หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
เศรษฐกิจพอเพียง กับการพัฒนาคน และหนทางข้างหน้า

ประชาชาติธุรกิจ  วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3861 (3061)

โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย หรือยูเอ็นดีพี ได้จัดทำรายงาน "การพัฒนาคนระดับประเทศ" มาแล้วกว่า 400 ฉบับใน 135 ประเทศทั่วโลก สำหรับประเทศไทยเคยมีรายงานการพัฒนาคนปี 2546 ในหัวข้อ "การเสริมสร้างพลังชุมชน กับการพัฒนาคน" และปี 2550 ได้จัดทำขึ้นในหัวข้อ "เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาคน" เป็นรายงานที่นำเสนอแนวพระราชดำริ เกี่ยวกับการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดชซึ่งเป็นปรัชญาในการพัฒนาประเทศ เพื่อเป็นแนวทางการประยุกต์ใช้ เพื่อเผยแพร่ต่อ ผู้อ่านในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

ในรายงานระบุว่า ปรัชญา "เศรษฐกิจพอเพียง" ของในหลวง มีความสำคัญยิ่งต่อโลกในยุคนี้ ซึ่งมีความผันผวนทางเศรษฐกิจสูง มีปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและภาวะโลกร้อนซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเสนอแนวทางสำหรับการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน ซึ่งเป็นทางเลือกที่โลกกำลังมองหาเพื่อทดแทนการพัฒนาแบบไม่ยั่งยืนที่เป็นอยู่ในขณะนี้

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาคนต่างให้ความสำคัญต่อความเป็นมนุษย์ เน้นความอยู่ดีมีสุขมากกว่าความร่ำรวย โดยมีความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญ ทั้ง 2 แนวทางเห็นว่าต้องให้ความสำคัญต่อเรื่องความมั่นคงของมนุษย์ และการส่งเสริมให้ทุกคนในสังคมสามารถที่จะพัฒนาได้เต็มที่ตามศักยภาพของตน

นอกจากนี้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงยังเพิ่มมิติการพัฒนาด้านพื้นฐานจิตใจและคุณธรรมของคน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพระเกียรติคุณ พระราชหฤทัยอันบริสุทธิ์ และความมุ่งมั่นของในหลวงต่อการพัฒนาคน

เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตและวิถีปฏิบัติที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 25 ปี และเป็นแนวทางที่มีความสอดคล้อง กับวิถีการดำเนินชีวิตที่ชุมชนในชนบทจำนวนมากปฏิบัติต่อเนื่องกันมาตั้งแต่อดีต ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้มีกระบวนการขับเคลื่อนให้ปรัชญานี้เป็นปรัชญานำทางการพัฒนาของประเทศไทย เพื่อปรับทิศทางและแนวทางการพัฒนาให้เกิดความสมดุลยิ่งขึ้น

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้พูดถึงวิธีการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่พูดถึงกรอบคิดในการตัดสินใจเพื่อให้การพัฒนาเกิดประโยชน์ที่สุดต่อทุกคน

จากมุมมองของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การพึ่งตนเองได้เป็นปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นที่สุดสำหรับอนาคตที่มั่นคง การพัฒนาที่ยั่งยืนต้องเกิดจากกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไปทีละขั้นตอน และต้องเป็นการระเบิดจากภายในมากกว่าการผลักดันจากภายนอก

การดำเนินงานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดผลสำเร็จ จะต้องอาศัยหลักการสำคัญ 3 ประการ ในการประเมินความเป็นไปได้ต่างๆ และการตัดสินใจ ได้แก่ การเลือกทางสายกลาง ด้วยหลักความพอประมาณและหลีกเลี่ยงการกระทำที่สุดโต่ง ความมีเหตุผลและรอบคอบเกี่ยวกับสิ่งที่กระทำ ตลอดจนผลที่จะตามมาอย่างถ่องแท้ และการตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และความจำเป็นที่ต้องหามาตรการป้องกันและ ทุเลาผลกระทบ

นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องที่สำคัญได้แก่ ความรอบรู้และการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ความซื่อสัตย์สุจริตและความวิริยะอดทน

แนวคิดแบบเศรษฐกิจพอเพียงมีรากฐานจากคำสอนในพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ แต่หลักธรรมดังกล่าวมิได้จำกัดอยู่แต่ในศาสนาพุทธเท่านั้น ในศาสนาอื่นๆ ก็มีการสอนในเรื่องที่คล้ายคลึงกัน เช่นเรื่องความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์และประโยชน์ของการอบรมวินัยในตนเอง

เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาคน

แนวคิดในเรื่องการพัฒนาคนของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ กับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีความสอดคล้องกันหลายประการ ทั้ง 2 แนวคิดมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่การพัฒนาคนบนฐานความเชื่อว่าการพัฒนา หมายถึงกระบวนการที่ช่วยให้คนมีโอกาสในการที่จะปรับปรุงตนเอง และพัฒนาศักยภาพให้สามารถมีชีวิตที่มีคุณภาพ สร้างสรรค์ มีเสรีภาพและมีศักดิ์ศรี ทั้ง 2 แนวทางมีความเชื่อว่าการพัฒนาต้องมีความยั่งยืน เสมอภาค เคารพธรรมชาติและใช้ทรัพยากรธรรมชาติด้วยความระมัดระวัง

แต่เศรษฐกิจพอเพียงมีความแตกต่างจากแนวทางการพัฒนาคนอยู่ 2 ประการที่สำคัญ ได้แก่

ประการแรก เศรษฐกิจพอเพียงเสนอแนะกระบวนการ ซึ่งประกอบด้วยหลักการ 3 ข้อที่สามารถนำไปใช้วิเคราะห์สถานการณ์ กำหนดวัตถุประสงค์ วางแผน และตัดสินใจเพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน สุขอนามัยที่ดี ชีวิตที่ยืนยาว การมีความรู้ การมีสิทธิอำนาจ และการอยู่ดีมีสุขของคน หลักการเหล่านี้สามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกระดับ ตั้งแต่การจัดการฟาร์มขนาดเล็ก จนถึงการบริหารธุรกิจต่างๆ หรือกระทั่งการจัดทำแผนพัฒนาประเทศ

ประการที่สอง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาพื้นฐานจิตใจและคุณธรรม โดยถือว่าการพัฒนาพื้นฐานจิตใจของคนเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาในทุกๆ ด้านที่แยกออกจากกันไม่ได้ ผู้ปฏิบัติตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงต้องมีความใฝ่รู้และเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา มีความซื่อสัตย์สุจริต และความวิริยะพากเพียร การใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงคือการฝึกวินัยที่มีรางวัลตอบแทนอยู่ในตัวเอง ในระดับบุคคลก็คือความคิด และจริยธรรมที่เข้มแข็งขึ้น ส่วนในระดับองค์กร เศรษฐกิจพอเพียงทำให้เกิดวัฒนธรรมที่เชิดชูคุณธรรม และส่งเสริมความเกื้อกูลกันในองค์กร

6 ข้อเสนอในการขับเคลื่อน

แม้ว่าแนวคิดแบบเศรษฐกิจพอเพียงจะเริ่มต้นในบริบทของการพัฒนาชนบท แต่ขอบเขตการนำไปใช้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเท่านั้น หลักการสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในบริบทการพัฒนาอื่นๆ ได้อย่างกว้างขวาง เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศที่สมดุล และการพัฒนาคนที่สมบูรณ์รอบด้าน รวมทั้งเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันจากภัยคุกคามหรือผลกระทบจากโลกาภิวัตน์ ข้อเสนอแนะ 6 ประการได้แก่

เศรษฐกิจพอเพียง "ยา" ลดความเสี่ยง

1.เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการขจัดความยากจนและการลดความยากจน และการลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของคนจน

หัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาความยากจนคือ การทำให้คนจนหรือชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้น หมายถึงการพยายามพึ่งพาทรัพยากรความรู้ ภูมิปัญญาของตนมาก

กว่าที่จะพึ่งคนอื่น และรูปแบบการพึ่งตนเองของครัวเรือนหรือชุมชนจึงไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทั้งหมด

การที่จะพึ่งตนเองได้ จำเป็นต้องค่อยเป็นค่อยไป ด้วยพลังจากในชุมชนเอง โดยค่อยๆ สั่งสมความรู้ ทุนและความสามารถด้านอื่นๆ โดยไม่ก้าวกระโดดจนเกินความสามารถของตน หรือใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง เกินความจำเป็น และต้องมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งหมายถึงการประยุกต์ใช้หลักการของความพอประมาณ ความมีเหตุผลและปัญญา

และความมีภูมิคุ้มกันความเสี่ยงในทุกๆ ขั้นตอนของการกระทำนั่นเอง

โครงการหรือกิจกรรมพัฒนาทุกเรื่อง ต้องทำให้คนจนและชุมชนมีความสามารถที่จะป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ คนจนส่วนมากไม่สามารถหลุดพ้นจากความจนได้ เนื่องจากมีความเปราะบางต่อวิกฤตแทบทุกเรื่อง ตั้งแต่ปัญหาในครอบครัว จนถึงวิกฤตที่เกิดจากความไม่มั่นคงของสถานการณ์โลก การเปิดเสรีทางการตลาด และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศและการคมนาคมทำให้ทุกประเทศได้รับผลกระทบจากปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจของโลกอย่างรุนแรงและรวดเร็วยิ่งกว่าในอดีต

แนวทางของเศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่การถอนตัวจากโลกาภิวัตน์ เพราะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ นอกจากนี้ประเทศจะต้องเสียประโยชน์มากมายเพื่อแลกกับการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ในทางตรงกันข้ามเศรษฐกิจพอเพียง มุ่งที่จะสร้างความสมดุลของการพัฒนา ทั้งในระดับท้องถิ่น/ระดับชาติ และระดับโลก เพื่อให้คนในสังคมสามารถจัดการกับผลกระทบที่เกิดจากความผันแปร ในสถานการณ์ภายนอกประเทศได้อย่างเหมาะสม

ข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิบัติ

- ใช้เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญานำทางสำหรับนโยบายขจัดความยากจนของรัฐบาล โดยให้มีโครงการที่เน้นการพัฒนาขีดความสามารถของคนจนในการพึ่งตนเอง ทั้งในกิจกรรมการผลิต การสร้างวินัยในการใช้จ่าย และการจัดการป้องกันความเสี่ยงต่างๆ อย่างรอบคอบ

- จัดสรรที่ดินให้แก่คนจนที่ไม่มีที่ทำกินหรือที่ทำกินไม่มีคุณภาพ โดยเวนคืนจากที่ดินในครอบครองของหน่วยงาน ที่ไม่มีการใช้ประโยชน์ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก และแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถดำเนินการได้

- สนับสนุนให้ชุมชนมีสิทธิในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ตามแนวทางที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญปี 2540 โดยออกกฎหมายป่าชุมชนและกฎระเบียบสนับสนุนอื่นๆ

- สร้างหลักประกันว่าการจัดสรรงบประมาณ โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่มีความจำเป็นจริงๆ และการใช้งบประมาณอย่างสร้างสรรค์

สร้างพลังอำนาจชุมชน

2.ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นพื้นฐานของการสร้างพลังอำนาจของชุมชน และการพัฒนาศักยภาพชุมชน ให้เข้มแข็งเพื่อเป็นฐานรากของการพัฒนาประเทศ

การที่ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้น เป็นพื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ภาวะผู้นำและการรวมกลุ่ม/องค์กรเป็นอีกปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับชุมชนพึ่งตนเอง ตามแนวทางของเศรษฐกิจพอเพียง องค์กรด้านศาสนาไม่ว่าในศาสนาใดก็ตาม ควรมีบทบาทที่สำคัญในการปลูกฝังหลักธรรมและค่านิยมที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง องค์กรชุมชนควรมีสิทธิและโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรและงบประมาณจากการกระจายอำนาจ

บทบาทสำคัญประการหนึ่งขององค์กรชุมชนคือการรวบรวม จัดเก็บ และแบ่งปันองค์ความรู้และบทเรียนที่ได้รับจากการปฏิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง การเรียนรู้ของชุมชนเพื่อส่งผ่านความรู้ให้แก่ลูกหลานรุ่นต่อไปและบุคคลภายนอก

ข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิบัติ

- ปรับเป้าหมายการพัฒนาชุมชนทั้งในชนบทและในเมือง โดยมุ่งเน้นการทำให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ และการพัฒนากิจกรรมด้านเศรษฐกิจของชุมชนเป็นเป้าหมายหลัก

- เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในด้านการจัดการเงินทุน และศึกษาความเป็นไปได้ในการยกระดับกองทุนต่างๆ ของชุมชนให้เป็นธนาคารท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการออมทรัพย์ และระบบการกู้ยืมภายในชุมชน ด้วยหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง

- สร้างหลักประกันว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปิดโอกาสให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการวางแผนการพัฒนาท้องถิ่น

