|
||||||||||||||
|
การศึกษาที่ไม่สมบูรณ์แบบ
มองมุมบ้านสามย่าน : นวลน้อย ตรีรัตน์ กรุงเทพธุรกิจ วันพฤหัสบดีที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 เมื่อจะเขียนให้กับคอลัมน์ "มองมุมบ้านสามย่าน" ของหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ก็ต้องเริ่มคิดว่าจะเขียนอะไรดี คิดว่าน่าจะเขียนอะไรที่เป็นเรื่องเล่าสู่กันฟัง ซึ่งสำหรับเรื่องเล่าสู่กันฟัง ของคนที่มีอาชีพอ่านหนังสือและสอนหนังสือ ส่วนใหญ่ก็คงจะมาจากการอ่านหนังสือนั่นเอง เมื่อเดือนที่แล้วได้รับ ส.ค.ส. 2550 จากมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ และมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ เป็นหนังสือในชื่อเรื่อง "การศึกษาสมบูรณ์แบบ : คือวงกลมที่คุ้มครองโลกถึงที่สุด" เป็นหนังสือที่รวบรวมคำสอนของ ท่านอาจารย์พุทธทาส ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ซึ่งได้แสดงไว้ในโอกาสต่างๆ บทที่อยากจะเขียนถึงก็คือ บทที่ว่าด้วย "ปัญหานานาที่เกิดจากศึกษาไม่สมบูรณ์แบบ" ซึ่งเป็นธรรม ที่บรรยายแก่ชาววิทยาลัยครูสงขลา ณ สวนโมกขพลาราม เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2518 ท่านอาจารย์ได้กล่าวถึงปัญหาที่เกิดจากการศึกษาไม่สมบูรณ์แบบว่า มีผลสืบเนื่องไปถึงสิ่งต่างๆมากมายถึง 13 ประการ ตั้งแต่เรื่องศีลธรรม ศาสนา สังคม วัฒนธรรม ไปจนถึงเศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง ประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญ ศีลธรรม ที่เหลืออยู่น้อยเต็มที ศาสนาก็ฟั่นจนเฝือ มีแต่เปลือกปลอมปน การศึกษาที่ออกนอกลู่นอกทาง ไม่ได้มุ่งตรงให้อยู่ในความถูกต้อง สังคมก็ฟอนเฟะเป็นทาสของกิเลสมัวเมา สังคมเช่นนี้จึงเป็นบ่อเกิดของการคอร์รัปชัน และวัฒนธรรม ก็เหมือนปลิวว่อนไปตามลม เปลี่ยนแปลงไปตามกระแส ตามทิศทางของกิเลส เศรษฐกิจก็ขาดรากฐานที่สำคัญ ขณะที่เรามีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่คนที่ได้รับความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจก็มีมาก ใครสามารถเอาเปรียบทางเศรษฐกิจได้ ก็ร่ำรวยไป มีอำนาจไป ใครพ่ายแพ้ ก็ถูกบีบคั้น ประชาธิปไตยก็เป็นไปตามกิเลสใจที่อยากให้เป็น ไม่รู้ว่าความถูกต้องนั้นอยู่ที่ไหน การปกครอง ก็ไปตามความรู้สึกของกิเลส เห็นแก่แต่ประโยชน์ส่วนตน การปกครองจึงทุจริต การเมืองก็ฟุบ นักการเมืองทั้งหลายไม่รู้แม้แต่ความเป็นสุภาพบุรุษที่ถูกต้อง จนไม่เกิดความเคารพนับถือ เป็นนักการเมืองที่ไร้เกียรติ เป็นนักการเมืองที่ต้องเอาอำนาจเข้ามาเป็นเครื่องพยุงตัว และรัฐธรรมนูญก็มีค่าเป็นเพียงกระดาษฟาง ไม่มีใครเคารพนับถือ การศึกษาไม่พอที่จะรู้จักประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญก็เห่อกันไปเป็นพักๆ เดี๋ยวก็เปลี่ยน เดี๋ยวก็ฉีก ด้วยผลสืบเนื่องดังกล่าวมา สุดท้ายแล้วประเทศก็ถูกชอนไชจนพรุนไปหมด จากปัญหานานัปการ ที่เกิดจากการศึกษาที่ไม่สมบูรณ์แบบ ผู้เขียนขอคัดข้อความตอนหนึ่ง ซึ่งท่านอาจารย์ได้บรรยายไว้ มาให้อ่าน "โลกมีปัญหาอย่างเดียวกัน...อยู่ในสภาพที่ไม่น่าดู เวลานี้ทั้งโลกกำลังมีปัญหาอย่างเดียวกันหมด คำพูดนี้มันเป็นคำพูดที่เล็งถึงโลกโดยส่วนรวม ไม่ใช่ว่าจะดูถูกเหยียดหยามตัวเอง หรือเหยียดหยามคนไทย ประเทศไทยและการศึกษาของไทย เป็นการกล่าวไปตามที่เป็นจริงว่า เพราะมีการศึกษาที่ตามก้นฝรั่งตั้ง 90% นิยมอะไรๆ ทั้งหมดของพวกฝรั่ง ไปเรียนมา ไปขนเอามา อะไรก็ตาม มันเป็นการทำตามเขา เรื่องของเราจึงได้มีปัญหา มันมีปัญหาอยู่ที่คนที่เป็นผู้นำการศึกษาโลก คือประเทศที่ได้รับการยกย่องว่า มีเกียรติที่เป็นผู้นำในการศึกษา แล้วก็ไปดู ไปเรียน ไปขนเอามาจากที่นั่น ความหมายของการพูดจานี่ก็มุ่งไปยังที่นั่น ทั้งที่ว่าเราไม่มีอำนาจอะไร ที่จะไปแก้ไขเขา แต่เราจะดูให้รู้ สำหรับแก้ไขเรา โลกมีปัญหาอย่างเดียวกัน ก็เพราะเหตุที่ไปตามๆ กัน หมดไป เป็นเหมือนๆ กันไปทั้งโลก ยิ่งเดี๋ยวนี้ ยิ่งง่ายดายที่สุด การไปรอบโลก ไปได้ในเวลาอันสั้น ไปเอาอะไรมาที่ไหน เมื่อไรก็ได้ มันจึงเหมือนกันไปหมด เมื่อเห็นว่า เราล้าหลังเขา เราก็ไปตามเขา ถ้าเราไม่รู้เท่า เราก็ตามไปทั้งๆ ที่มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะตาม มันก็เลยมีอะไรๆ เหมือนๆ กันไปหมด นี่คือปัญหาที่กำลังมีอยู่ในโลกนี้ ซึ่งเหมือนกันไปหมด ที่พูดนี้อาจจะใช้คำพูดที่ค่อนข้างฟังแล้ว มันโลกแตกไปหน่อย แต่ก็ไม่มีคำอื่นที่ดีกว่านี้ในการที่จะช่วยให้ฟังง่ายๆ เดี๋ยวก็จะพูดถึงโลกที่มันอยู่ในสภาพที่ไม่น่าดู ใช้คำที่ไม่น่าฟังอีก เดี๋ยวนี้ศีลธรรมในโลกกำลังแฟบ นี่เป็นหัวข้อที่ฝากไว้ให้ช่วยดูช่วยคิดกันต่อไปว่า : ศีลธรรมมันแฟบ แทบจะเป็นโลกไม่มีศีลธรรม เมื่อศีลธรรมมันแฟบ การศึกษามันก็เฟ็ดออกไปนอกลู่นอกทาง เมื่อการศึกษามันเฟ็ดประชาธิปไตยมันก็เฟ้อ เฟ้อจนไม่รู้ว่าความเป็นธรรมมีอยู่ที่ไหน เมื่อประชาธิปไตยมันเฟ้อ ยุวชนมันก็ฟุ้ง ตัว ฟ ทั้งนั้นเห็นไหม ยุวชนฟุ้ง คุณเข้าใจได้ คุณเข้าใจมากยิ่งกว่าอาตมาเสียอีก ยุวชนกำลังฟุ้งอย่างไร เมื่อยุวชนมันฟุ้ง การปกครองมันก็เฟือน กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ประโยชน์อยู่เหนือกฎหมาย ความรอดตัวอยู่เหนือกฎหมาย นี่การปกครองมันก็เฟือน เมื่อการปกครองมันเฟือน การเมืองมันก็ฟุบ เดี๋ยวนี้เรามีการเมืองที่ฟุบ จนไม่เป็นที่ไว้วางใจของใคร ทั้งในประเทศนอกประเทศ เมื่อการเมืองฟุบ สังคมมันก็เฟะ สังคมไทยด้วย สังคมทั้งโลกนี้ด้วยกำลังเฟะ สังคมมันเฟะ ทำให้เศรษฐกิจมันฟ่าม ไม่มีรสชาติอะไรที่เป็นประโยชน์แก่มนุษย์ เศรษฐกิจมันปั่นป่วนและมันฟ่ามที่จะช่วยให้มนุษย์รุ่งเรืองมั่นคง เมื่อเศรษฐกิจมันฟ่าม ศาสนาก็พลอยฟั่น ฟั่นเฝือจนไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ เอาไสยศาสตร์มาเป็นศาสนา เอาศาสนาแท้จริงไปทิ้งเสียที่ไหน หรือเอาไปเป็นประโยชน์แก่การเมือง นี่เรียกว่าศาสนาฟั่นเฝือ เมื่อศาสนามันฟั่น วัฒนธรรมมันก็เฟี้ยว คือมันบ้า วัฒนธรรมมันกำลังบ้า เฟี้ยวไปตามกระแสคลื่นลม ที่ไม่อยู่ในรูปแบบ หรือร่องรอย วัฒนธรรมเฟี้ยวแล้ว ประเทศชาติมันก็ฟอน คือมันถูกอะไรฟอนกับหนอนมันเที่ยวไช ทะลุปรุพรุนไปหมด อย่างนี้เรียกว่าฟอน ประเทศชาติมันกำลังฟอน เมื่อประเทศชาติมันฟอน รัฐธรรมนูญมันก็ฟาง มันเป็นกระดาษฟาง ไม่ใช่กระดาษข่อย เมื่อรัฐธรรมนูญมันฟาง ความเป็นไทยมันก็เฟี้ยว เดี๋ยวนี้เรามีความเป็นไทยที่เฟื้อยเจื้อยไปอย่างไม่เป็นตัวเอง นี้ 13 หัวข้อแล้ว จะมากเกินไปแล้ว พอกันที ถ้าจำได้ก็ช่วยเอาไปคิด ช่วยกันแก้ไข ศีลธรรมแฟบ-การศึกษาเฟ็ด-ประชาธิปไตยเฟ้อ-ยุวชนฟุ้ง-การปกครองเฟือน-การเมืองฟุบ- สังคมเฟ้อ-เศรษฐกิจฟ่าม-ศาสนาฟั่น- วัฒนธรรมเฟี้ยว-ประเทศชาติฟอน-รัฐธรรมนูญฟาง-ความเป็นไทยก็เฟื้อย ทั้งหมดนี้ เป็นเพราะการศึกษาไม่ถูกต้อง การศึกษาไม่สมบูรณ์แบบไม่ตรงกับกฎของธรรมชาติ หรือที่พระเจ้าต้องการ อย่าลืมนะขอเตือนไว้ด้วย ไม่ได้พูดเฉพาะการเมืองไทย ประเทศไหนก็เหมือนกัน ได้กล่าวมาแล้วว่า เรากำลังตามเขา เราก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาก 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเราไปตามเขา ทั้งโลกที่เป็นผู้นำ ควรจะรับผิดชอบ แต่นี้เราก็ไม่ได้คิดค่าเสียหายอะไรจากใครได้ เราก็ต้องมาพิจารณาดูเพื่อจะช่วยตัวเราเองให้มันรอด" เมื่ออ่านถึงตรงนี้ คงมีคำถามว่า แล้วอะไรคือการศึกษาที่สมบูรณ์แบบ ท่านอาจารย์ได้กล่าวถึง องค์ประกอบ 3 ประการ คือ ครู-ผู้ให้ การศึกษาคือสิ่งที่ถูกให้ และศิษย์คือผู้ที่รับ และทั้ง 3 ประการเป็นความสัมพันธ์ที่เป็นวงกลม ที่จะต้องมีทั้ง ครูดี การศึกษาดี และศิษย์ดี ส่วนรายละเอียดคงต้องไปหาอ่านจากในหนังสือ
|