หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
Outlook 2007 ธุรกิจ SMEs ไทย

มองมุมใหม่ : ผศ. ดร. ธีรยุส วัฒนาศุภโชค  กรุงเทพธุรกิจ  วันพุธที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2550

คงไม่ต้องกล่าวถึงสารพัดปัญหาและความผันแปรที่รุมเร้าระบบเศรษฐกิจและสังคมบ้านเราขณะนี้นะครับ เรียกว่าตอนนี้ยังเสมือนอยู่ในอุโมงค์แสงไฟสลัวๆ ที่กำลังจะฝ่าออกไปให้ได้ และธุรกิจ SMEs ซึ่งถือเป็นเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทย ในระดับชุมชนต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่น่าให้ความสนใจมาก ดังนั้นการมองภาพรวมของแนวโน้ม SMEs บ้านเราในปีนี้ จึงน่าจะพอเป็นเค้าลางให้เห็นถึงการปรับตัวในอนาคตอันใกล้ครับ โดยแนวโน้มแรก ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ การรุกคืบเข้าไปในช่องทางออนไลน์ ที่เชื่อมโยงด้วยอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบต่างๆ ทั้งอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ ที่กำลังมีอัตราการเติบโตสูงมากขณะนี้

ซึ่งผลก็สืบเนื่องจากช่องทางออนไลน์ดังกล่าว มีต้นทุนในการดำเนินงานต่ำกว่าหน้าร้านปกติอยู่แล้ว รวมถึงไม่ต้องเผชิญกับการกีดกันทางด้านโลเคชันต่างๆ ด้วย จึงทำให้เหมาะสมกับการขยายตัวของธุรกิจที่มีสเกลไม่ใหญ่โตนัก อย่าง SMEs ซึ่งตามแนวโน้มของ SMEs ทั่วโลกที่ผ่านมา ก็แนบแน่นสนิทชิดเชื้อกับอี-คอมเมิร์ซในรูปลักษณ์ต่างๆนี้เป็นอย่างดีครับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกระแสความไม่แน่นอนทางการเมือง และความวุ่นวายในสังคมที่เกิดขึ้น ยิ่งทวีความอ่อนไหวทางอารมณ์กับลูกค้าอย่างมาก การออกไปชอปปิงตามห้างสรรพสินค้า ที่เป็นเสมือนวิถีชีวิตหลักในเมืองใหญ่ ก็ลดบทบาทไปอย่างเห็นได้ชัด จึงนับเป็นผลดีต่อการชอปปิงออนไลน์ที่ผู้คนจะหันมาจับจ่ายกันในโลกเสมือนจริงมากขึ้น ซึ่งก็นับเป็นไลฟ์สไตล์อย่างหนึ่งที่สำคัญของคนรุ่นใหม่เช่นกัน

อีกทั้งการพัฒนาก้าวไกลของเทคโนโลยีด้านข้อมูลต่างๆ ก็สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นระบบการชำระเงินหลากรูปแบบที่สร้างความสะดวกสบาย และปลอดภัย ซึ่งกระตุ้นความเชื่อมั่นของลูกค้า ที่จะจ่ายชำระเงินในช่องทางนี้มากขึ้นกว่าเดิมมาก การซื้อของออนไลน์จึงไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหรือไว้ใจไม่ได้อีกต่อไป

ในส่วนของระบบที่เข้ามาสนับสนุนชีวิตออนไลน์นี้ ก็ได้รับการพัฒนาเช่นกัน โดยการแพร่หลาย ของระบบอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ ที่ทำให้การเชื่อมต่อเป็นไปด้วยความรวดเร็วมากขึ้น รวมถึง เทคโนโลยีไร้สาย ยิ่งส่งเสริมไลฟ์สไตล์ แห่งความเป็นอิสระที่สามารถติดต่อสื่อสารในโลกเสมือนจริงนี้ได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูกลง จึงเท่ากับเป็นการเพิ่มอัตราการเชื่อมต่อ เข้าสู่โลกไร้สายใบใหม่ ซึ่งก็ส่งผลดีต่อธุรกิจอี-คอมเมิร์ซตามลำดับ

ดังนั้นในปีนี้ เราน่าจะเห็นอัตราการเติบโตของ SMEs ที่เชื่อมโยงกับโลกอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นอย่างแน่นอน ไม่เพียงแต่ในประเทศเรานะครับ แต่ได้รับการคาดหมายว่าทั่วโลกก็คงหนีแนวโน้มนี้ไม่พ้นเช่นกัน

แนวโน้มถัดมา คือ การพัฒนาและจัดตั้งธุรกิจขนาดย่อมนี้ ต้องอาศัยแนวคิดของกองทุนร่วมเสี่ยง (Venture Capital) มากขึ้น เนื่องจากความผันแปรที่เกิดขึ้นดังกล่าว ธุรกิจ SMEs เหล่านี้ ยิ่งต้องการทักษะในการจัดการด้านต่างๆ อย่างเป็นระบบ เพื่อที่จะเข้ามาช่วยในการรับมือกับความเสี่ยงด้วย

ดังนั้นการกู้เงินจากสถาบันการเงินอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอเสียแล้ว SMEs ยังต้องการความช่วยเหลือ ทางด้านแนวคิดการจัดการสมัยใหม่อย่างมืออาชีพอีกด้วย ซึ่งสถาบันการเงินปกติให้ได้ไม่ครบถ้วน ดังนั้นกองทุนลักษณะ เวนเจอร์ แคปิตอล นี้ จะมีบทบาทต่อการจัดตั้ง ความสำเร็จ และ ความอยู่รอดของธุรกิจขนาดย่อมนี้อย่างมาก

