|
||||||||||||||
|
ตลาดทุนเป็นเรื่องใกล้ตัว
Future World By TFEX : เกศรา มัญชุศรี www.tfex.co.th กรุงเทพธุรกิจ วันพฤหัสบดีที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2550 สวัสดีค่ะ ย่างเข้าสัปดาห์ที่สองของปีใหม่แล้ว ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านรับมือกับอีก 50 สัปดาห์ของปีนี้ เราทุกคนได้ตระหนักและเริ่มเรียนรู้ว่าการทำงานต้องมีการวางแผนเกี่ยวกับ มาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันเหตุร้าย มาตรการการทำงานในยามวิกฤติ ในยามฉุกเฉิน ยามมีภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการรับมือกับความเสี่ยงของการประกอบธุรกิจ ที่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ของภาครัฐ ขอส่งกำลังใจให้แก่ทุกท่านอีกครั้ง ขอให้เกิดความร่วมมือ ความสมานฉันท์ เพื่อพัฒนาประเทศไทยของเราให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป ความกังวลใจในภาวะเศรษฐกิจของประเทศ สะท้อนจากบรรยากาศปีใหม่ที่หลายบริษัทต้องประชุมเครียด เพื่อปรับกลยุทธ์การทำงานตั้งแต่ต้นปี ห้างสรรพสินค้าที่สามารถหาที่จอดรถได้ในหน้าเทศกาล หลายบริษัทเริ่มคิดถึงการจำกัดค่าใช้จ่าย เพราะไม่แน่ใจรายได้จะเป็นไปตามเป้าหรือไม่ ปีนี้คงต้องช่วยกันรัดเข็มขัด ท่านผู้อ่าน เคยสงสัยไหมคะว่าตลาดทุนนั้นเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของแต่ละท่านในรูปแบบใดบ้าง ตลาดทุนนั้นมีประโยชน์ต่อประเทศชาติจริงหรือ ท่านที่ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้น ไม่ได้เล่นหุ้น ทำไมจะต้องสนใจหรือรู้จักตลาดทุน ตัวละครในตลาดทุนนั้นจะครอบคลุมถึง บริษัท ผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของบริษัท ทั้งเล็ก ใหญ่ และแม้แต่ที่เป็นของต่างชาติ รวมไปถึง คนงาน พนักงาน ลูกจ้าง ข้าราชการ กลุ่มคนเหล่านี้จะได้รับประโยชน์อย่างไรบ้าง จากการที่ประเทศไทยมีตลาดทุนที่พัฒนา ที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ มิได้รวมหน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่กำกับดูแลตลาดทุน ตลาดทุนนั้นเปิดโอกาสให้กับผู้ที่ต้องการระดมเงินทุน เพื่อไปขยายกิจการ หรือเพื่อใช้จ่ายในโครงการต่างๆ โดยเงินทุนเหล่านี้มาจากผู้ออมเงินที่ต้องการให้เงินของตนทำงาน ให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีตามสมควรกับระยะเวลาที่ลงทุน กับความเสี่ยงที่ต้องฝากเงินของตัวเองไว้กับคนอื่น เช่น ฝากธนาคาร ลงทุนหุ้น ลงทุนในพันธบัตร ท่านอาจได้ยินในเรื่องความสมดุลของตลาดเงิน ตลาดทุน ที่ไปเปรียบเทียบกับเก้าอี้สามขาที่แต่ละขานั้นสนับสนุนซึ่งกันและกัน เก้าอี้จึงตั้งอยู่ได้ ระบบเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพนั้นต้องพึ่งพาระบบธนาคารพาณิชย์ ตลาดหุ้น ตลาดตราสารหนี้ ที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการที่จะเลือกใช้เงินกู้ธนาคาร (รวมทั้งกู้เงินตราต่างประเทศ) ระดมทุนจากประชาชน โดยขายหุ้นสามัญ หรือหุ้นกู้ บริษัทผู้ประกอบการต้องประเมินศักยภาพ และคุณภาพของบริษัทตนเองว่า จะสามารถเลือกระดมทุนจากแหล่งใดได้ และที่ต้นทุนต่ำกว่า การระดมทุนที่เกิดขึ้นของบริษัท หรือแม้แต่รัฐบาลที่กู้เงินจากประชาชนโดยการขายพันธบัตรนั้นเพื่อนำไปลงทุน และขยายธุรกิจ ส่งผลให้มีการจ้างงาน การทำกิจกรรมทางการตลาด ประชาสัมพันธ์ การโฆษณา การขนส่งต่างๆ แม้แต่กิจการร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัดต่างๆ ก็จะมีลูกค้าที่มาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เนื่องจากสามารถทำมาหากินได้ดีขึ้น ทั้งนี้ ในส่วนของสภาวะทางเศรษฐกิจที่จะส่งเสริมการขยายตัวของธุรกิจนั้น อาจมีปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย ในประเทศที่มีการพัฒนาในด้านตลาดทุนนั้น พบว่าแหล่งเงินทุนทั้งสามตลาดสามารถเป็นแหล่งระดมทุนที่มีประสิทธิภาพ ที่รองรับความต้องการของภาคธุรกิจ และภาครัฐบาลได้ สำหรับในประเทศไทย ตัวอย่างความล้มเหลวที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2540 ที่เกิดวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ พบว่าธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถทำหน้าที่ปล่อยกู้ได้ ธุรกิจต่างๆ ล้มหายตายจากไป