|
||||||||||||||
|
Somkid Effects (1)
วิถีเศรษฐกิจ : ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์ กรุงเทพธุรกิจ วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550
"ใครๆ ก็รู้ว่า คุณสมคิดทำอะไรมา" พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์
Keep your friends close Keep your enemies closer Don Corleone ในภาพยนตร์ God Father ภาค 1
พลเอกสุรยุทธ์อาจจะยังไม่ได้แสดงความเป็นผู้นำที่เด็ดขาด จริงจัง ในรอบ 4 เดือนกว่าที่ผ่านมาหรือมีภาพของ "ฤๅษีที่เลี้ยงเต่า" อย่างที่คุณธีรยุทธกระแหนะกระแหน แต่ในความเห็นของผม เมื่อต้องเกี่ยวกับเรื่องการตัดสินใจเลือกคนมาทำงาน การเลือกของคุณสุรยุทธ์บอกถึงความลึกซึ้งแหลมคม และกล้าหาญ เพื่อเป้าหมายและวัตถุประสงค์เหมือนกับยุทธวิธีทางทหาร องค์ประกอบของคณะรัฐมนตรีนั้น คุณสุรยุทธ์อาจไม่สามารถกำหนดหรือเลือกเองได้ทั้งหมด หลายคนยังดูขี้เหร่ และมีตัวเลือกที่ดีกว่านั้นได้ แต่ก็เป็น ครม.ที่พร้อมทำงานได้ และที่สำคัญที่สุด ที่คุณสุรยุทธ์ต้องการคือ ความซื่อสัตย์สุจริต การตั้ง พลตำรวจเอกเสรีพิสุทธ์ เตมียาเวส เป็นผู้รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ใครๆ คาดไม่ถึง บอกถึงความไม่ธรรมดาในการเลือกคนของพลเอกสุรยุทธ์ เช่นเดียวกับการดึง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หนึ่งในอดีตมันสมองของคุณทักษิณมาช่วยงานรัฐบาลด้านประชาสัมพันธ์ นี่ก็บอกถึงความแหลมคมของพลเอกสุรยุทธ์ เราต้องไม่ลืมว่า คุณสมคิดเป็นนักกลยุทธ์ ลูกศิษย์ก้นกุฏิของ Phillip Kotler และเชื่อกันว่า คุณสมคิดน่าจะเป็นหนึ่งในมันสมอง ของพรรคไทยรักไทย ในการใช้การตลาดทางการเมืองจนเกิดเป็นชุดของนโยบายแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ คำขวัญต่างๆ ที่พรั่งพรูกันออกมาก่อนและหลังทักษิณหนึ่ง โดยเฉพาะสองถึงสามปีแรกได้สร้างความเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ให้คุณทักษิณ แต่ในช่วงนั้นคุณสมคิดดูแลกระทรวงการคลัง ที่เขาไม่มีความถนัดและไม่น่าจะชอบ สำหรับรัฐบาลของพลเอกสุรยุทธ์ ที่อ่อนด้านประชาสัมพันธ์ รัฐมนตรีแต่ละคนทำงานโดยไม่มีเอกภาพและเป้าหมาย ไม่คิดในเชิงกลยุทธ์ว่าประชาชนจะชอบไม่ชอบอะไร ไม่คิดว่าการทำการตลาดทางการเมืองเป็นเรื่องสำคัญ ไม่น่าแปลกใจที่พลเอกสุรยุทธ์จะเห็นคุณค่าของ ดร.