หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ระบบสังคมรัฐอุปถัมภ์ กับความน่ารักของคนโอมาน

เศรษฐศาสตร์พเนจร : ดร. วิรไท สันติประภพ  กรุงเทพธุรกิจ  วันพุธที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2550

ทุกช่วงสิ้นปีผมมักจะหาที่ท่องเที่ยวแปลกๆ เพราะการท่องเที่ยวไปที่แปลกๆ นอกจากจะช่วยเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้นแล้ว ยังทำให้ตื่นเต้นกับสิ่งแปลกตาแปลกใจจนลืมเรื่องวุ่นๆ รอบตัว ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ปีนี้ผมเลือกพเนจรไปตะวันออกกลาง เพราะนอกจากจะชอบประเทศแถบนี้เป็นทุนเดิม ตั้งแต่เคยวนเวียนทำงานอยู่แถบนี้แล้ว ยังอยากเห็นความหรูหราฟู่ฟ่า ของประเทศผู้ส่งออกน้ำมันในยุคน้ำมันแพงอีกด้วย พิจารณาอยู่หลายประเทศ แล้วก็ตัดสินใจเลือกโอมาน เพราะโอมานเป็นเพียงไม่กี่ประเทศแถบนี้ที่เป็นรัฐเก่า มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีเมืองโบราณ และเป็นเส้นทางการค้าตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ในขณะที่อีกหลายประเทศในตะวันออกกลางเป็นประเทศเกิดใหม่ สร้างบ้านสร้างเมืองขึ้นในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมาหลังจากค้นพบน้ำมัน คนทั่วไปอาจจะกลัวคนตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่มีเรื่องการก่อวินาศกรรมอยู่บ่อยครั้ง แต่ถ้าใครได้มีโอกาสคุ้นเคยกับคนตะวันออกกลาง จะเข้าใจคำว่า Arab hospitality ที่แสดงถึงความอบอุ่น ความมีน้ำใจ และความเต็มใจในการต้อนรับของคนตะวันออกกลาง ไม่ต่างจากคนไทยในสมัยก่อน ในโอมานผมยังรู้สึกถึง Arab hospitality ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ คนโอมานยังมีความน่ารักเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวสัมผัสได้ทั่วไปอีกด้วย ไม่ว่าจะในเมืองหลวง หมู่บ้านตามไหล่เขา หรือกลางทะเลทราย โอมานอาจจะเป็นประเทศที่คนไทยไม่ค่อยรู้จัก แต่คนโอมานรู้จักเมืองไทยเป็นอย่างดี เพราะเมืองไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของคนโอมาน ไปเมืองไหนก็จะเจอคนโอมานที่เล่าให้ฟัง ถึงความประทับใจเมื่อมาเที่ยวเมืองไทย

ผมมีเวลาเพียงหนึ่งอาทิตย์ในโอมาน อาจจะไม่เข้าใจโอมานอย่างลึกซึ้ง แต่คิดว่าปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง ที่ทำให้คนโอมานเป็นคนน่ารัก มีน้ำใจ คือระบบสังคมรัฐอุปถัมภ์ ที่ปกครองโดยองค์สุลต่านผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง

ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์พัฒนาจำนวนไม่น้อยมักจะตั้งสมมติฐานว่าถ้าประเทศมี benevolent dictator หรือมีผู้ปกครองที่มีอำนาจสิทธิขาดและมีใจเป็นธรรม คอยจัดสรรทรัพยากร และผลประโยชน์ให้แก่ประชาชน อย่างเท่าเทียมกันแล้ว เมื่อเศรษฐกิจเติบโตขึ้น ทุกคนในสังคมจะมีสภาพความเป็นอยู่และสวัสดิการดีขึ้นตามไปด้วย หลายประเทศที่เชื่อทฤษฎีเหล่านี้มุ่งพัฒนาโดยหวังว่าถ้าทำให้คนรวยรวยขึ้นก่อน แล้วรัฐจะจัดสรรผลประโยชน์ให้ทุกคนอย่างทั่วถึง แต่ในความเป็นจริงมักจะไม่เป็นอย่างนั้น เพราะผู้ปกครอง อาจจะไม่มีอำนาจสิทธิขาดในการจัดสรรทรัพยากร หรืออาจจะไม่มีใจเป็นธรรมอย่างแท้จริง ในโลกนี้มีตัวอย่างหลายประเทศที่ร่ำรวยทรัพยากรธรรมชาติ มีน้ำมันและแร่ธาตุต่างๆ มากมาย แต่มีช่องว่างการกระจายรายได้กว้างขึ้น และคนจนมีคุณภาพชีวิตที่แย่ลงเรื่อยๆ โอมานอาจจะเป็นเพียงไม่กี่ประเทศ ที่มีตัวอย่างของ benevolent dictator ส่งผลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นเรื่อยๆ จนสะท้อนออกมาเป็นความน่ารัก ของประชาชนที่สัมผัสได้ทั่วไป

องค์สุลต่าน Qaboos ของโอมานขึ้นครองราชย์เมื่อ 36 ปีที่แล้ว โดยเป็นทั้งเจ้าผู้ครองนครรัฐและนายกรัฐมนตรี ในช่วงนั้นโอมานยังเป็นประเทศที่ล้าหลังมีปัญหาต่างๆ รอบด้าน ประชาชนมีคุณภาพชีวิตลำบาก และยังมีระบบทาสอยู่ด้วยซ้ำไป ตลอด 36 ปีที่ผ่านมา องค์สุลต่านได้สร้างให้เกิดระบบสังคมรัฐอุปถัมภ์ โดยอาศัยรายได้จากน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ระบบถนนของโอมานคุณภาพสูงมาก และกระจายอย่างทั่วถึง นั่งรถไปทางไหนก็จะพบหมู่บ้านน่าอยู่ที่รัฐบาลสร้างให้ฟรี มีโรงเรียนและโรงพยาบาลที่ดูทันสมัย ประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องปัจจัยสี่ ไม่ต้องเสียภาษี บ้านเมืองสะอาดมาก มีระบบสาธารณูปโภคที่มีประสิทธิภาพ โอมานอาจจะโชคดีกว่าอีกหลายประเทศ เพราะโอมานมีพลเมืองเพียง 3 ล้านคน ทำให้ระบบสังคมรัฐอุปถัมภ์ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

วิสัยทัศน์ที่เด่นชัดอีกประการหนึ่งขององค์สุลต่าน Qaboos คือการให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษาเป็นพิเศษ คนโอมานพูดภาษาอังกฤษได้ทั่วไป มีความรู้ พูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะเรื่องต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจ ผมคิดว่าการศึกษาของโอมาน คงไม่เน้นเฉพาะความรู้แต่เพียงอย่างเดียว เพราะสัมผัสได้ถึงความมีคุณภาพของคนโอมาน ทั้งการตรงต่อเวลา ความตั้งใจในการทำงาน และการทำงานอย่างมีระบบ คุณภาพของคนโอมานส่วนหนึ่ง อาจได้รับอานิสงส์จากสภาพภูมิประเทศ ที่ไม่สะดวกสบายเท่าไหร่นัก เพราะเป็นทั้งภูเขาหินและทะเลทราย ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วและรุนแรง จะทำอะไรตามสบายเหมือนคนแถบที่ราบลุ่มแม่น้ำไม่ได้

