|
||||||||||||||
|
บริษัทไทย 100
ปี
เศรษฐศาสตร์พเนจร : ดร. วิรไท สันติประภพ กรุงเทพธุรกิจ วันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 เศรษฐศาสตร์พเนจรรอบนี้ ผมคงจะไม่พาท่านพเนจรไปต่างถิ่นหรือต่างเมือง แต่อยากจะพาท่านย้อนกลับไปในอดีต เพราะเมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา มี milestone อันหนึ่งที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทยคือ ในวันดังกล่าวธนาคารไทยพาณิชย์ได้ดำเนินธุรกิจครบ 100 ปี ธนาคารไทยพาณิชย์ไม่ได้เป็นเพียงธนาคารไทยแห่งแรก ที่สามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ จนอยู่รอดมาครบศตวรรษเท่านั้น แต่ธนาคารไทยพาณิชย์อาจจะเป็นบริษัทไทยบริษัทแรก ที่ดำเนินธุรกิจต่อเนื่องมาครบ 100 ปี และยังคงความเป็นบริษัทไทยอยู่ด้วย ผมลองค้นหาข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ ว่ามีบริษัทใดบ้าง ที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทยมาเกิน 100 ปี ได้พบ 3-4 บริษัท แต่เป็นบริษัทชื่อฝรั่ง ที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศสยาม ตั้งแต่ช่วงที่กระแสล่าอาณานิคมคุกรุ่น ถ้าข้อมูลของผมไม่ผิดพลาดแล้ว การที่ธนาคารไทยพาณิชย์ดำเนินธุรกิจมาครบ 100 ปี ไม่ได้สำคัญเพียงแต่ว่า เรามีธนาคารไทยที่มีอายุครบ 100 ปีเท่านั้น แต่จะหมายถึงเศรษฐกิจไทยมีบริษัทไทยที่มีอายุครบ 100 ปีด้วย และบริษัทไทยแห่งนี้ไม่ใช่เพียงบริษัทเล็กๆ แต่เป็นบริษัทที่มั่นคง มีทรัพย์สินมากกว่าหนึ่งล้านล้านบาท มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แข่งขันได้กับคู่แข่งทั้งภายในและจากภายนอกประเทศ ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทยจะต้องบันทึกไว้ว่าบริษัทไทยก็ทำได้ คนไทยก็ทำได้ เมื่อย้อนกลับไปศึกษาประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ 100 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าการที่จะดำเนินธุรกิจอยู่รอดมาจนครบ 100 ปีนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ช่วงแรกตั้งแบงก์สยามกัมมาจล หรือธนาคารไทยพาณิชย์ในสมัยนั้น เป็นช่วงที่ประเทศสยาม กำลังถูกคุกคามทั้งด้านการเมืองระหว่างประเทศ และด้านเศรษฐกิจจากประเทศจักรวรรดินิยม ที่เข้ามาล่าอาณานิคม และแสวงหาผลประโยชน์จากเศรษฐกิจไทย เป็นช่วงที่อยู่ระหว่างการปฏิรูประบบการเงินการคลังของประเทศ และมีผู้รู้ด้านการเงินการธนาคารจำกัดเพียงไม่กี่ท่าน เมื่อก่อตั้งแบงก์สยามกัมมาจลขึ้นนั้น กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ถูกต่อต้านอย่างหนักจากกงสุลต่างประเทศ เพราะระบบธนาคารในประเทศสยาม ถูกผูกขาดด้วยสาขาของธนาคารต่างชาติ ผมคิดว่าแรงต่อต้านจากกงสุลต่างประเทศในช่วงนั้น คงรุนแรงไม่น้อยกว่าที่เราเห็นหอการค้าต่างประเทศ ออกมากดดันรัฐบาลในสมัยนี้ เพราะในยุคนั้น ประเทศจักรวรรดินิยมมีกำลังเงินและกำลังอาวุธเหนือกว่าเรา มีสิทธิสภาพนอกอาณาเขต และมักจะชอบแสดงกำลังอาวุธในบางโอกาสด้วย นอกจากความยากลำบากในช่วงแรกตั้งแล้ว ตลอด 100 ปีที่ผ่านมา ระบบเศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจ และความตกต่ำทางเศรษฐกิจหลายต่อหลายครั้ง ถ้าดูในช่วง 50 ปีแรก เศรษฐกิจไทยและแบงก์สยามกัมมาจล ต้องเผชิญกับเศรษฐกิจตกต่ำในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ที่เกิดภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก และประเทศสยาม ขาดดุลการค้าอย่างรุนแรง ต้องเผชิญกับการยกเลิกระบบมาตรฐานทองคำซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาท การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เศรษฐกิจตกต่ำและการขาดแคลนสินค้าอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ญี่ปุ่นเข้ามายึดครองเศรษฐกิจไทย รวมทั้งรัฐบาลมีภาระค่าใช้จ่ายด้านสงครามสูงมาก จนขาดแคลนเงินที่จะมาบูรณะ และฟื้นฟูประเทศช่วงหลังสงคราม ส่วนในช่วง 50 ปีหลังนั้น เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับวิกฤติราคาน้ำมัน (oil shock) การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดรุนแรงจนต้องลดค่าเงินบาทในปีพ.