สมคิด และคิดต่างไปจากคนส่วนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่คุณทักษิณกำลังปฏิบัติการเชิงรุก และในสถานการณ์เช่นนี้ จะไม่มีใครที่จะต่อกรกับคุณทักษิณได้เหมาะสมเท่ากับคุณสมคิดอีกแล้ว เป็นเรื่องที่ต้องเอา "เกลือจิ้มเกลือ" มองย้อนหลังกลับไปคุณสุรยุทธ์สามารถที่จะเริ่มแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ช็อกเพื่อนร่วมงานและส่วนหนึ่งของสังคม เช่น ตั้งเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี เน้นการทำงานด้านกลยุทธ์และการตลาดก็ย่อมทำได้ และเอาเข้าจริงก็ไม่จำเป็นต้องให้มาทำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ในการใช้คุณสมคิดเพื่อการตลาดทางการเมือง คุณสุรยุทธ์ไม่ได้มองคุณสมคิด และให้อภัยว่าเป็น "โจรกลับใจ" ซึ่งต่างกับกรณีของสหายเก่าในกลุ่มพันธมิตร ที่เรียกร้องให้มายอมรับ Original Sin และสารภาพบาปยอมรับผิด พลเอกสุรยุทธ์เชื่อว่าความสัมพันธ์หรือโอกาสการจับมือทางการเมืองระหว่างคุณทักษิณกับคุณสมคิดจบลงแล้ว คุณสมคิดไม่ใช่ไพร่ของคุณทักษิณ เขามีความเป็นตัวของตัวเอง เมื่อเขามีโอกาส และสถานการณ์อำนวย คุณสมคิดเองเคยพูดว่า ถ้าจะเดินต่อทางการเมืองก็จะตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ พลเอกสุรยุทธ์ไม่คิดว่า แม้คุณสมคิดจะเคยเป็นมันสมอง และร่วมรัฐบาลกับคุณทักษิณตลอด 5 ปีแล้ว คุณสมคิดจะต้องมีส่วนในการรับผิดกับเรื่องชั่วร้ายมาตรการ และนโยบายที่ไม่พึงประสงค์ทุกเรื่องในรัฐบาลทักษิณ นี่คือปัญหาเรื่องสารสนเทศข้อเท็จจริง การรับรู้และการคาดหวังของแต่ละคน ที่สำคัญที่สุด การรับรู้ของพลเอกสุรยุทธ์ต่างกับของฝ่ายที่เขาไม่เห็นด้วย ถ้าวัดจากมติมหาชน เช่น ดูจาก Poll ของเอแบค ที่ระบุว่า กว่าร้อยละ 65 ของประชาชนในกลุ่มสำรวจ เห็นด้วยกับการแต่งตั้งคุณสมคิด Poll นี้น่าจะเป็นเครื่องชี้ว่า การตัดสินใจดึงคุณสมคิดมาร่วมงานนั้น ไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดพลาดของพลเอกสุรยุทธ์ ในมุมมองของคนส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นพวกที่แม้สนับสนุนแต่ไม่ส่งเสียงดัง ส่วนของคนที่ไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง และมี Voice หรือเอ็ดตะโรโวยวายเป็นพวกอภิชน โดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตรน่าจะเป็นเสียงส่วนน้อย ซึ่งก็มีเหตุผลของตนเองและรับฟังได้ ผู้เขียนคิดว่า เหตุผลที่มีน้ำหนักมากที่สุดในความไม่เหมาะสมในการแต่งตั้งคุณสมคิด น่าจะอยู่ที่ข้อเท็จจริงที่ว่า คุณสมคิดกำลังอยู่ในกระบวนการถูกสอบสวนในโครงการกล้ายางโดย คตส. คุณสมคิดคงไม่สามารถลบล้าง หรือห้ามไม่ให้คนคิดว่า คุณสมคิดต้องการมาทำงานกับรัฐบาล เพื่อช่วยตัวเองจากคดีที่กำลังถูกสอบสวนอยู่ ในการใช้เหตุผลข้อนี้คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดูจะมีวุฒิภาวะสูงสุดในบรรดานักการเมือง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคุณบรรหาร ศิลปอาชา ในปฏิกิริยาที่มีต่อการแต่งตั้งคุณสมคิด แม้ดูเหมือนว่า คุณสมคิดจะเตรียม และวางแผนมา แต่ก็เป็นการเตรียมอย่างลุกลี้ลุกลน ที่ดูแปลกแต่ก็เป็นจริง