|
||||||||||||||
|
สหรัฐ
ทักษิณ และ คมช.
โลกทรรศน์ : อุกฤษฏ์ ปัทมานันท์ มติชนรายสัปดาห์ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 ปีที่ 27 ฉบับที่ 1384 บนเส้นทางทัวร์ พักผ่อน กอลฟ์และโยคะของ ทักษิณ ชินวัตร วอชิงตันและกรุงเทพฯ เป็นเส้นทางที่น่าสนใจที่สุด ระหว่างเส้นทางวอชิงตันและกรุงเทพฯ มีเดิมพันยกสำคัญของการกลับคืนสู่อำนาจ และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของครอบครัวชินวัตร และอำนาจใหม่ในสังคมไทยเป็นหลักประกัน ยังไม่รู้ว่าใครจะแพ้หรือชนะอย่างเด็ดขาดแต่เส้นทางนี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ถนนสายวอชิงตัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้ว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์อเมริกันถึง 2 บริษัทให้ทำการช่วยเหลือทางนโยบายต่อตนเองและครอบครัว บริษัทแรกคือ Barbour Griffith & Roger (BRG) and Edelman บริษัทที่ 2 คือ บริษัท Baker Botts LLP บริษัทแรกได้รับการว่าจ้างเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2549 เนื้อหาการว่าจ้างที่บริษัทนี้รับทำให้กับอดีตนายกฯ ทักษิณคือ ในแง่หลักการทั่วไปที่บริษัท BRG ทำให้กับทักษิณคือ สนับสนุนประชาธิปไตยในเอเชีย ส่วนในรายละเอียด บริษัท BRG ทำการจัดให้และคำปรึกษาเกี่ยวกับผลประโยชน์ของทักษิณในกรุงวอชิงตันและต่างประเทศ (Dick Tracy, "PR deals cast doubt on Thaksin"s real intent" The Nation 25 January 2007) การทำงานอย่างแรกของบริษัทดังกล่าวตามรายงานของหนังสือพิมพ์ The International Herald Tribune คือการช่วยจัดการพบปะกับสื่อมวลชน นั่นหมายความว่าอาจจะเป็นที่มาของการเปิดแถลงให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน และหนังสือพิมพ์อีกหลายฉบับในเวลาต่อมาของทักษิณก็ได้ นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในการเมืองรัฐสภา และพรรคการเมืองสหรัฐของบริษัทล็อบบี้ยิสต์บริษัทนี้ก็ได้ เพราะทักษิณมีข้อเสียเกี่ยวกับผลงานในอดีต โดยเฉพาะการละเมิดสิทธิมนุษยชนในยุคของเขา บริษัท BRG ไม่ใช่บริษัทล็อบบี้ยิสต์ทั่วไป บริษัทนี้มีรองผู้ช่วยประธานาธิบดีและรองที่ปรึกษาสภาความมั่นคงสหรัฐคนหนึ่ง และอีกคนหนึ่งเป็นรองหัวหน้าคณะกรรมาธิการด้านการต่างประเทศของสภาผู้แทนสหรัฐเป็นกรรมการของบริษัทอยู่ โดยทั้งสองคนมีอิทธิพลในการเมืองสหรัฐ จากข้อมูลเว็บไซต์ของ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ แห่งพรรคประชาธิปัตย์ให้ข้อมูลว่า บริษัท BRG มีความสัมพันธ์กับ ทักษิณ ชินวัตร อย่างดีและได้ทำประโยชน์ให้กับบริษัทในครอบครัวของเขามาแล้ว กล่าวคือ บริษัท ชิน แซทเทิลไลท์ ของครอบครัวชินวัตรได้ว่าจ้าง บริษัทให้ช่วยล็อบบี้วุฒิสมาชิก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และธนาคารเพื่อการส่งออก และนำเข้าสหรัฐ ให้สนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่โครงการดาวเทียมไอพีสตาร์ ในภายหลัง โครงการดาวเทียมไอพีสตาร์ก็ได้รับเงินกู้จากธนาคารดังกล่าว บริษัทล็อบบี้ยิสต์แห่งที่ 2 ที่ได้รับการว่าจ้างคือ บริษัท Baker Botts บริษัทนี้มีหน้าที่ช่วยพัฒนา และใช้กลยุทธ์ในประเด็นการเมือง และกฎหมายระหว่างประเทศต่างๆ ที่มีผลต่อทักษิณเนื่องจากผลจากการรัฐประหาร 19 กันยายน ไม่มีความจำเป็นต้องถกเถียงเรื่องไวยากรณ์ภาษาอังกฤษในชื่อเรียกอดีตนายกรัฐมนตรี บริษัทล็อบบี้ยิสต์นี้ ก็เหมือนกับบริษัทแรก คือ มีอิทธิพลทางการเมืองในรัฐสภาสหรัฐ และเกี่ยวพันกับความเคลื่อนไหวสู่การเมืองไทย ของทักษิณอย่างแน่นอน แต่จะเป็นรูปแบบไหน ซับซ้อนและได้ผลจริงหรือไม่คงต้องติดตามดู เหนืออื่นใดควรตรวจดู ท่าทีและแนวคิดของรัฐบาลสหรัฐต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศไทย ประกอบไปด้วย ถนนสายกรุงเทพฯ รัฐบาลสหรัฐ รัฐสภาสหรัฐ และบริษัทล็อบบี้ยิสต์กับการเมืองไทยไม่เคยพรากจากกันมาก่อน ตรงกันข้าม เมื่อมีการรัฐประหารในประเทศไทยทุกครั้งตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา สหรัฐเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแต่ละครั้งเสมอมา เพียงแต่ว่า เกี่ยวข้องในลักษณะใดเท่านั้นเอง หากเอาประวัติศาสตร์เป็นบทเรียน