- ส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และกรณีตัวอย่างจากชุมชนและเครือข่ายต่างๆ ที่ประสบผลสำเร็จ

- ยกเลิกโครงการประเภทให้เปล่าและสนับ สนุนโครงการที่ให้ชุมชนได้ใช้ศักยภาพของตนเองในการวางแผน และดำเนินการพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของสมาชิกในชุมชนให้มากที่สุด

- สนับสนุนให้ภาคธุรกิจเอกชนร่วมมือกัน แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการส่งเสริมโครงการพัฒนาชุมชน ตามหลักการเศรษฐกิจพอเพียง

บูรณาการความคิด

3.เศรษฐกิจพอเพียงช่วยยกระดับความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท ด้วยการสร้างข้อปฏิบัติในการทำธุรกิจที่เน้นผลกำไรระยะยาวในบริบทที่มีการแข่งขัน

การบริหารธุรกิจให้เกิดกำไรในโลกทุกวันนี้มีความซับซ้อน มากกว่าการคิดถึงแค่ต้นทุนและผลตอบแทนธุรกิจ ต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกกลุ่ม ตั้งแต่นายจ้างไปจนถึงลูกค้าและสังคมโดยรวม นอกจากนี้ยังต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในสิ่งแวดล้อมที่มีการแข่งขันสูง และมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ต้องสามารถตอบคำถามและการตรวจสอบของหน่วยงานราชการและกลุ่มประชาสังคมต่างๆ ได้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งถูกต่อต้านหรือขจัดออกไป เนื่องจากความผิดในเชิงจริยธรรม บรรยากาศที่เสียไปจากการกระทำดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการอื่นๆ ด้วย บริษัทธุรกิจในยุคนี้จึงจำเป็นต้องมีวินัย และวิธีบริหารแบบใหม่เพื่อเป็นหลักประกันผลกำไรและการเติบโตที่ยั่งยืน

วินัยดังกล่าวเกิดจากการบูรณาการแนวคิด เรื่องการจัดการความเสี่ยง การสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บรรษัทภิบาล และความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทเข้าด้วยกัน ซึ่งสอดคล้องกับหลักคิดของเศรษฐกิจพอเพียง แต่เศรษฐกิจพอเพียงมีมิติเพิ่มขึ้นอีก 2 ด้าน

ด้านแรก แนวทางของเศรษฐกิจพอเพียงนำเสนอกระบวนการสำหรับการวางแผน และการดำเนินงาน ตามแผนยุทธศาสตร์ของธุรกิจที่มีเป้าหมายอยู่ที่ผลกำไรที่ยั่งยืน และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ด้านที่สอง แนวทางของเศรษฐกิจพอเพียงแสดงให้เห็นถึงระดับของความรับผิดชอบที่มาก กว่าการทำตามกฎและกติกาเท่านั้น มีบริษัทใหญ่ในเมืองไทยจำนวนไม่น้อยที่พบว่าการใช้เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้นำการบริหารธุรกิจ และการสร้างความเข้าใจในปรัชญานี้ให้เกิดขึ้นร่วมกันในหมู่พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ สามารถทำให้เกิดวัฒนธรรมที่เอื้อต่อความสำเร็จขององค์กรในระยะยาวได้อย่างดียิ่ง

ข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิบัติ

- นำหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบรรจุไว้ในหลักสูตรการอบรมผู้บริหารบริษัทต่างๆ และในข้อพึงปฏิบัติของบรรษัทภิบาล ซึ่งควบคุมโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

- จัดทำดัชนีความยั่งยืน (composite sufficiency economy index) ให้กับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ โดยพิจารณาให้สิทธิพิเศษ และ/หรือ ผลประโยชน์อื่นให้กับบริษัทที่มีดัชนีความยั่งยืนสูง ในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้ผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ลงทุนในบริษัทที่มีดัชนีความยั่งยืนสูง

- ชักชวนหรือรณรงค์ให้สมาคมทางธุรกิจใหญ่ ต่างให้ความรู้เกี่ยวกับหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่สมาชิกของตน ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้คณะบริหารธุรกิจของ มหาวิทยาลัยต่างๆ ภายในประเทศ นำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปบรรจุไว้ในหลักสูตร