ศ. 2524 และ 2527 และที่รุนแรงที่สุดคือวิกฤติเศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2540 ที่ส่งผลให้ธนาคารไทยและบริษัทไทยหลายแห่งต้องล้มหายตายจากไปอย่างรวดเร็ว ธนาคารไทยพาณิชย์อาจจะโชคดีกว่าบริษัทไทยอื่น เพราะจัดตั้งขึ้นโดยพระบรมราชานุญาต ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และตลอด 100 ปีที่ผ่านมาได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ จากพระมหากษัตริย์ทั้งห้าแผ่นดินที่ช่วยให้ธนาคารผ่านพ้นวิกฤติต่างๆ และขยายธุรกิจมาได้โดยต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยไม่ใช่ธุรกิจผูกขาด ต้องแข่งขันกับทั้งธนาคารไทยและธนาคารต่างประเทศ การที่ธนาคารอยู่รอดได้ถึง 100 ปีนั้น จะต้องรู้เขารู้เรา เท่าทันกับคู่แข่ง ปรับตัวตลอดเวลา เป็นผู้นำในการเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ๆ และสร้างความแตกต่างให้เด่นชัดในสายตาของลูกค้า เมื่อมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ ของธนาคารไทยพาณิชย์ จึงไม่ประหลาดใจที่จะพบว่า ธนาคารได้จ้างผู้บริหารส่วนหนึ่ง เป็นชาวต่างประเทศมาตั้งแต่ยุคเริ่มตั้ง เพื่อให้มีความรู้เท่าทันกับธนาคารต่างประเทศที่เป็นคู่แข่งในสมัยนั้นได้ ธนาคารเป็นผู้ริเริ่มการใช้เช็ค และบัญชีเดินสะพัดในหมู่คนไทย เริ่มบริการบัญชีออมทรัพย์ที่เป็นรากฐานสำคัญ ของระบบการออมของประเทศในวันนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ได้ริเริ่มระบบธนาคารสาขาในภูมิภาค และระบบ ATM ในประเทศไทย จนในวันนี้ไปมุมไหนของประเทศ ก็จะเห็นแต่ธนาคารสีม่วง เพราะธนาคารมีสาขากว่า 800 สาขา และเครือข่าย ATM กว่า 3,800 เครื่อง มากกว่าธนาคารอื่นๆ ทั้งหมด นอกจากเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจ และภาวะเศรษฐกิจตกต่ำแล้ว เมื่อพิจารณาประวัติของธนาคารไทยพาณิชย์ จะสะท้อนให้เห็นโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยในแต่ละสมัยเป็นอย่างดี ถ้าจะให้ทายว่าเมื่อปีพ.ศ. 2463 ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดสาขาในภูมิภาคแห่งแรกที่ไหน ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านส่วนใหญ่คงจะนึกไม่ถึง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ในช่วงเวลานั้น ประเทศไทยอยู่ในช่วงของการสร้างเครือข่ายทางรถไฟ และอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เป็นอุตสาหกรรมหลักอันหนึ่งของประเทศ ทุ่งสงเป็นทั้งสถานีรถไฟปลายทางภาคใต้ และเป็นทั้งแหล่งแร่ จึงเหมาะสมที่ธนาคารจะเปิดสาขาภูมิภาคเป็นแห่งแรก ส่วนสาขาในภูมิภาคแห่งที่สองและสามของธนาคารอยู่ที่เชียงใหม่ และลำปาง เพราะในสมัยนั้นในภาคเหนือขาดแคลนเงินบาท และเงินเหรียญของไทยจนต้องใช้เงินพม่าเป็นหลัก สาขาของธนาคารในภาคเหนือได้ช่วยแก้ปัญหานี้ให้แก่รัฐบาล นอกจากนี้เชียงใหม่ และลำปางยังเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมป่าไม้ ซึ่งในช่วงนั้นเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศอีกอย่างหนึ่ง นอกเหนือจากเกษตรกรรม และเหมืองแร่ การเปิดสาขาของธนาคารในภูมิภาค จึงมีส่วนช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมหลักของประเทศในช่วงเวลานั้นๆ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าบริษัทไทยที่อยู่มาถึง 100 ปี ดังเช่นธนาคารไทยพาณิชย์ได้มีบทบาทสำคัญ ในกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ ผมเชื่อว่าเราทุกคนคงอยากเห็นบริษัทไทยอีกหลายๆ แห่งดำเนินกิจการได้อย่างมั่นคง จนมีอายุเกิน 100 ปี เพื่อเป็นเสาหลักของระบบเศรษฐกิจไทย ในยุคปัจจุบันที่มีการเปิดเสรีมากขึ้น ต้องแข่งขันรุนแรงขึ้นกับคู่แข่งขนาดใหญ่ ที่แข็งแกร่งกว่าจากต่างประเทศ การที่จะมีบริษัทไทย 100 ปีเพิ่มขึ้น หรือจะมีบริษัทไทย 200 ปีได้หรือไม่นั้น นอกจากจะต้องการฝีมือ วิสัยทัศน์ และความมุ่งมั่นของผู้บริหารบริษัทเหล่านั้นแล้ว คงจะต้องได้รับแรงสนับสนุน จากคนไทยทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน หรือพันธมิตรทางธุรกิจ และหนีไม่พ้นที่รัฐบาลจะต้องส่งเสริมนโยบายในระดับมหภาค เพื่อให้ธุรกิจไทย และคนไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น เท่าทันยุคโลกาภิวัตน์ที่เราไม่สามารถปิดกั้นการแข่งขัน และกำลังทุนจากภายนอกได้ ร่วมแรงร่วมใจกันเถอะครับ ส่งเสริมให้มีบริษัทไทย 100 ปี อีกหลายๆ บริษัท เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เศรษฐกิจไทยในระยะยาว
|