ตลาดตราสารหนี้และตลาดหลักทรัพย์มีขนาดเล็กไม่สมดุลกับภาคธนาคาร ตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้นั้น เป็นแหล่งระดมทุนให้แก่ผู้ประกอบการ เกิดขึ้นเมื่อออกขายหุ้น หุ้นกู้ ครั้งแรก โดยบริษัทผู้ออกขายหลักทรัพย์เหล่านี้ต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. ก่อน แล้วจึงขายให้แก่บุคคลทั่วไปได้ เรียกว่ากระบวนการตลาดแรก (primary market) กระบวนการของตลาดรอง (secondary market) ผู้ซื้อหุ้น หุ้นกู้ ที่ซื้อตรงจากบริษัทผู้ขาย สามารถนำหลักทรัพย์ ไปขายต่อให้กับผู้อื่นได้ เช่น ขายผ่านญาติสนิท มิตรสหาย หรือซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ ที่เป็นตลาดรองเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งมีกฎหมาย และกฎเกณฑ์ต่างๆ รวมทั้งสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นผู้ควบคุมดูแล การมีตลาดหลักทรัพย์และตลาดรองอื่นๆ ที่มีคุณภาพ มีสภาพคล่องการซื้อขายดี กล่าวคือ ผู้ซื้ออยากซื้อ สามารถซื้อได้ที่ราคาตลาด ผู้ขายอยากขาย สามารถขายได้ที่ราคาตลาด ตลาดมีการกำกับดูแล บริษัทที่เข้ามาจดทะเบียนซื้อขาย ให้มีการเปิดเผยข้อมูล มีการกำกับกิจการที่ดีมีมาตรฐาน การมีตลาดรองที่ดีมีประสิทธิภาพ ย่อมส่งผลโดยตรง ต่อการเพิ่มศักยภาพของตลาดทุน การระดมทุนที่มีต้นทุนสมเหตุสมผล ท่านที่ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการจะเกี่ยวข้องกับตลาดทุนได้อย่างไร ต้องเรียนว่าในโลกปัจจุบันและโลกอนาคต ที่เคลื่อนตัวอยู่ทุกขณะ มนุษย์มีอายุยืนยาวขึ้น ทำอย่างไรที่จะอยู่อย่างผู้มีสุขภาพกายและสุขภาพทางการเงินที่พึ่งตนเองได้ กรณีที่ท่านมีผู้ปกครองตระเตรียมทรัพย์สมบัติให้พร้อมแล้ว นับว่ามีบุญมาก แต่สำหรับคนทั่วไปนั้น ต้องเตรียมการเพื่ออนาคตของตนเอง เรามักนึกถึงการออมเงินและการลงทุน เพื่อให้มีเงินทองเพื่อการเลี้ยงชีพในอนาคต การออมเงินที่นิยมคือ เงินฝากธนาคาร พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ ที่บังคับให้ออม ได้แก่ เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ที่คิดว่าเป็นการลงทุน เช่น ที่ดิน อาคาร เพชรพลอย และหลักทรัพย์ประเภทต่างๆ ได้แก่ หุ้น รวมทั้ง พันธบัตร และ หุ้นกู้ ท่านทราบหรือไม่ว่ากองทุนประกันสังคมมีสมาชิกลูกจ้างมากกว่า 10 ล้านคน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ มีข้าราชการเป็นสมาชิกกว่าล้านคน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทเอกชนมีสมาชิกลูกจ้างมากกว่าล้านคน เขานำเงินกองทุนที่หักจากเงินเดือนของท่านและจากส่วนของนายจ้าง ไปบริหารอย่างไรเพื่อให้ได้รับผลตอบแทน โดยคาดหวังว่าจะเป็นผลตอบแทนที่งอกเงยขึ้นเพื่อให้สมน้ำสมเนื้อกับค่าครองชีพที่นับวันมีแต่สูงขึ้น และท่านที่เป็นสมาชิกกองทุนต้องจ่ายค่าจ้างการทำงานเหล่านี้ ผู้จัดการกองทุนมีหน้าที่หรืออาชีพที่จะต้องหาเครื่องมือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีโดยเปรียบเทียบกับความเสี่ยงที่มี เพื่อให้คุ้มกับการลงทุนหลักทรัพย์นั้นๆ ในปัจจุบัน หลายท่านอาจบอกว่าฝากธนาคารไว้ดีกว่า เพราะได้ดอกเบี้ย และรัฐบาลประกันความเสี่ยงให้กับทุกธนาคาร ท่านทราบหรือไม่ว่าจากสถิติทั้งในและต่างประเทศพบว่าในระยะยาว การลงทุนในหลักทรัพย์จะให้ผลตอบแทนดีกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร และมากกว่าอัตราเงินเฟ้อที่ทำให้ค่าเงินของเราเล็กลงทุกวัน เครื่องมือที่ผู้จัดการใช้เพื่อการลงทุน ได้แก่ หลักทรัพย์ประเภทต่างๆ หุ้น หุ้นกู้ พันธบัตร และ สินทรัพย์ที่จะนำมาซึ่งรายได้ เช่น อาคารสำนักงานเพื่อให้ได้ค่าเช่า และอาจใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงประเภทอนุพันธ์ เพื่อช่วยให้ผลตอบแทนอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ตลาดทุนมีผลกระทบต่อเราทุกคน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ท่านอาจมิได้ลงทุนโดยตรง ในหลักทรัพย์ประเภทต่างๆ แต่เงินออม ภาวะเศรษฐกิจของประเทศ นั้นได้รับผลกระทบจากสุขภาพของตลาดทุน จากความสั่นไหวของตลาดทุน เราคงต้องเริ่มเรียนรู้กระบวนการทำงานของตลาดทุนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเราอย่างไร และตลาดทุนที่ดี มีประสิทธิภาพนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร
|