|
||||||||||||||
|
7
ไอเดียธุรกิจพิทักษ์โลก
คอลัมน์ แยบยลกลยุทธ์ โดย ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3870 (3070) กระแสเด่นอีกหนึ่งในปีนี้คงไม่หนีเรื่องของรักเรา รักษ์โลก ซึ่งประชากรบนโลกส่วนใหญ่ เริ่มตระหนักถึงความสำคัญ ของความเป็นไป ในสภาพแวดล้อมมากยิ่งขึ้นทุกทีครับ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลง ของสิ่งสารพันรอบตัว ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อสภาวะการกินดีอยู่ดีของคนทุกคนบนโลกใบนี้ ดังนั้นไอเดียธุรกิจที่สุดฮิปในขณะนี้ คงต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องของการพิทักษ์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นัยว่านอกจากจะทำให้ลูกค้าเล็งเห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งแล้ว ยังเป็นนวัตกรรมที่ช่วยสร้างประสิทธิภาพสูงขึ้น ต่อการแข่งขันอย่างแน่นอน ไอเดียแรก คือ การพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวกับ "zero-energy home" บ้านที่ไม่ใช้พลังงาน หรือประหยัดพลังงานมากที่สุด เนื่องจากโดยสถิติแล้วการใช้พลังงานเพื่อทำความร้อนและความเย็นในที่พักอาศัยนั้น เป็นสัดส่วนถึง 36% ของการใช้พลังงานทั้งหมดของโลกทีเดียว ดังนั้นการประหยัดพลังงานในแง่นี้ได้ จะทำให้ลดความสิ้นเปลืองโดยรวมของโลกได้อย่างมหาศาล ซึ่งก็อยู่ในความสนใจอย่างมากของประชาชน ที่มีโอกาสจะเป็นลูกค้าทั่วโลก สิ่งที่มุ่งเน้นในแนวคิดนี้ คือ การเลือกใช้วัสดุที่ก่อสร้างบ้านให้ลดการใช้พลังงาน โดยวัสดุที่กำลังเป็นที่ฮือฮาในขณะนี้ได้แก่ สารเคลือบพื้นผิวของที่พักอาศัย ที่ใช้ป้องกันมิให้อุณหภูมิที่แตกต่างจากภายนอกเข้าสู่ภายในตัวอาคารได้ โดยในเมืองร้อนจะสะท้อนคลื่นความร้อนออกไป ส่วนในเมืองหนาวก็จะป้องกันไม่ให้ความเย็นยะเยือก แทรกซึมเข้าไปได้เช่นกัน โดยการใช้วัสดุเคลือบนี้ก็ง่ายแสนง่าย แค่สเปรย์ลงไปที่พื้นผิวภายนอกอาคารเท่านั้น ก็เป็นอันเสร็จพิธี ซึ่งวัสดุเคลือบที่ผ่านการพัฒนามาเป็นอย่างดี จะลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของเรามหาศาลต่อปีทีเดียวครับ รวมถึงการใช้กระจก superglazed ซึ่งทำจากฉนวนแบบพิเศษ ก็สามารถรักษาระดับอุณหภูมิภายในอาคารได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ การออกแบบสมาร์ตโฮมอย่างชาญฉลาด เช่น การใช้หลังคาแบบพิเศษที่สามารถสะท้อนรังสีความร้อนออกไป แต่ให้แสงสว่างเข้ามาในตัวอาคารได้ หรือการใช้เทคนิคทำสวนหย่อมบนหลังคาอาคาร เพื่ออุ้มความชื้นและรักษาอุณหภูมิให้คงที่ ล้วนแล้วแต่เป็นไอเดียบรรเจิดในธุรกิจได้ นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่คิดค้นโดยชาวสแกน ที่นำอุณหภูมิใต้ดินเข้ามาใช้ในการทำความร้อนในอาคาร โดยจะใช้เทคนิคในการแลกเปลี่ยนอุณหภูมิที่ต่ำกว่าภายในบ้านกับอุณหภูมิที่สูงกว่าจากใต้ดิน ผ่านทางปั๊มอัตโนมัติ ซึ่งถือเป็นการทำความร้อนในบ้านอย่างชาญฉลาดที่ไม่ต้องใช้พลังงานมากดังเช่นในอดีตครับ ไอเดียที่สอง คือ การเปลี่ยนหลอดไฟที่ให้แสงสว่างให้เป็นแบบที่ประหยัดพลังงานมากที่สุด โดยจากสถิตินั้นมีการใช้พลังงานไฟฟ้าถึง 20% ของพลังงานไฟฟ้าทั่วโลกในการติดไฟส่องสว่างนี้ หรือเทียบเท่ากับการใช้ถ่านหิน 600,000 ตันต่อวันทีเดียวครับ และจากการสำรวจปรากฏว่า