ในบ้านเราก็เริ่มมีองค์กรลักษณะนี้แล้วเช่นกัน ทั้งของรัฐและเอกชน แต่ยังไม่โดดเด่นเข้าตาแบบเห็นได้ชัดนัก คงต้องตั้งความหวังกับการช่วยให้เกิดการผลักดันและอยู่รอดของ SMEs เลือดใหม่ของเราในปีหมูเขี้ยวตันลากดินนี้ไปให้ได้ครับ

อีกแนวโน้มหนึ่งที่เห็นอย่างชัดเจน ก็คือ การลดกระแสแรงกดดันโดยการใช้กลยุทธ์ M&A หรือ การควบรวมและการเทคโอเวอร์ ซึ่งเทคนิคดังกล่าว ยังถือว่าเป็นพระเอกทุกครั้ง เมื่อกิจการกำลังย่ำแย่หรือประสบปัญหาต่างๆ

สำหรับธุรกิจขนาดย่อมก็เช่นกัน เพียงแต่ว่าอาจจะไม่ใช่การที่จะเข้าไปเทคโอเวอร์กิจการอื่น แต่เป็นการรวมกิจการ เข้ากับบริษัทอื่นๆ ด้วยกันมากกว่า เพื่อสร้างฐานให้แข็งแกร่งขึ้นนั่นเอง รวมถึง อาจจะถูกเทคโอเวอร์จากกิจการยักษ์ใหญ่ ที่มีเงินสดในมือมาก และต้องการขยับขยายขอบเขตทางธุรกิจของตน ผ่านทางธุรกิจใหม่ๆ ที่มีศักยภาพสูง

ซึ่งบ่อยครั้งธุรกิจขนาดย่อมที่มีโอกาสดี แต่ขาดสภาพคล่องในระยะสั้น หรือ สายป่านอาจจะไม่ยาวพอที่จะฝ่าคลื่นลมแรงของความผันแปรได้ ก็ต้องยอมเสียอธิปไตยบางส่วนหรือทั้งหมดของตนไป เนื่องจากในระยะนี้ตลาดทุนเองก็มีความผันผวนมาก ยากที่จะให้ธุรกิจ SMEs เข้ามาทำการระดมทุนเพิ่มหากเกิดปัญหา การทำ M&A จึงถือเป็นทางออกยอดนิยม

แน่นอนว่าในปีนี้ เราคงจะเห็นธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมหลากหลายอุตสาหกรรม ที่ยังไม่เข้มแข็งพอ แต่ยังมีศักยภาพอยู่ ต้องเข้าสู่กระบวนการควบรวม หรือ ถูกซื้อกิจการ ส่วนที่ไม่มีจุดเด่นก็อาจถูกปล่อยให้ล้มไปครับ

ท้ายสุดสำหรับธุรกิจขนาดกลางและย่อมในปี 2007 นี้ ก็คือ การเข้าร่วมเล่น Money Game ที่ต้องผ่านด่านทดสอบโหดหินมากพอควร โดยแม้ว่าแนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยจะลดลง หรือ สภาพคล่องในระบบยังมีอยู่มากก็ตาม ซึ่งน่าจะดีสำหรับธุรกิจที่ต้องการเงินกู้ไปหล่อเลี้ยงการดำเนินงาน

แต่สิ่งที่เห็นกันตอนนี้ก็คือ สภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทั้งในและนอกประเทศทีเดียว พี่เบิ้มอย่างอเมริกาและยุโรปเองก็ไม่ได้ช่วยให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกเลื่อนไหลเท่าไรนัก ส่งผลต่อดีมานด์โดยรวมที่ไม่เติบโตนักด้วย

โดยเฉพาะในบ้านเราปีนี้ที่โหรเศรษฐกิจหลายสำนักก็เริ่มปาดเหงื่อ ส่งสัญญาณไม่สู้จะดีนักด้วยแล้ว ยิ่งส่งผลทางลบต่อธุรกิจระดับรากแก้วที่ต้องพึ่งพาการใช้จ่ายของคนในประเทศเป็นหลัก ดังนั้นการช่วงชิงเงินสดที่จะไหลเข้าจากรายรับของกิจการ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แล้ว

ซึ่งก็ส่งผลให้สถาบันการเงินต้องเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยกู้มากขึ้นไปอีก SMEsจึงประสบอุปสรรคที่จะได้เงินทั้งจากการดำเนินงาน และการกู้เงินเลยทีเดียว เกมการเงินในวันนี้ของเรา จึงไม่หมูอย่างแน่นอนครับ สภาพคล่องจะเป็นตัวกำหนดการอยู่รอดของธุรกิจในปีนี้ จึงต้องจับตามองให้ดีครับ

ถึงแม้จะเผชิญปัญหาหลายอย่าง ที่อาจจะทำให้ดูไม่ดีนักกับธุรกิจ แต่ก็เชื่ออย่างหนึ่งครับว่า ความเชื่อมั่นโดยรวมของทุกคน ทั้งนักธุรกิจและประชาชนคนไทยผู้บริโภคทั่วไป หากมองในแง่บวกและร่วมกันฟันฝ่า มากกว่าที่จะเอาตัวรอด และเหยียบย่ำกันให้จมดิน น่าจะทำให้เราฝ่าด่านทดสอบนี้ไปได้อย่างพร้อมเพรียงครับ