หรือเป็น paradox สำหรับคุณสมคิดที่เป็นนักกลยุทธ์และนักการตลาดมาตลอดชีวิตการทำงาน ก็คือช่วงจังหวะเวลา และเรื่องที่เขาเลือกที่จะทำการตลาดให้รัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ชั่งไม่เป็นใจให้เขาเสียเลย เขากำลังถูกกำหนดให้เล่นบท ส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงกับต่างประเทศ ในขณะที่นายเก่าของเขากำลังยกตนข่มท่าน จึงไม่แปลกที่ฝ่ายไม่เอาทักษิณ ต้อง Discredit ทั้งคุณทักษิณและคุณสมคิด ด้วยการถล่มทักษิโณมิกส์ แบบไม่แยกแยะประเด็น เหมารวมกันไปหมดตั้งแต่เรื่อง แนวคิดการนำไปปฏิบัติจริงของนโยบายมาตรการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลทักษิณในช่วงต่างๆ ตลอด 5 ปี เรื่องความชั่วร้ายของระบอบทักษิณ เรื่องระบอบทักษิณ เรื่องของทักษิณกับครอบครัว เรื่องของทักษิณกับพวก ฯลฯ แต่สิ่งที่น่าเสียดายอย่างยิ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สังคมกลับไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ทั้งจากคุณสมคิด และสังคมในความคิดบทบาทเบื้องลึกของคุณสมคิด นอกเหนือไปจากการที่คุณสมคิดพูดว่า "ผมกับอดีตนายกฯ ทักษิณคิดต่างกันในหลายเรื่อง จนต้องถูกเปลี่ยนกระทรวงที่ต้องรับผิดชอบอยู่บ่อยครั้ง" Somkid Effects (จบ) วิถีเศรษฐกิจ : ดร.ไพโรจน์ วงศ์วิภานนท์ กรุงเทพธุรกิจ วันพุธที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2550 "อะไรเหรอ ดร.สมคิดคนไหน" "ใครๆ ก็รู้ว่าคุณสมคิดทำอะไรมา" ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ Keep your friends close "Ideas'not vested interests,are more dangerous ,for good or evil" Keep your enemies closer John Maynard Keynes Don Corleone ในภาพยนตร์ God Father ภาค 1 ถ้าถามว่าคนที่สามารถไปชูเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงกับคนต่างประเทศ มีตัวเลือกนอกจาก ดร.สมคิด ไหม? ก็คงมีเยอะ แต่การปฏิเสธคุณสมคิดเพียงเพราะเคยร่วมกับรัฐบาลคุณทักษิณมาไม่ใช่เหตุผลที่หนักแน่นพอ ทักษิโณมิกส์มีมิติที่กว้างขวาง นโยบายโครงการในรัฐบาลทักษิณ มีที่มาร้อยพ่อพันแม่ มติ ครม.ไม่เคยเป็นมติที่ต้องออกเสียงลงมติ ถือเป็น Collective Decision และไม่ได้หมายความว่า รัฐมนตรีแต่ละคนจะเห็นด้วยกับครม.ในทุกเรื่อง เราต้องไม่ลืมเช่นกันว่า 80% ของโลกทัศน์แบบทักษิโณมิกส์เป็นโลกทัศน์ของโลกและของไทยมาก่อนรัฐบาลคุณทักษิณ ปรัชญา และนโยบายทุนนิยมเสรีไล่กวดให้ทันโลก โดยร่วมขบวนโลกาภิวัตน์ทั้งการค้าและการเงิน การเปิดเสรีแก่ทุนต่างชาติ นโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจบรรจุในแผนพัฒนามานานนม ความคิดหรืออุดมการณ์เป็นเรื่องหนึ่ง แต่การเอาประยุกต์อุดมการณ์นี่สิ ที่รัฐบาลทักษิณทำให้เกิดปัญหามาก ขณะเดียวกัน ผู้เขียนก็ไม่คิดว่า รัฐบาลคุณทักษิณปฏิเสธเศรษฐกิจพอเพียงอย่างสิ้นเชิงทุกอย่างเป็นเรื่องสัมพัทธ์ ก่อนหน้า 19 กันยายน 2540 ก็ไม่มีพรรคไหนได้ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นจุดขายหลักจนชนะใจประชาชน แม้ปรัชญานี้จะดีแสนดี เหตุผลที่น่าจะเหมาะกว่าน่าจะเป็นว่าในตลอดชีวิตการทำงาน และการดำเนินชีวิตของคุณสมคิดสอดคล้องกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงหรือไม่ต่างหาก ผู้เขียนไม่รู้จัก ดร.สมคิด เป็นการส่วนตัว ข้อมูลเช่นนี้สหายเก่ายามเฝ้าแผ่นดิน ซึ่งอยู่ในพันธมิตรประชาธิปไตยน่าจะรู้ดี ปรากฏการณ์สมคิดจนทำให้เกิดแรงต่อต้านจากกลุ่มกดดัน มูลเหตุส่วนหนึ่งนอกจากการเล่นไม่เลิก และไม่วางมือของคุณทักษิณ ก็มาจากการวางตัววางตำแหน่งของคุณสมคิดเองในอดีต รวมทั้งทัศนคติวิธีการที่คุณทักษิณ ปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการเมือง ถ้าคุณสมคิดมีบทบาทที่แท้จริงอย่างมากต่อกลยุทธ์ทางการเมือง โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีแรกของทักษิณ 1. นายกฯ ทักษิณกลับเป็นผู้เก็บคะแนนนิยมในภาพพจน์ของผู้นำทางปัญญาและในการบริหารเชิงกลยุทธ์ สังคมรับรู้ทั้งก่อนและหลังคุณสมคิดมาเล่นการเมืองน้อยมาก มีช่วงหนึ่งที่ผู้เขียนสนใจเรื่อง Corporate Strategy พบว่าเขามีงานวิจัยทางด้านนี้ไม่มาก เขาเขียนและมีปฏิสัมพันธ์ กับวงวิชาการไทย หรือ NGO น้อย ภาพของเขาคือภาพของอาจารย์ที่หาเงินเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทใหญ่ๆ ค่อนข้างปิดตัว และ Arrogant ฐานสนับสนุนที่เป็นทุนทางสังคมจากชุมชนวิชาการ NGO จึงแคบ คุณสมคิดทำการตลาดให้กับตัวเองน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับคุณปุระชัย แม้เขาจะเป็นรองนายกฯ คุมด้านเศรษฐกิจเป็นรัฐมนตรีคลัง และกระทรวงพาณิชย์ในช่วงเวลาต่างๆ เขาไม่ได้ใช้โอกาสนี้ ฉายแววของความกว้าง และความลุ่มลึกทางความคิดและปรัชญาให้เป็นที่รับรู้แก่สังคม ดูเขามีความสนุกเชื่อมั่นอย่างสูงวางท่ายกไม้ยกมือ เมื่อได้พูดเรื่อง Competitiveness ของบริษัทและของประเทศต่อหน้านักธุรกิจ แต่เขาก็เขียนและให้สัมภาษณ์ไม่มาก ทุกอย่างมีศูนย์กลางอยู่ที่นายกฯ ทักษิณ ซึ่งรับส่วนที่ดีไปหมดในช่วงเรืองอำนาจ ส่วนที่เลวร้ายซึ่งต้องมีอยู่มากมายโดยเฉพาะเรื่องความไม่โปร่งใสการปล่อยให้มีการใช้เงินของหลวงอย่างสุรุ่ยสุร่าย เจ้ากระทรวงต้องรับผิดไป นี่คือต้นทุนที่คุณสมคิดต้องแบกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดูเหมือนอดีตและอนาคตต้องผูกกับชะตาของคุณทักษิณ ถ้าข้อสังเกตนี้เป็นจริง Poll ที่ออกมาสนับสนุนเขาถึงร้อยละ 60 หรือ Poll ที่อยากเห็นเขามาทำงานแทนหม่อมอุ๋ย (ก็แปลกดี) น่าจะสะท้อนข้อเท็จจริงที่ว่าความนิยมที่มีต่อในตัวคุณทักษิณยังมีอยู่กว้างขวาง กระแสต่อต้านคุณสมคิดนั้น ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลพวงของพฤติกรรมของคุณทักษิณ ที่ถือว่าคู่แข่งทางการเมืองหรือแม้กระทั่งนักวิชาการคือศัตรูเป็น Politics of Adversary แต่ไหนแต่ไรมาพันธมิตรการเมืองไทยเป็นเรื่องของผลประโยชน์และค่อนข้างเฉพาะหน้ามากกว่าอุดมการณ์ การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร วัฒนธรรมเกี้ยเซี๊ยะ การให้อภัยทำให้บุคคลทางการเมืองอย่างพลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ นายทหารกลุ่มเมษาฮาวายที่ทำรัฐประหารรัฐบาลพลเอกเปรม แล้วเป็นกบฏหรือพรรคปลาไหลที่เปลี่ยนสีได้ทุก เมื่อกับศูนย์อำนาจ หรือแม้กระทั่งพลเอกสุจินดา คราประยูร ยังดำเนินชีวิตได้อย่างราบรื่นในสังคมไทย คนกลุ่มหนึ่งในสังคมไทยต้องเหนื่อยมากแทบเลือดตากระเด็นกับการขับไล่คุณทักษิณหรือระบอบทักษิณ ผลข้างเคียงย่อมจะต้องตกมาที่คุณสมคิด มีคนถามผู้เขียนว่า นักการตลาดอย่าง ดร.สมคิดเก่งจริงหรือไม่? ผู้เขียนคิดว่าถ้านักการตลาดในแง่ของธุรกิจหมายถึง นักโฆษณาชวนเชื่อเพื่อขายอะไรก็ได้ และสักแต่ว่าจะทำกำไร องค์กรประเภทนี้ไม่น่าจะยั่งยืนได้ นักการตลาด ก็คือนักขายที่หลอกลวง แต่ถ้าการตลาดก็คือสิ่งที่ Peter Drucker ก็คือแก่นของธุรกิจซึ่งหัวใจไม่ใช่เรื่องแต่การทำกำไร แต่คือการสร้างลูกค้า การตอบสนองความต้องการที่ลูกค้ามีอยู่แล้ว คือผลิตหรือให้บริการสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ถ้ามองในแง่นี้การตลาด ก็คือหัวใจขององค์กรธุรกิจหรือการเมือง ถ้า ดร.สมคิด เป็นมันสมองทั้งความคิดและการปฏิบัติการของไทยรักไทยจนชนะใจประชาชนอย่างท่วมท้นในช่วงแรกของทักษิณ 1. ผู้เขียนก็คิดว่าเขาเป็นนักกลยุทธ์การตลาดที่เก่งมาก แม้ผู้เขียนมีความเชื่อว่า ประเทศไม่ใช่บริษัท ผู้เขียนเป็นพวกมีโลกทัศน์ แบบ Paul Krugman ไม่ใช่แบบ Michael Porter ผู้เขียนก็ยังดีใจที่หนังสือ The Marketing of Nations. ที่ ดร.สมคิดเขียนร่วมกับ Phillp Kotler และสุวิทย์ เมษินทรีย์ ที่แม้ว่าจะเป็นฉบับ Porter ทำให้ง่าย แต่การที่ Kotler จบปริญญาเอกทางเศรษฐศาสตร์ จาก MIT หนังสือก็ไม่ได้ทิ้งพื้นฐานสำคัญของชาติที่เป็น Fundamental ทางเศรษฐศาสตร์และสังคม เช่น เรื่องของความสำคัญของ Institution เรื่อง Productivity เรื่องคุณภาพ และบทบาทของรัฐเรื่องของ Stakeholders เป็นต้น ปรากฏการณ์ของสมคิดก่อให้เกิดวาทกรรมทางความคิด ขณะเดียวกัน ก็สะท้อนเกมการต่อสู้ทางอำนาจของกลุ่มอภิชนของไทย กิจกรรมใดๆ ล้วนมีต้นทุนและใช้ทรัพยากรเสมอ สังคมจะต้องป้องกันมิให้เกมดังกล่าว เป็น Zero Sum Games. สำหรับประเทศ
|