กว่า 40% ของหลอดไฟทั่วโลก เป็นแบบโบราณที่ใช้พลังงานมากเกินความจำเป็น ดังนั้นการคิดค้นหลอดไฟแบบใหม่ จะช่วยลดการใช้พลังงานลงได้ถึง 75-80% แถมยังมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าแบบเก่าถึง 10 เท่า เรียกว่าลดพลังงานแล้วยังลดมลพิษมหาศาลอีกด้วยครับ ซึ่งทั้งฟิลิปส์ผู้ผลิตและวอล-มาร์ตในฐานะผู้จำหน่าย มองเห็นโอกาสในการจำหน่ายหลอดไฟแบบใหม่นี้อย่างมาก เนื่องจากการเปลี่ยนหลอดไฟถือเป็นการลงทุนที่จะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า รวดเร็วที่สุดอีกด้วย ไอเดียที่สาม คือ ปรับเปลี่ยนรูปแบบของโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อนำไปสู่โรงงานประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ โรงงานผลิตเหล็กของญี่ปุ่น "มิตซูบิชิ" ที่สามารถลดการใช้พลังงานลงได้ถึง 70% โดยการใช้ความร้อนจากพื้นผิวภายนอกโรงงาน ให้กลายเป็นพลังงานในการผลิตไฟฟ้า รวมถึงคลัสเตอร์โรงงานผลิตเคมีของเยอรมนีถึง 200 โรงงาน ได้ปรับรูปแบบกระบวนการผลิต โดยการใช้พลังงานความร้อน ที่ได้จากกระบวนการตั้งต้น มาใช้ในการผลิตไฟฟ้าสำหรับเครื่องจักรในกระบวนการถัดไป โดยการรีไซเคิลพลังงานนี้ ช่วยลดต้นทุนพลังงานกว่า 200 ล้านยูโรต่อปีทีเดียว และที่น่ากลัวคือ ตอนนี้โรงงานในจีนหลายแห่ง ที่ถือเป็นคู่แข่งที่ตัวฉกาจของเรา กำลังดำเนินการปรับรูปแบบของโรงงานตามแนวคิดนี้เช่นกัน เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้สูงขึ้นไปอีกครับ ไอเดียบรรเจิดถัดมา คือ green driving ซึ่งกว่าหนึ่งในสี่ของพลังงานทั่วโลก ถูกใช้ในการขับเคลื่อนยานพาหนะ ซึ่งไม่ใช่แค่สิ้นเปลืองเท่านั้นครับ แต่ยังสร้างมลพิษต่อโลกอย่างมาก โมเดลใหม่ของรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถไฮบริดที่ใช้ทั้งพลังงานไฟฟ้า และน้ำมัน จากค่ายโตโยต้าหรือเครื่องยนต์แบบเชื้อเพลิงไฮโดรเจน ที่บีเอ็มหมายมั่นปั้นมือ ล้วนแล้วแต่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนยานยนต์แห่งโลกอนาคตทั้งสิ้นครับ ไอเดียน่าสนใจท้ายสุด คือ green household products หรือเครื่องใช้ภายในบ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยที่ผ่านมาเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านผลิตก๊าซคาร์บอนออกมาถึงหนึ่งในห้าของทั้งหมด ดังนั้นหลายค่าย กำลังพยายามพัฒนาเทคโนโลยีสีเขียว เพื่อนำมาใช้ในสินค้ารุ่นใหม่ๆ เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น แอร์ เครื่องซักผ้า เครื่องดูดฝุ่น ฯลฯ อาทิ อีเลคโทรลักซ์ ผู้ผลิตจากสวีเดน ก็กำลังขะมักเขม้นในการผลิตกรีนเวอร์ชั่น ของสินค้าเหล่านี้ออกมา ซึ่งโดยรวมสินค้าในไลน์นี้มีอัตราการเติบโตสูงมากถึงกว่า 80% ในปีที่ผ่านมา ทำให้ราคาเริ่มลดลงมาจนเริ่มเข้าสู่การผลิตในระดับแมสได้ในไม่ช้าครับ โดยไอเดียเก๋ไก๋เหล่านี้ นอกจากจะนำไปใช้ในการพิทักษ์โลกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสทางธุรกิจให้กับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีศักยภาพทางการตลาดสูงในอนาคต ซึ่งหลายกิจการได้พัฒนาตนเองอย่างรีบเร่งเพื่อสอดรับกับแนวคิดดังกล่าว กิจการอื่นๆ หากไม่อยากตกเทรนด์ก็ลองพิจารณาประยุกต์แนวคิดดังกล่าวเข้าสู่โมเดลธุรกิจของตนได้ครับ หน้า 46
|