สหรัฐคำนึงถึงผลประโยชน์ของสหรัฐมาโดยตลอด ไม่ว่าการรัฐประหารนั้น จะลงเอยมาที่การเมืองไทยปกครองด้วยระบอบอำนาจนิยมหรือไม่ ในยุคสงครามเย็น การรัฐประหารปี 2500 โดย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ การปฏิวัติตัวเองของ จอมพลถนอม กิตติขจร ในปี 2514 การรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519 สหรัฐไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารและทำการประท้วงรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารทุกครั้งไป แต่ในท้ายที่สุด นโยบายต่อต้านคอมมิวนิสต์ของจอมพลสฤษดิ์และจอมพลถนอม นโยบายเผชิญหน้าการเปลี่ยนแปลงในอินโดจีน ของรัฐบาลหอยตอบสนองผลประโยชน์ทางการเมืองของสหรัฐในช่วงเวลานั้น การรัฐประหารกุมภาพันธ์ 2534 คณะ รสช. เกือบเอาตัวไม่รอดจากการเป็นตัวตลกในยุคโลกาภิวัตน์ ดีที่รัฐบาล อานันท์ ปันยารชุน ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อไม่ใช้การเมืองไทยถอยหลังไปจนสุดกู่ ในไม่ช้า รัฐบาลสหรัฐก็ทำงานร่วมกับอดีตทูตไทยประจำสหรัฐ เช่น อานันท์ ปันยารชุน ได้จนมีการเลือกตั้งในเวลาต่อมา รัฐบาลทักษิณมาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลทักษิณตอบสนองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการเมืองต่อสหรัฐมากมาย เช่น รัฐบาลทักษิณได้รับสถานะของประเทศ "พันธมิตรหลักนอกนาโต้" (Major Non NATO Alliance-MNNA) รัฐบาลทักษิณส่งทหารไทยร่วมทำสงครามอิรักกับสหรัฐแม้จะในฐานะของกองกำลังสันติภาพก็ตาม รัฐบาลทักษิณได้รับความช่วยเหลือทางเทคนิค เครื่องมือและข้อมูลเพื่อใช้ในหน่ายงานต่อต้านการก่อการร้าย เหนืออื่นใด รัฐบาลทักษิณยอมรับการริเริ่มเจรจาการเปิดเสรีทางการค้า หรือ เอฟทีเอ เป็นความจริงที่ทักษิณมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช คงจำกันได้ว่า ทักษิณเขียนจดหมายอธิบายการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในไทยให้กับประธานาธิบดีสหรัฐอ่าน แม้เราทั่วไปไม่ได้อ่านจดหมายนั้น แต่คงมีข้อความลึกลับและบุคคลอีกมากมายในจดหมายนั้น แต่ทั้งหมดนี้มีความหมายอะไร ในเมื่อเกิดการรัฐประหารแล้วและรัฐบาลสหรัฐก็แสดงจุดยืนของตัวเองไปแล้ว จุดยืนของรัฐบาลสหรัฐนั้นสำคัญที่สุด จุดยืนนั้นคือ แสดงความไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร มีการเรียกร้องให้ทหารคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชนโดยเร็ว ทั้งหมดนี้คือหลักการทั่วไป จุดยืนที่สองคือ การตัดความช่วยเหลือทางทหารแก่รัฐบาลไทย นี่เป็นกฎหมายของสหรัฐ เท่ากับว่า นี่เป็นเพียงการแสดงสัญลักษณ์อันบางเบาต่อการรัฐประหารในประเทศไทยเท่านั้นเอง ความช่วยเหลือทางด้านการศึกษาระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาลยังคงดำเนินต่อไป รัฐบาลสหรัฐได้ปฏิบัติตนต่อการเมืองไทย หลังการรัฐประหารครั้งล่าสุดเป็นปกติ เพราะผู้นำไทยล้วนแต่เป็นบุคคลที่รัฐบาลสหรัฐรู้จักดีทั้งสิ้น นายพลเกือบทั้งหมดในคณะรัฐประหารจบการศึกษาในหลักสูตรในสหรัฐ พลเอกสุรยุทธ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีไทยก็จบการศึกษาด้านการทหารที่สหรัฐ ประธานคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ก็เป็นอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดด้านความมั่นคงกับสหรัฐ อาจกล่าวได้ว่า หลังการรัฐประหารที่ผ่านมา บุคคลที่มีอิทธิพลในรัฐบาล ฝ่ายนิติบัญญัติ กองทัพ และโดยเฉพาะ คมช. ล้วนแต่สัมพันธ์กับสหรัฐในทางใดทางหนึ่งทั้งสิ้น ยิ่งกว่ายุครัฐบาลหลัง รสช. เสียอีก ด้วยเหตุนี้เอง ถ้ามองในแง่ผลประโยชน์สหรัฐ สหรัฐทำงานเชิงนโยบายที่จะตอบสนอง ผลประโยชน์สหรัฐในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อยู่แล้ว กับคณะบุคคลที่เรียกกันว่า "อำนาจใหม่" เส้นทางสายกรุงเทพฯ วิ่งเข้าหาเส้นทางวอชิงตันอยู่แล้วและยิ่งใกล้มากขึ้น นี่คงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ ทักษิณ ชินวัตร จึงต้องทดลองสร้างแรงกดดันนานาชาติโดยอาศัยเส้นทางสายวอชิงตัน ผู้นำในวอชิงตันคุ้นเคยกับการรัฐประหารในประเทศไทยดี แต่สิ่งที่ดีกว่า คือ การสนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทย ไม่ใช่สนับสนุนรัฐบาลทหาร หน้า 29
|