- พัฒนาศักยภาพของธุรกิจชุมชนและธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (SMEs) ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเกษตร โดยเน้นการใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ และเทคโนโลยีท้องถิ่นที่มีประสิทธิภาพ ในการสร้างความสามารถในการแข่งขัน

- สนับสนุนให้ธุรกิจต่างๆ แบ่งปันช่วยเหลือกันในเรื่องวัตถุดิบ อุปกรณ์ และการพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อพัฒนาตลาด (หมายถึง ผลิตภัณฑ์และการให้บริการต่างๆ) ที่เกี่ยวข้องโดยมุ่งหวังการสร้างผลประโยชน์ให้กับผู้บริโภค และสังคม มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตนหรือของแต่ละธุรกิจเอง

ยกระดับธรรมาภิบาล

4.หลักการเศรษฐกิจพอเพียงมีความสำคัญยิ่งต่อการปรับปรุงมาตรฐานของธรรมาภิบาล ในการบริหารงานภาครัฐ

ความสำเร็จของการพัฒนาคนขึ้นอยู่กับคุณภาพของการบริหารงานภาครัฐค่อนข้างมาก การเบียดบังผลประโยชน์ ที่ประชาชนพึงได้รับ คืออุปสรรคสำคัญของการพัฒนาคน เพราะทำให้ผลของการดำเนินงานตามนโยบายต่างๆ มีประสิทธิภาพน้อยลง และบ่อยครั้งทำให้ทิศทางของยุทธศาสตร์ ต้องถูกบิดเบือนไป คนจนและคนด้อยโอกาส เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด จากบริการที่ใช้ต้นทุนการดำเนินการที่สูงขึ้นแต่คุณภาพลดลง

รัฐบาลที่ผ่านๆ มาให้การยอมรับหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการหามาตรการที่จะนำหลักการนี้ มาใช้ในการปรับปรุงมาตรฐานการบริหารและการบริการของภาครัฐ ทั้งๆ ที่มีหลายอย่างที่สามารถทำได้ เช่น พัฒนาประสิทธิภาพขององค์กรที่มีหน้าที่ติดตามและลงโทษการประพฤติมิชอบในระบบราชการ รวมถึงปรับปรุงระบบในการคัดเลือกผู้มาทำหน้าที่ในองค์กรดังกล่าว นอกจากนี้ต้องผลักดันให้มีการยกระดับมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรมในระบบราชการซึ่งถูกละเลยมาหลายปี และส่งเสริมภาคประชาสังคมให้ทำหน้าที่เป็นหน่วยเฝ้าระวัง

ข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิบัติ

- หาทางเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่องค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการโกงและประพฤติมิชอบในระบบราชการ เพื่อมิให้นักการเมืองเข้าแทรกแซงหรือชี้นำ

- บูรณาการหลักการเศรษฐกิจพอเพียงเข้าในแผนบริหารราชการแผ่นดิน และพัฒนาตัวชี้วัด ในการประเมินผลการปฏิบัติงาน ตามหลักการดังกล่าว ทั้งในระดับองค์กรและตัวบุคคล

- พัฒนากรอบแนวทางที่ใช้ในการติดตามกระบวนการตัดสินใจอนุมัติ และการดำเนินงานโครงการของภาครัฐ ให้เป็นไปตามหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง

- ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยเสรีภาพด้านข่าวสารข้อมูล เพื่อสร้างหลักประกันให้ประชาชน สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้โดยไม่ถูกปิดกั้น

สร้างภูมิคุ้มกัน-สร้างชาติ

5.ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายของชาติ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ต่อสถานการณ์ที่เข้ามากระทบโดยฉับพลัน เพื่อปรับปรุงนโยบายต่างๆ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และเพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมการเติบโตที่เสมอภาคและยั่งยืน

วิกฤตด้านการเงินที่มีผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย ครั้งแล้วครั้งเล่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เป็นสัญญาณเตือนให้รู้ถึงอันตราย และความยุ่งยากของระบบเศรษฐกิจในยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งมีการเคลื่อนทุนจำนวนมหาศาลระหว่างประเทศต่างๆ อย่างไร้ระเบียบ วิกฤตเหล่านี้ทำให้การพัฒนาคงต้องชะงักในทุกด้าน การเลิกจ้างงานทำให้คนจำนวนมากต้องหลุดเข้าสู่วงจรของความยากจนและทำให้ทุนทางสังคมต้องอ่อนแอลง

หลักของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งภายในเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากภายนอก สามารถใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายมหภาคของประเทศ เพื่อให้อยู่ได้ในสิ่งแวดล้อมที่ผันผวน ดังนั้นการใช้หลักการของเศรษฐกิจพอเพียงในนโยบายการพัฒนาประเทศ จะทำให้มีการใช้ทุน และทรัพยากรทุกประเภทของประเทศ อย่างให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อสร้างความเข้มแข็งภายใน ในการรับมือกับโลกาภิวัตน์

ข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิบัติ

- ปรับนโยบายเกี่ยวกับพลังงานต่างๆ ให้มีความสอดคล้องต้องกันให้มากขึ้น เน้นการพึ่งตนเองให้มากขึ้น ด้วยการเร่งวิจัยเกี่ยวกับพลังงานทดแทนและการใช้พลังงานให้คุ้มค่าสูงสุด

- คงนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค แต่ปรับปรุงการดำเนินงานให้เป็นไปตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืน

ปลูกจิตสำนึก-ปรับค่านิยม

6.ในการปลูกฝังจิตสำนึกพอเพียง จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนค่านิยม และความคิดของคนเพื่อให้เอื้อต่อการพัฒนาคน

ความสำเร็จระยะยาวของการพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ขึ้นอยู่กับการปลูกฝังแนวคิดนี้ให้กลายเป็นส่วนสำคัญในวัฒนธรรมการพัฒนาของประเทศ

ขณะนี้ได้มีการนำเรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบรรจุไว้ในหลักสูตรการศึกษา ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา จนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมถึงระดับอาชีวศึกษา และการศึกษานอกโรงเรียน โดยเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติ ฝึกฝนให้เด็กและเยาวชนคิดวิเคราะห์เป็น ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และสร้างค่านิยม ในการทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และกำลังมีการทดลองนำหลักการเศรษฐกิจพอเพียง ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารสถานศึกษาด้วย ความพยายามดังกล่าวจะได้ผลก็ต่อเมื่อครู และผู้บริหารโรงเรียนเห็นคุณค่า มีความศรัทธา และมีแรงจูงใจในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

การศึกษาในโรงเรียนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบการศึกษาโดยรวม คนเราเริ่มเรียนรู้จากครอบครัวจากคนรอบข้าง และเพื่อน ความรู้เกิดขึ้นจากประสบการณ์ตรง ในการปะทะสังสรรค์กับคนอื่นๆ และสิ่งต่างๆ รอบตัว และจากการดูดซับจากสื่อชนิดต่างๆ ซึ่งมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ของคนในยุคปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้ช่องทางการรับรู้ข่าวสารความรู้ และความบันเทิงจากทั่วโลกกว้างขวางขึ้น และบ่อยครั้งที่คุณภาพของวิธีการนำเสนอ ทำให้คนพลอยคิดไปด้วยว่า เนื้อหาของรายการต้องมีคุณภาพเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ประเภทของข้อมูล มักถูกกำหนดด้วยความต้องการของตลาดที่ถูกบิดเบือนด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจ

ข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิบัติ

- พัฒนาบุคลากรด้านการศึกษาให้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง และสร้างแรงจูงใจในระบบการจัดการศึกษา ให้บุคลากรเหล่านี้สนใจ และอยากที่จะปฏิบัติตน และปฏิบัติหน้าที่ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

- ปรับปรุงคุณภาพของการศึกษาทั้งในด้านเนื้อหาและวิธีการเรียนการสอน เพื่อปลูกฝังให้ผู้เรียนมีความรู้และคุณธรรม ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการนำหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ให้ประสบผลสำเร็จ

- ขยายรูปแบบการบริหารและจัดการสถานศึกษาโดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงให้กว้างขวาง และครอบคลุมมิติต่างๆ ยิ่งขึ้น

- ให้การสนับสนุนการศึกษานอกโรงเรียนให้มากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการในการเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชน และส่งเสริมการบูรณาการการพัฒนาและการเรียนรู้ในชุมชน โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

- หาวิธีส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงผ่านสื่อมวลชน รวมถึงการเพิ่มเวลา ให้กับรายการที่มีเนื้อหา เกี่ยวกับการพัฒนาคน การพัฒนาสังคม และการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการพัฒนาตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

- สร้างการยอมรับในสังคมต่อบุคคลในชุมชน ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคอื่นๆ ที่ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้ชีวิตแบบเศรษฐกิจ พอเพียง

หน้า 37