นอกจากระบบสังคมรัฐอุปถัมภ์ อีกสาเหตุหนึ่งที่คงมีส่วนให้คนโอมานคงความน่ารักไว้ได้ คือ ยังไม่ถูกกระทบโดยการท่องเที่ยวแบบรถบัส หรือ mass tourism โอมานเพิ่งเริ่มออกวีซ่าให้นักท่องเที่ยวเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง ค่าใช้จ่ายสำหรับการท่องเที่ยวในโอมานยังสูงอยู่ แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นภูเขาหิน และทะเลทราย ซึ่งต้องใช้รถโฟร์วีลเป็นพาหนะ นั่งได้คันละไม่เกิน 5 คน นักท่องเที่ยวจึงค่อนข้างมีคุณภาพ ชอบธรรมชาติ ต่างจากบ้านเราที่มากันเป็นรถบัส เมื่อถึงสถานที่ท่องเที่ยวต้องแย่งกันดู แย่งกันซื้อจนทำลายวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น คนในท้องถิ่นต้องปรับวิถีชีวิตของตนเป็นพ่อค้าหรือนักแสดงเพื่อหารายได้จากนักท่องเที่ยว คนโอมานยังคงรักษาวิถีชีวิตและธรรมเนียมสังคมไว้ได้อย่างเด่นชัดมาก ทุกวันศุกร์จะยังเห็นตลาดสัตว์ ที่ขายโดยการล้อมวงประมูลอยู่ทั่วไป ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสวยๆ ตามไหล่เขายังคงสนใจในกิจกรรมประจำวันของตน มากกว่าที่จะมุ่งขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยว และยังพบหนุ่มๆ ชาวโอมานจับกลุ่มตามร้านกาแฟก่อนที่จะไปสวดมนต์ที่มัสยิดพร้อมกันเมื่อถึงเวลา โอมานยังคงเป็นประเทศที่ท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจ และปลอดภัยมาก จอดรถได้โดยไม่ต้องล็อกประตู ไม่ต้องระวังถูกล้วงกระเป๋า ไม่ถูกพ่อค้าแม่ค้าขายของที่ระลึกล้อมหน้าล้อมหลัง และไกด์หรือบริกร ต่างให้บริการด้วยความเต็มใจ และรู้สึกได้ว่าจริงใจไม่หวังทิป

ความท้าทายทางสังคมของโอมานในอนาคตอันใกล้คือ คนโอมานจะรักษาเสน่ห์ และความน่ารักของตนไว้ได้อีกนานเพียงใด โอมานเหมือนกับทุกประเทศที่ต้องเผชิญกับกระแสโลกาภิวัตน์เพราะโอมานเป็นสังคมเปิดที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ความร่ำรวยของโอมานได้ดึงดูดประชาชนจากประเทศที่ยากจนกว่า โดยเฉพาะในแถบเอเชียใต้เข้าไปทำงานเป็นจำนวนมาก ทั้งแรงงานระดับล่างและแรงงานมีทักษะ ร้านค้าและธุรกิจจำนวนไม่น้อยเป็นของคนอินเดีย ระบบสังคมรัฐอุปถัมภ์ของโอมาน จะสามารถคุ้มครองสวัสดิการคนต่างถิ่นเหล่านี้ได้มากน้อยเพียงใด และจะจัดระบบแบ่งผลประโยชน์ระหว่างคนต่างถิ่น กับคนท้องถิ่นอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเชื้อชาติเหมือนกับในหลายๆ ประเทศที่ธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจพาณิชยกรรมส่วนใหญ่ ตกเป็นของคนต่างถิ่น

นอกจากนี้ การที่โอมานมีแหล่งท่องเที่ยวทั้งสวยและแปลกอยู่หลายแห่ง และมีวิถีชีวิตดั้งเดิมที่มีเสน่ห์ จะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าไปในโอมานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บริษัทท่องเที่ยวจากยุโรปหลายแห่ง เริ่มนำเสนอโอมาน เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ผมหวังว่า โอมานจะรักษาสมดุลได้อย่างเหมาะสม ไม่ให้การท่องเที่ยวกลายเป็นการท่องเที่ยวแบบรถบัส จนทำลายวิถีชีวิตท้องถิ่น ความมีเสน่ห์ และความน่ารักของคนโอมาน เหมือนกับที่เกิดขึ้นในหลายๆ ประเทศ

ในระหว่างนี้ท่านใดอยากนอนกลางทะเลทรายที่เงียบสงัดเวลากลางคืน ชมภูเขาหินสูงหลายพันเมตร เดินท่องตามหมู่บ้านเก่า และสวนอินทผาลัมที่แทรกอยู่ตามซอกเขา เยี่ยมชมป้อมปราการสมัยโบราณ และสัมผัสกับความน่ารักของคนโอมาน ผมแนะนำให้รีบแวะไปโอมาน ก่อนที่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม จะทำให้เสน่ห์ของโอมานลดลง ผมเชื่อว่าอีก 10 ปีข้างหน้า คงจะหาประเทศที่มีความน่ารักแบบโอมานในวันนี้ได้ยากเต็มที