัวจุดประกายสำหรับภาครัฐ ในการผลักดันการจัดระบบป้องกันผลกระทบจากความผันผวน ของการเงินโลก อันเป็นผลมาจากปัญหาบาปดั้งเดิม ซึ่งปัญหานี้ไม่สามารถแก้ไขได้โดยประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ต้องเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ และต้องใช้ความคิดที่สร้างสรรค์ โดยอยู่บนฐานข้อมูลและหลักวิชาการที่หนักแน่น

อย่างไรก็ตาม การที่ข้อเสนอดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ จึงต้องใช้เวลาในการดำเนินการที่ยาวนาน ผมจึงเสนอว่า แนวทางการป้องกันปัญหาบาปดั้งเดิมที่รัฐบาลไทยสามารถทำได้ทันที คือ การให้ความสำคัญ กับการออมภายในประเทศ โดยเฉพาะการจัดระบบการออมเพื่อวัยเกษียณ เพื่อให้ประเทศมีเงินออมภายในประเทศมากเพียงพอ และสามารถลดการพึ่งพาเงินกู้จากต่างประเทศลงได้